โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ANFREL สังเกตการณ์เลือกตั้งไทย ภาพรวมสงบเรียบร้อย แต่บัตรเสียสูงกว่าปกติ หนุนเผยผลคะแนนโปร่งใส ไม่ชักช้า

THE STANDARD

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 13.23 น. • thestandard.co
ANFREL สังเกตการณ์เลือกตั้งไทย ภาพรวมสงบเรียบร้อย แต่บัตรเสียสูงกว่าปกติ หนุนเผยผลคะแนนโปร่งใส ไม่ชักช้า

เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections : ANFREL) เผยแพร่แถลงการณ์ชั่วคราวว่าด้วยการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของไทย โดยมีการส่งทีมผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศลงพื้นที่สังเกตการณ์ตั้งแต่ช่วงรณรงค์หาเสียง, ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า และในวันลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีผู้สังเกตการณ์จำนวน 24 คน ลงพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง 424 แห่งใน 31 จังหวัดทั่วประเทศไทย

ANFREL ชี้ว่าภาพรวมการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้นดำเนินไปอย่างสงบและเรียบร้อย โดยหน่วยเลือกตั้งที่สังเกตการณ์โดยทั่วไปมีการบริหารจัดการที่ดี เป็นระเบียบ และโปร่งใส และผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนได้โดยไม่มีการหยุดชะงักครั้งใหญ่ ขณะที่การเลือกตั้งล่วงหน้าได้รับการประเมินในทำนองเดียวกันว่าเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ และไม่มีรายงานเหตุการณ์ความรุนแรง การข่มขู่ หรือการแทรกแซงอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นปัญหาที่เคยพบในการเลือกตั้งปี 2023 ก็ถูกพบอีกครั้งในปีนี้ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งรวมถึง

  • การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งแบบผิวเผิน
  • การประเมินความถูกต้องสมบูรณ์ของบัตรลงคะแนนที่ไม่สอดคล้องกัน
  • ข้อผิดพลาดทางธุรการระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า การเกิดซ้ำ

ข้อกังวลเหล่านี้บ่งชี้ถึงภาวะชะงักงันในคุณภาพของการบริหารจัดการการเลือกตั้ง และเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและตรงจุดเพื่อแก้ไขความท้าทายที่ยืดเยื้อและเพิ่มความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง

ANFREL ชี้ว่าในวันลงคะแนนล่วงหน้าและวันเลือกตั้ง ข้อบกพร่องที่ถูกรายงานเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งซึ่งได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในสื่อและโซเชียลมีเดียนั้น ส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจที่ประชาชนไทยมีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้มีทั้งการดำเนินการอย่างเร่งด่วนและการปฏิรูปในระยะยาวเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อผลการนับคะแนน

ขณะที่ ANFREL ยังทราบข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในจังหวัดชลบุรี มหาสารคาม ปทุมธานี สุพรรณบุรี จันทบุรี ลำปาง และพื้นที่อื่นๆ โดยแม้ว่าผู้สังเกตการณ์ของ ANFREL จะไม่ได้รายงานการแก้ไขหรือบิดเบือนการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงศูนย์รวบรวมผลคะแนน ซึ่งยังคงปิดไม่ให้สื่อ, ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง, และตัวแทนพรรคการเมืองเข้าถึง

ทั้งนี้ ANFREL ระบุว่า “ยืนหยัดร่วมกับสาธารณชนในการเรียกร้องให้มีความโปร่งใสอย่างเต็มที่ของผลการเลือกตั้ง” และ ขอเชิญชวนคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เผยแพร่ผลการนับคะแนนอย่างละเอียดในระดับหน่วยเลือกตั้งโดยไม่ล่าช้า

พร้อมกันนี้ยังย้ำข้อเรียกร้องให้แก้ไขรูปแบบบัตรเลือกตั้งและระเบียบที่กำกับดูแลบัตรเสีย และปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าเจตนารมย์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาและให้ความสำคัญสูงสุด

สำหรับผลการนับคะแนนเบื้องต้น ที่พบว่า บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต 3.56% และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 4.50% ถูกประกาศให้เป็นบัตรเสีย ซึ่งสูงกว่าระดับปกตินั้น ANFREL เสนอว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยอาจต้องดำเนินการตรวจสอบบัตรเสียอย่างครอบคลุม โดยร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมและพรรคการเมือง เพื่อกำหนดมาตรการที่อาจช่วยลดอัตราบัตรเสียในการเลือกตั้งในอนาคต โดยอัตราบัตรเสียสำหรับบัตรลงประชามตินั้นอยู่ที่ 2.55% ซึ่งต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ANFREL ยังเผยว่า ผู้สังเกตการณ์สามารถบันทึกความไม่ปกติของกระบวนการในหลายหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งรวมถึงการที่บางหน่วยเลือกตั้ง ไม่มีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการที่มีตัวแทนพรรคและผู้สังเกตการณ์ที่จำกัด ขณะที่วัสดุหาเสียงยังมองเห็นได้ในบริเวณใกล้เคียงหน่วยเลือกตั้ง อีกทั้งยังให้สิทธิการเข้าถึงแก่ผู้สังเกตการณ์ที่ไม่สม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังมีรายงานข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินและการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อ อีกทั้งมีการกล่าวหาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการซื้อเสียง และการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จทางออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ANFREL ยังแสดงความกังวลต่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ชี้มูลความผิดอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล 44 คน ฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากการจากการร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ซึ่งอาจทำให้ ส.ส. พรรคประชาชน 15 คนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ถูกตัดสิทธิและถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอดชีวิต

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...