โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปดราม่า “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสีชมพู” แบบนี้ได้เหรอ?!

INN News

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 15.06 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 08.30 น. • INN News

ดราม่าเก่า #นับใหม่ทั่วประเทศ ยังไม่ทันหาย ดราม่าใหม่เข้ามาแทรก"บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสีชมพู" ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เลขชุดโยงต้นขั้วซึ่งทำให้รู้ว่า "บัตรใบนี้ใครเป็นคนกา"

จุดเริ่มต้นของบาร์โค้ดบนบัตรบัญชีรายชื่อ คือ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กท่าานี้ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกต #QRCodeบนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถใช้ตรวจสอบความผิดพลาดในการนับคะแนนได้หรือไม่?
และมาแนวขอความรู้ชาวโซเชียล

ซึ่งต่อมาพีกกว่าเดิม ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกท่าน พบจุดน่าสังเกตเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่มีคนถ่ายภาพ (ขณะที่ยังไม่ได้กาเลือก-ขณะนับคะแนน) โพสต์ไว้ในอินเตอร์เน็ต
โดยที่ส่วนท้ายของบัตร "มีบาร์โค้ดอยู่" พอสแกนดูจะพบกับข้อมูลเป็น A ตามด้วยเลข 8 ตัวแล้วเลขดันไปคล้ายกับ เลขบัตรเลือกตั้งที่ปรากฎบนต้นขั้ว (ต้นขั้วจะมีชื่อเรา)

"ถ้าใช่เลขบัตรเลือกตั้งจริง จะใช้เชื่อมโยงได้ว่าบัตรใบนี้ลงคะแนนโดยผู้ใดเนื่องจากต้นขั้วมีลำดับที่ของผู้มาใช้สิทธิ์ระบุเอาไว้ด้วย"

จึงเป็นคำถามต่อมาว่า และถ้าเป็นแบบนี้การเลือกตั้งจะเป็นความลับได้อย่างไร ?

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า
- มาตรา 92 ใช้ถ้อยคำว่า “โดยตรงและลับ”
- มาตรา 93 บังคับให้พับบัตรเพื่อไม่ให้ผู้อื่นทราบว่า ลงคะแนนอย่างไร
- มาตรา 96 ห้ามทำเครื่องหมายที่ทำให้สังเกตได้บนบัตรเลือกตั้ง

และในอดีต (ปี 2549) ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเนื่องจากมีการจัดวางคูหาที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดต่อหลักการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ โดยเหตุเกิดหน่วยเลือกตั้งเดียว แต่ต้องเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ

โดยโพสต์นี้ไวรัลทันที เพราะมีคนลองสแกนบาร์โค้ดที่ปรากฏอยู่ และพบว่ารูปบัตรเลือกตั้งแต่ละใบได้ข้อมูลชุดตัวเลขที่ไม่ตรงกัน

ทั้งนี้ ร.ต.ภาสกร รองเลขาฯ กกต. กล่าวว่า บาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย สำหรับให้รู้ว่าบัตรรอบไหนของหน่วยไหนไม่ใช่บอกว่าของพรรคไหนการเมืองไหนแน่นอน ล็อตสำหรับการจัดพิมพ์ เป็นข้อมูลที่มาที่ไปว่า พิมพ์เมื่อไหร่ อย่างไร แจกจ่ายไปเขตไหน เป็นมาตรการในการควบคุมไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็นข้อมูลหน่วยไหนอย่างไร

ซึ่งสิ่งที่ชาวเน็ตประชาชนหลายคนทำตอนนี้ คือการค้นรูปบัตรเลือกตั้งสีชมพูมีบาร์โค้ดอยู่จริงเมื่อสแกนจะขึ้นข้อมูล อักษร A กับเลข 8 ตัวที่ไม่ซ้ำกัน และ ย้ำเป็นเสียงเดียวกันว่า
บาร์โค้ดที่ขึ้นมานั้น มีรูปแบบใกล้เคียงกับบัตรเลือกตั้งที่ปรากฏอยู่ในต้นขั้วต้นขั้ว คือ มี ชุดที่.. และเลขที่.. ให้ลงชื่อ กรรมการหน่วยเลือกตั้ง และ ลงชื่อผู้มาใช้สิทธิ

ส่วนบัตรเลือกตั้งสีเขียว (เลือก สส.แบบแบ่งเขต) เจอ "คิวอาร์โค้ด"สมุดต้นขั้วจะมีคิวอาร์โค้ดอยู่มุมบนกระดาษ พร้อมระบุ รหัสที่ชื่อต้นด้วย B
และตัวเลขรวมกัน 8 หลัก และบัตรเลือกตั้งที่ประชาชนได้รับยังมี "คิวอาร์โค้ด" อยู่มุมล่าง

บัตรสุดท้ายสีเหลือง (ออกเสียงประชามติ) ไม่มีอะไรเลย ทั้งบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด

สรุปแล้ว ถ้าจะมีไว้เพื่อความปลอดภัย ไว้เช็กล็อตการผลิต ทำไมไม่มีทั้ง 3 บัตร? อีกคำถาม เลขบาร์โค้ดที่เหมือนกันเลขต้นขั้ว ทำให้รู้ว่าใครกาบัตรใบนี้
มันทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ แบบนี้ขัดต่อหลักการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม ประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งยังมีมุมมองจากนักวิชาการออกมาอธิบายเพิ่มเติมเพื่อแยกให้เห็นระหว่าง “มาตรการความปลอดภัย” กับ “ความเสี่ยงต่อความลับของการลงคะแนน”

คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า บัตรเลือกตั้งที่ใช้มีต้นทุนสูง บัตรชมพูประมาณ 1.40 บาท บัตรเขียว 1.20 บาท และบัตรเหลือง 1.00 บาท โดยพิมพ์รวมกันราวประเภทละ 56 ล้านใบ ด้วยมาตรฐานการพิมพ์ระดับสูง เช่น ลวดลายพิเศษ ลายน้ำที่ต้องส่องด้วยแสง Ultraviolet และตัวอักษรขนาดจิ๋ว (Micro Text) เพื่อป้องกันการปลอมแปลงสอดคล้องกับระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส. ข้อ 129 ที่เปิดทางให้ใส่รหัส
หรือเครื่องหมายพิเศษได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า จุดประสงค์คือ “ความปลอดภัย”ไม่ใช่เพื่อการตรวจสอบย้อนหลังว่าใครบัตรใดมาจากเล่มไหนหรือเป็นของผู้ใช้สิทธิคนใดเพราะหากสามารถไล่ย้อนจากรหัสบนบัตรไปถึงต้นขั้วได้ ก็จะรู้ทันทีว่าใครลงคะแนนให้ใครซึ่งขัดหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ

ด้าน น.ต.ศิธา ธิวารี ตั้งข้อสังเกตว่า หากบาร์โค้ดถูกออกแบบให้สามารถอ่านข้อมูลย้อนหลังได้จริงต้องพิจารณาว่าการตรวจสอบนั้นหยุดอยู่เพียงระดับ “หน่วยเลือกตั้ง”หรือสามารถเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้หรือไม่ รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 85กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นการออกเสียงโดยตรงและลับ และ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 ห้ามทำเครื่องหมายที่ทำให้บัตรถูกสังเกตได้ หากบาร์โค้ดของบัตรแต่ละใบเป็นรหัสเฉพาะ
ที่เชื่อมกับต้นขั้วซึ่งมีรายชื่อผู้ลงคะแนน ก็อาจเข้าข่ายกระทบหลักความลับของการเลือกตั้ง

กรณีนี้ถูกเปรียบเทียบกับบรรทัดฐานคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2549ที่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะโครงสร้างการจัดคูหาเปิดช่องให้ความลับของผู้ลงคะแนนถูกละเมิด แม้ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีใครรู้ผลการลงคะแนนจริง หลักสำคัญคือ “ระบบต้องไม่เปิดโอกาสให้ตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวบุคคลได้”

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการด้านความปลอดภัยสมัยใหม่ เช่น Zero Knowledge ซึ่งหมายถึงระบบที่ไม่ควรมีข้อมูลใดที่ใช้ไล่ย้อนถึงต้นทางได้ หากบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นหมายเลขเฉพาะที่โยงถึงต้นขั้วจริง ก็เท่ากับบัตรทุกใบสามารถถูกตรวจสอบย้อนกลับได้และอาจตั้งคำถามต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การพิสูจน์เชิงระบบว่า บาร์โค้ดถูกออกแบบเพื่อควบคุมการผลิตและป้องกันการปลอมแปลงเท่านั้น หรือเปิดช่องให้เชื่อมโยงถึงผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดว่ากระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการเลือกตั้งลับหรือไม่

จบดราม่าเลือกตั้ง69 กกต. จะได้พักกี่โมง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...