โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คาร์ริค เปิดใจหลังเสียสถิติไร้พ่าย รับสุดหงุดหงิดคุมเกมไม่ได้ แม้ได้เปรียบตัวผู้เล่น

SIAMSPORT

เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 04.24 น.
พ่ายนัดแรก! ไมเคิ่ล คาร์ริค ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อ นิวคาสเซิล สุดเจ็บปวด หลังสถิติไร้พ่ายของตัวเองกับ แมนยูไนเต็ด ต้องสิ้นสุดลงที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือ แมนยูไนเต็ด ยอมรับสุดผิดหวังหลังสถิติไร้พ่ายในการคุมทีมต้องสิ้นสุดลงด้วยฝีมือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ชี้ลูกทีมต้องเรียนรู้บทเรียนสำคัญจากการไม่สามารถฉวยความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จนพ่ายแพ้ในช่วงนาทีสุดท้ายของเกม

เกมนี้ แมนยู เป็นฝ่ายได้เปรียบตัวผู้เล่นตลอดทั้งช่วงครึ่งหลัง เนื่องจาก เจค็อบ แรมซีย์ ของฝั่ง นิวคาสเซิ่ล ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในช่วงท้ายครึ่งแรก ขณะที่สกอร์เสมอกันอยู่ที่ 1-1 จากการทำประตูของ แอนโธนี่ กอร์ดอน และการยิงตามตีเจ๊าของ กาเซมีโร่ ตอนช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งเวลาแรก

ทว่าครึ่งเวลาหลัง แมนยู กลับไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจำนวนคนที่มากกว่าได้ โดยเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่เริ่มต้นครึ่งหลังได้ดีกว่าและครองเกมในช่วงต้นอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ คาร์ริค แสดงอาการหงุดหงิดอย่างมากบริเวณข้างสนาม

แม้ต่อมา แมนยู จะต้านทานแรงกดดันและเริ่มสร้างโอกาสลุ้นประตูชัยได้มากกว่า แต่สุดท้ายกลับเป็น วิลเลี่ยม โอซูล่า ที่ซัดประตูสุดสวยในนาทีที่ 90 ส่งผลให้ แมนยู กลับออกไปด้วยมือเปล่า ซึ่ง คาร์ริค ยอมรับตรง ๆ ว่านี่คือความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวด

"มันเป็นเพราะทิศทางของเกมที่กำลังดำเนินไป อารมณ์เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล มีบางสิ่งที่เราอยากทำ แต่เราทำไม่ได้ มันคือฟุตบอล เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เกมบางครั้งก็หลุดจากการควบคุมของคุณ มีบางอย่างที่เราต้องทำให้ได้ และเราสามารถทำได้ดีกว่านี้มาก" คาร์ริค เผยหลังจบเกม

"ผมผิดหวังกับคืนนี้มาก ๆ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่เราก็ต้องไม่ลืมตำแหน่งที่เราสร้างมาได้เช่นกัน ดังนั้นแม้ว่าผมจะผิดหวัง และเราต้องเรียนรู้จากมัน เพราะคืนนี้มันเป็นบทเรียนของเราในหลายแง่มุม แต่เราก็ต้องไม่ลืมภาพใหญ่ด้วยเช่นกัน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...