โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

บิ๊กอสังหาฯดิ้นหนีตลาดขาลง ศุภาลัยผนึกจีน ผุดแวร์เฮาส์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 23.48 น.

บิ๊กอสังหาฯปรับแผนสู้เศรษฐกิจ ตลาดซบเซา หาน่านน้ำใหม่ “เสนา” ระบายสต๊อกผ่านตลาดเช่า “ศุภาลัย” ร่วมทุนจีน ผุดธุรกิจคลังสินค้า 200 ไร่ “SC Asset” ลุย 3 ธุรกิจ “แสนสิริ” บุกรับสร้างบ้าน ตั้งกองทุนลงทุน “พฤกษา” รุกอพาร์ตเมนต์ “A5” ผุด 2 ธุรกิจใหม่ต่อยอดบ้านหรูครบวงจร

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ภาคอสังหาริมทรัพย์หนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินและระดับอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่เอื้อต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯชะลอตัวลง แม้ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่

สะท้อนจากข้อมูลศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คาดการณ์ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ปี 2568-2569 ยังชะลอตัว ปี 2568 เปิด 74,544 หน่วย ลดลง 31.2% มูลค่า 472,300 ล้านบาท ลดลง 38.6% ปี 2569 เปิดเพิ่มในอัตราชะลอ 75,000 หน่วย เพิ่ม 0.6% มูลค่า 487,500 ล้านบาท เพิ่ม 3.2% ทำให้หลายบริษัทเริ่มขยับสู่การปรับโครงสร้างรายได้ แตกไลน์สู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และกระจายความเสี่ยงในช่วงตลาดยังไม่ฟื้นตัว

อสังหาฯแตกไลน์หนีตลาดซึม

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังกำลังซื้อที่อยู่อาศัยขายใหม่ยังไม่ฟื้น มีปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและยอดรีเจ็กต์เรตสูง ในช่วงที่ผ่านมามีอสังหาฯหลายบริษัทปรับแผนรุกธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจรับสร้างบ้าน ธุรกิจบ้านมือสอง ขณะเดียวกันแตกไลน์ไปสู่ธุรกิจอื่น เช่น นิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า โรงแรม โดยการปรับตัวของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกันไป

“เดิมรีเจ็กต์เรตมีปัญหาในกลุ่มต่ำ 3 ล้านบาท แต่ตอนนี้เป็นทุกกลุ่มราคา ทำให้ผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการใหม่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เปิดใหม่ต่ำสุดในรอบ 20 ปี จากที่เคยเปิดกว่า 1 แสนยูนิต ในปี 2568 เหลืออยู่ประมาณ 4 หมื่นยูนิต ส่วนปี 2569 คาดว่าจะเปิดใหม่เพิ่มประมาณ 5% ซึ่งเป็นการเปิดเพิ่มขึ้นบนฐานที่ต่ำสุด” นายอิสระกล่าว

เสนาฯเคลียร์สต๊อกผ่านตลาดเช่า

น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เสนาฯมียอดการปฏิเสธสินเชื่อบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ถึง 70% เพราะเป็นพอร์ตใหญ่ของบริษัท ทำให้พยายามปรับตัวตามตลาด หันทำโครงการเช่าที่อยู่อาศัยมากขึ้นจากสต๊อกพร้อมอยู่ ที่มีอยู่ประมาณ 5,000 ยูนิต กว่า 10,000 ล้านบาท แม้ว่าจะได้กำไรน้อยกว่า และเป็นภาระการดูแลระยะยาว

“เราต้องเปลี่ยนความคิดกรอบธุรกิจ ไม่ใช่แค่ขายอย่างเดียว ปล่อยเป็นเช่าก็ได้ ปกติไม่มีใครชอบ เพราะกำไรน้อยกว่า เป็นภาระระยะยาว และต้องดูแลสถานะ DE Ratio (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน) ดี ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่เราเลือก แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์” ดร.เกษรากล่าว

น.ส.เกษรากล่าวว่า เสนาฯจัดตั้งบริษัท เงินสดใจดี จำกัด ทำธุรกรรมการเงิน เพื่อแก้ไขปัญหานี้ผ่าน 2 โครงการ คือ LivNex หรือการเช่าออมบ้านลูกค้าเข้ามาซื้อบ้านและผ่อนตรงกับเสนาฯในอัตราดอกเบี้ย 1.8% โดยบริษัท เงินสดใจดี มีการติดตามทุก 6 เดือน มีเงื่อนไขลูกค้า LivNex จะมีเวลาเข้าร่วมโครงการไม่เกิน 3 ปี และ RentNex การเช่าปกติ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากเป็นหนี้ 30 ปี ถ้าอยู่แล้วเปลี่ยนใจอยากจะซื้อ สามารถเปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินต้นได้

น.ส.เกษรากล่าวว่า เสนาฯยังทำธุรกิจโลจิสติกส์ให้บริการพื้นที่เก็บของและคลังสินค้า โดยร่วมทุน บริษัท มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ คอร์ปอเรชั่น โดยเสนาฯถือหุ้น 51% มิตซูบิชิฯ 49%

แสนสิริรุกรับสร้างบ้านผุดฟันด์

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ บริษัท บ้านต้นแบบ จำกัด เพื่อเดินหน้าธุรกิจรับสร้างบ้านต่อยอดโรงงานพรีคาสต์ “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” บริการรับสร้างบ้านครบวงจร ให้คำปรึกษาด้านการเงินและสินเชื่อ ออกแบบบ้านและก่อสร้างด้วยนวัตกรรมพรีคาสต์ มี 84 แบบบ้าน

โดยเจาะ 3 กลุ่มลูกค้า ได้แก่ 1.ลูกค้าเดิมของแสนสิริ ที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินส่วนตัว 2.เจ้าของที่ดินที่ให้ความสำคัญกับทำเลเดิมและชื่นชอบดีไซน์ 3.ผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการสร้างบ้านจำนวนไม่มาก และต้องการมาตรฐานระดับมืออาชีพ ราคาเริ่มต้นหลังละ 3.29-15 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่ม 100% จาก 250 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท

นอกจากนี้ จัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจศักยภาพสูงอื่น ๆ โดยวางเป้าหมายมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี

ศุภาลัยร่วมทุนจีนลุยแวร์เฮาส์

นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีทั้งสัญญาณบวกและความท้าทาย ด้านหนึ่งเศรษฐกิจยังเติบโตแม้ชะลอลง เงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำลง ดอกเบี้ยนโยบายเริ่มผ่อนคลาย แต่อีกด้านหนี้ครัวเรือนยังสูง บริษัทจึงต้องแม่นยำกับการบริหารธุรกิจทุกมิติ ทั้งด้านสินค้า ทำเล ราคา การดูแลหลังการขาย และฐานะทางการเงิน เพื่อเสริมความมั่นคงในระยะยาว

ปีนี้ศุภาลัยกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานผ่าน 3 ตัวชี้วัดหลัก 1.เป้าหมายยอดขายรวม 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในไทย 30,000 ล้านบาท และออสเตรเลีย 15,000 ล้านบาท โดยปีนี้จะเปิดตัว 1 โครงการในเมืองเมลเบิร์น ทำให้มีพอร์ตรวม 25 โครงการ มูลค่า 176,500 ล้านบาท 2.เปิด 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ล้านบาท ทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและภูมิภาค 3.ตั้งงบฯซื้อที่ดิน 8,000 ล้านบาท สร้างความต่อเนื่องของพอร์ตโครงการ

“ศุภาลัยยังแตกไลน์ทำธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า โดยร่วมทุนกับบริษัท เอยู กรุ๊ป จากประเทศจีน จดทะเบียนที่ฮ่องกง จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ SEA (เอสอีเอ) จำกัด ในสัดส่วนไทย 51% จีน 49% โครงการมีเนื้อกว่า 200 ไร่ อยู่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นที่ดินซื้อมาปี 2568 มูลค่าลงทุนรวมที่ดิน 1,600 ล้านบาท รองรับลูกค้าจากจีน ส่วนใหญ่เป็นคลังสินค้าอุตสาหกรรมเบา และส่งไปขายที่อเมริกาเหนือเป็นหลัก ได้ผู้รับเหมาแล้ว เริ่มสร้างในเดือนกุมภาพันธ์นี้” นายประทีป กล่าว

LH-SC-พฤกษา-เพอร์เฟคเอาด้วย

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ปี 2569 เปิดตัวเพียง 2 โครงการใหม่ เริ่มทยอยลดการลงทุนอสังหาฯมา 3-4 ปีแล้ว ตามสถานการณ์ตลาดและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยมูฟเงินมาลงทุนโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว โดยปีนี้จะเปิดโรงแรมใหม่ 1 แห่งที่พัทยา ขณะที่อัตราเข้าพักโดยรวมของโรงแรมค่อนข้างดี เฉลี่ย 80-90% ตามภาคการท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมี บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC Asset) ตั้ง บจ.เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (SCX) เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว จากธุรกิจ Recurring Income ตั้งเป้า 5 ปี มีสัดส่วนกำไรมากกว่า 25% จากธุรกิจคลังสินค้า จะมีพื้นที่เช่ารวม 700,000 ตร.ม. 2.ธุรกิจโรงแรม ในกรุงเทพฯ พัทยา สมุย และภูเก็ต มีห้องพักมากกว่า 2,000 ห้อง 3.ธุรกิจอาคารสำนักงาน 120,000 ตร.ม.

บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง ได้เปิดตัว บจ.อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น (IHC) รุก 3 ธุรกิจ สร้างแหล่งรายได้ใหม่ 1.ก่อสร้างแบรนด์ IHC 2.ธุรกิจรับสร้างบ้าน Plantnery และ 3.ธุรกิจอพาร์ตเมนต์ แบรนด์ iPlearn (ไอเพลิน) นำร่องลำลูกกา รังสิต-คลอง 2 และบ่อวิน จ.ระยอง ตั้งเป้า 10,000 ห้อง ในปี 2571 จับกลุ่มพนักงานโรงงาน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ เน้นใกล้แหล่งงานและสถาบันการศึกษา

บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ขยายสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านกลุ่มตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปถึงระดับบน ที่มีกำลังซื้อสูง ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีอีซี สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ใหม่ และทำให้บริษัทมีสินค้าทั้งบ้านในโครงการและบ้านสั่งสร้างบนที่ดินของตนเอง และ บมจ.แอสเซทไฟว์ กรุ๊ป (A5) เปิดตัว 2 ธุรกิจใหม่ ได้แก่ 1.Upper Class Solution ธุรกิจบริการด้านการอยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม และ 2.A5 Design ธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบ ตกแต่ง และต่อเติมที่อยู่อาศัย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิ๊กอสังหาฯดิ้นหนีตลาดขาลง ศุภาลัยผนึกจีน ผุดแวร์เฮาส์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...