โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

3 บิ๊กขนส่งญี่ปุ่น สั่งระงับเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 20.47 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 13.35 น.

3 บริษัทขนส่งทางเรือรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกอบด้วย นิปปอน ยูเซ็น เค.เค , มิตซุยโอ.เอส.เค.ไลน์ส และคาวาซากิ คิเซน ไคชะ ประกาศระงับการขนส่งน้ำมันและสินค้าอื่น ๆ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 1 มี.ค. 2569 สามบริษัทขนส่งทางเรือรายใหญ่ของญี่ปุ่นประกาศระงับการขนส่งน้ำมันและสินค้าอื่น ๆ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในวันนี้ (1 มี.ค.) ภายหลังจากกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านตั้งแต่ช่วงวันเสาร์

บริษัทนิปปอน ยูเซ็น เค.เค (Nippon Yusen K.K.), มิตซุยโอ.เอส.เค.ไลน์ส จำกัด (Mitsui O.S.K. Lines Ltd. หรือ MOL) และคาวาซากิ คิเซน ไคชะ จำกัด (Kawasaki Kisen Kaisha Ltd. หรือ K Line) ได้สั่งระงับปฏิบัติการในเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ดังกล่าว พร้อมใช้มาตรการให้เรือบรรทุกสินค้าจอดรอสัญญาณในน่านน้ำที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังสร้างความกังวลต่อความมั่นคงทางพลังงานของญี่ปุ่น เนื่องจากปัจจุบัน ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% โดยเฉพาะจากซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งการขนส่งเกือบทั้งหมดจำเป็นต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซแห่งนี้

หากการระงับเดินเรือยืดเยื้อออกไป คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในวงกว้าง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์นิวยอร์กไทม์ระบุว่า ณ คืนวันเสาร์ (28 ก.พ.)ตามเวลาท้องถิ่น ปริมาณการสัญจรของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงถึง 70% ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะชะงักงันของการค้าโลกในพื้นที่ดังกล่าวๆ

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...