โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักกฎหมายถกเดือด ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เสี่ยงโมฆะ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 07.57 น.
รวมความเห็นนักกฎหมาย ปมพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 หลัง วิษณุ เครืองาม ชี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ ม.85 เสี่ยงเลือกตั้งโมฆะ ขณะนักวิชาการอีกส่วนเห็นว่าไม่ควรล้มทั้งระบบ เสนอใช้กลไกนับใหม่-ลงคะแนนใหม่แทน

ปม “บาร์โค้ด” จุดชนวนวิกฤตเลือกตั้ง 2569

ข้อถกเถียงเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 กลายเป็นประเด็นร้อน หลัง วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แสดงความเห็นระหว่างบรรยายที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ว่าแนวทางดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ซึ่งกำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็น “โดยตรงและลับ” และอาจมีผลร้ายแรงถึงขั้นให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ข้อกังวลสำคัญอยู่ที่ความเป็นไปได้ในการตรวจสอบย้อนกลับ หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงกับต้นขั้วและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จนทราบได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคใด ก็อาจถือว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับอีกต่อไป

วิษณุเสนอ 2 แนวทางตีความ “ลับหรือไม่ลับ”

อดีตรองนายกฯ เสนอการพิจารณา 2 แนวคิด

แนวคิดแรก เห็นว่าการมีบาร์โค้ดเปิดช่องให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ จึงไม่สอดคล้องกับหลักการ “ลับ” เพราะความลับต้องคงอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะขณะกากบาทในคูหา

แนวคิดที่สอง มองว่าความลับพิจารณาเฉพาะขณะลงคะแนน หากในคูหาไม่มีผู้ใดสามารถเห็นการลงคะแนน ก็ยังถือว่าเป็นการเลือกตั้งโดยลับ แม้ภายหลังจะมีข้อสงสัยเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูล

วิษณุระบุว่าความเห็นส่วนตัวเอนเอียงไปทางแนวคิดแรก แต่ย้ำว่าเป็นเพียงความเห็นทางวิชาการ ไม่อาจคาดการณ์คำวินิจฉัยของศาลได้ พร้อมยกตัวอย่างปี 2549 ที่การจัดคูหาหันออกด้านนอกนำไปสู่คำวินิจฉัยให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ และคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องรับผิดทางกฎหมาย

นักวิชาการโต้ ไม่ควรล้มทั้งระบบ

ด้าน สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แสดงจุดยืนผ่านบทความว่า แม้การพิมพ์บาร์โค้ดอาจขัดหลัก “เลือกตั้งโดยลับ” แต่การจะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องพิจารณาว่ามีผลบิดเบือนเจตจำนงประชาชนหรือไม่

สุทธิชัยเห็นว่าการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะโดยง่าย จะกระทบเสถียรภาพประชาธิปไตยในระยะยาว เพราะกลไกการเลือกตั้งคือช่องทางหลักที่ประชาชนใช้ถ่ายทอดอำนาจอธิปไตย หากล้มทั้งระบบโดยไม่มีหลักฐานว่าผลคะแนนถูกบิดเบือน อาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่ย้อนกลับมากระทบการเลือกตั้งครั้งอื่นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สุทธิชัยยืนยันว่าหากพบการละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยลับจริง ต้องมีผู้รับผิด ทั้งในทางวินัย ทางอาญา และอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เดินเกม 3 ศาล ฟ้องทั้งปกครอง-รัฐธรรมนูญ-อาญา

สถานการณ์ขยายวงเมื่อภาคประชาชนและนักการเมืองบางส่วนยื่นคำร้องหลายช่องทาง

  • คดีต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ระงับการรับรองผล

  • คำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งขัด ม.85 หรือไม่

  • คดีอาญา ม.157 กล่าวหาเจ้าหน้าที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ร่วมกับ ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น” รวบรวมรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ โดยตั้งข้อสังเกตว่าบาร์โค้ดอาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรู้สึกไม่ปลอดภัยในการแสดงเจตจำนง

ขณะเดียวกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ชี้แจงภายในกรอบเวลาที่กำหนด

ทางออกระหว่าง “โมฆะ” กับ “เยียวยาเฉพาะจุด”

ข้อเสนอที่ไม่ถึงขั้นล้มทั้งประเทศ คือ การใช้อำนาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือจัดลงคะแนนใหม่ในหน่วยหรือเขตที่มีปัญหา โดยอาศัยกลไกตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งอาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้มากกว่าการเริ่มต้นใหม่ทั้งระบบ

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า การมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นเพียงข้อบกพร่องทางเทคนิค หรือเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานที่กระทบความชอบธรรมของผลเลือกตั้งโดยตรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...