โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พยากรณ์ฝนล่วงหน้า! เตือน 12 – 13 มี.ค.นี้ รับมือพายุฤดูร้อนหลายพื้นที่ กทม.มีฝน 20–30%

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศล่วงหน้า เตือน 12 – 13 มี.ค.นี้ มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นหลายพื้นที่ รับมือฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง-ลูกเห็บตก กทม.มีฝน 20–30%

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 12 – 18 มี.ค. 2569 โดยในช่วงวันที่ 12 - 18 มี.ค. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 12 - 14 มี.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 15 - 18 มี.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนลดลง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค 12 – 18 มีนาคม 2569

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบน

อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 5 - 15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตะวันตก

อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30- 35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 30 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน

อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 - 36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 14 – 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 38 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่

ลมตะวันออก ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 12 - 14 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ในช่วงวันที่ 15 - 18 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่

ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ตลอดช่วง

ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง

อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 18 มี.ค. 69 อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือน "พายุฤดูร้อน" ฉบับ 4 ฝนถล่ม ลมกระโชกแรง มีผลกระทบถึงวันที่ 13 มี.ค. 69

สภาพอากาศวันนี้ กทม.-53 จังหวัดระวังฝน ทั่วไทยมีฝน 30-40%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พยากรณ์ฝนล่วงหน้า! เตือน 12 – 13 มี.ค.นี้ รับมือพายุฤดูร้อนหลายพื้นที่ กทม.มีฝน 20–30%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...