โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NEWS UPDATE: กทม. เฝ้าระวังอีสุกอีใสระบาด พบผู้ป่วยแล้วกว่า 700 ราย จับตาเด็กวัยเรียนเสี่ยงสูง

Mood of the Motherhood

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 10.32 น. • News Update

สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ออกมาเตือนให้เฝ้าระวังสถานการณ์ โรคอีสุกอีใส หลังพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นปี โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียน พร้อมสั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดและโรงเรียนเพิ่มมาตรการคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดนายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 7 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยโรคอีสุกอีใสแล้ว 752 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ เด็กอายุ 5–9 ปี และ 10–14 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ต้องรวมกลุ่มทำกิจกรรมในโรงเรียน จึงมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคได้ง่ายจากข้อมูลทางระบาดวิทยา โรคอีสุกอีใสมักพบการระบาดมากในช่วง ปลายฤดูหนาวต่อเนื่องถึงฤดูร้อน ทำให้ในช่วงต้นปีของทุกปีจำเป็นต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ School Surveillance หรือการเฝ้าระวังในสถานศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับสำนักการศึกษาและเครือข่ายโรงเรียน เพื่อคัดกรองเด็กตั้งแต่บริเวณทางเข้าโรงเรียน หากพบเด็กมีอาการไข้ หรือเริ่มมีผื่นและตุ่มน้ำใส ซึ่งเป็นอาการของโรคอีสุกอีใส จะต้องแยกเด็กออกจากกลุ่มทันที และแจ้งผู้ปกครองให้รับกลับบ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อนอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำมาตรการ ปิด ล้าง เลี่ยง โดยให้โรงเรียนทำความสะอาดพื้นผิวหรือจุดสัมผัสร่วมอย่างสม่ำเสมอ และหากพบผู้ป่วยจำนวนมาก อาจพิจารณาปิดชั้นเรียนชั่วคราวเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อในส่วนของสถานพยาบาล ได้มีการจัดระบบคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้และผื่นคันแยกออกจากผู้ป่วยทั่วไป เพื่อลดการแพร่เชื้อในพื้นที่รอรับบริการ พร้อมทั้งเตรียมสำรองเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เช่น ยาต้านไวรัส Acyclovir และอุปกรณ์ดูแลแผลให้เพียงพอสำนักการแพทย์ยังให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคอีสุกอีใส หากมีความเสี่ยงหรือสัมผัสผู้ป่วย ควรรีบพบแพทย์ภายใน 72–96 ชั่วโมง เพื่อรับการพิจารณาการรักษาหรือการฉีดภูมิคุ้มกัน เนื่องจากโรคอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ทางหน่วยงานจึงขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้สังเกตอาการของลูก หากพบไข้ มีผื่นหรือตุ่มน้ำใส ควรหยุดเรียนและพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคในโรงเรียนและชุมชนอ้างอิงthairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...