โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ADVANC จ่ายปันผลอีก 27.41 บาท/หุ้น-กำไรสุทธิปี 68 พุ่ง 47,886 ล้าน

PostToday

อัพเดต 21 ก.พ. เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 12.53 น.

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2568 มีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค.2568 ในอัตรา 8.41 บาท/หุ้น เมื่อรวมกับที่บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2568 ในอัตรา 6.89 บาท/หุ้น ทำให้ทั้งปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 15.30 บาท/หุ้น

นอกจากนี้ อนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 19.00 บาท/หุ้น ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปี 2568 อยู่ที่อัตรา 34.30 บาท/หุ้น

ทั้งนี้ คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับงวดนี้ในอัตรา 27.41 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 27 ก.พ.2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30 เม.ย.2569 อย่างไรก็ตาม สิทธิในการรับเงินปันผลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในวันที่ 7 เม.ย.2569

เปิดเหตุผลจ่ายปันผลพิเศษ 19 บาท/หุ้น

การพิจารณาการจ่ายเงินปันผลพิเศษในครั้งนี้อยู่บนกรอบการบริหารเงินทุนอย่างมีวินัยของบริษัท โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ควบคู่ไปกับการรักษาความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นทางการเงิน รวมถึงคงระดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตในระดับที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถลงทุนได้ (Investment-grade credit profile) พร้อมทั้งส่งมอบผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น

การจ่ายเงินปันผลพิเศษครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทต่อศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด และเป็นการจัดสรรเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้นในลักษณะเฉพาะครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการจัดสรรเงินทุนของบริษัทภายหลังจากพิจารณาความจำเป็นในการใช้เงินลงทุนในระยะใกล้แล้ว รวมถึงแผนการเติบโตในธุรกิจหลักต่าง ๆ อาทิ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง บริการลูกค้าองค์กร และบริการดิจิทัล รวมถึงการลงทุนเพื่อความเป็นผู้นำด้านโครงข่ายและการวางรากฐานด้านดิจิทัลในอนาคต

ทั้งนี้ ภายหลังการจ่ายเงินปันผลพิเศษ บริษัทจะยังคงมีโครงสร้างหนี้ที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม อนึ่ง การจ่ายเงินปันผลพิเศษดังกล่าวไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลปกติของบริษัท ซึ่งกำหนดให้สอดคล้องกับการเติบโตของผลประกอบการและความยั่งยืนของกระแสเงินสด

งบไตรมาส 4/68 กำไรสุทธิโต 54% แตะ 14,282 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 14,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน สะท้อนภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ต้นทุนคลื่นความถี่และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยมีอัตราต้นทุนการกู้ยืมเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7% และการใช้ประโยชน์จากผลขาดทุนสะสมทางภาษี โดยกำไรสุทธิปกติอยู่ที่ 12,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% เทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3.9% เทียบกับไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ กำไร EBITDA ในไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้น 8.9% เทียบกับปีก่อน จากการขยายตัวของธุรกิจในภาพรวม และการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย

ในไตรมาส 4/2568 รายได้รวม อยู่ที่ 59,547 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% เทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9.5% เทียบกับไตรมาสก่อน โดยรายได้จากการให้บริการหลัก อยู่ที่ 44,825 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% เทียบกับปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และเพิ่มขึ้น 2.8% เทียบกับไตรมาสก่อน จากการคงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และปัจจัยทางฤดูกาลของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่

ปี 68 กำไรสุทธิ 47,886 ล้านบาท โต 37%

กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 47,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เทียบกับปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และประโยชน์ทางภาษี หากไม่รวมรายการภาษีครั้งเดียวและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรสุทธิปกติ (Normalized profit) อยู่ที่ 46,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เทียบกับปีก่อน

กำไร EBITDA อยู่ที่ 123,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% เทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของรายได้จำกธุรกิจหลัก การบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 54.5% เพิ่มขึ้นจาก 53.1% ในปี 2567 จากการมุ่งเน้นรายได้ที่สร้างผลกำไร และการไม่มีรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาเชื่อมต่อโครงข่าย 2100 MHz ทั้งนี้ อัตรากำไร EBITDA จากธรุกิจบริการ (Service EBITDA margin) อยู่ที่ 66.3% ปรับตัวดีขึ้นจาก 63.5% ในปี 2567

ในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 226,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% เทียบกับปีก่อน จากการเติบโตในทุกธุรกิจหลัก รวมถึงรายได้จากการขาย อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนจากรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับ NT ที่ลดลง ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาเชื่อมต่อโครงข่าย 2100 MHz กับ NT

รายได้จากการให้บริการหลัก (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและรายได้จาก การเป็นพันธมิตรกับ NT) อยู่ที่ 173,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% เทียบกับปีก่อน จากความต้องการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลที่แข็งแกร่งทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงการเติบโตของบริการ ลูกค้าองค์กร และรายได้โรมมิ่งคลื่นความถี่ 700 MHz กับ NT ที่เพิ่มขึ้น

โดยรายได้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อยู่ที่ 130,926 ล้านบาท เติบโต 5.8% เทียบกับปีก่อน จากการปรับตัวดีขึ้นของ ARPU ผ่านกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพ การผลักดันแพ็กเกจ 5G การนำเสนอคอนเทนต์และบริการเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคุณภาพโครงข่ายและประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า

รายได้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อยู่ที่ 32,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% เทียบกับปีก่อน จากฐานลูกค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มขึ้นของ ARPU ในกลุ่มลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิม ผ่านการส่งเสริมการขายอย่างมีประสิทธิภาพ

รายได้ธุรกิจลูกค้าองค์กร (ไม่รวมบริการโทรศัพท์) อยู่ที่ 7,828 ล้าน บาท เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปีก่อน จากความต้องการเชื่อมต่อข้อมูล สำหรับองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะบริการเชื่อมต่อโครงข่าย (EDS) และบริการคลาวด์

ส่องแนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2569

ส่วนแนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2569 บริษัทคาดการณ์รายได้จากการให้บริการหลัก เติบโตที่ระดับ 3-5% เมื่อเทียบกับปีก่อน มุ่งเน้นการเติบโตที่มีคุณภาพและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

กำไร EBITDA เติบโตประมาณ 2-4% ตามการเติบโตของรายได้ ขณะที่บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตระยะยาว

นอกจากนี้ ตั้งเป้างบลงทุน (ไม่รวมคลื่นความถี่) ไว้ที่ประมาณ 30,000-35,000 ล้านบาท เพื่อรักษาสถานะผู้นำโครงข่าย สอดคล้องกับความต้องการการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นและสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะกลาง

เสนอผู้ถือหุ้นเพิ่มวงเงินออกหุ้นกู้เป็นไม่เกิน 2 แสนบาท

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 พิจารณาอนุมัติการเพิ่มวงเงินการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท ให้มีวงเงินรวมและยอดคงค้างของมูลค่าตราสารจากเดิมไม่เกิน 100,000 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 200,000 ล้านบาท และ/หรือจำนวนเทียบเท่าในสกุลเงินตราต่างประเทศ เพื่อรองรับการดำเนินงานและความต้องการด้านเงินทุนของบริษัท และบริษัทย่อย ทั้งในด้านการลงทุน การขยายธุรกิจ การใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน การรีไฟแนนซ์ และวัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...