ลูกชายของ 1 ในลูกเรือที่สูญหาย เปิดข้อความพ่อ ก่อนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง“ พาญาติของ 2 ลูกเรือที่ยังสูญหาย จากเหตุโจมตีเรือสินค้าไทย “มยุรี นารี” ขณะลอยลำที่ช่องแคบฮอร์มุซ มาที่กองทัพเรือ โดยมีพลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เป็นตัวแทนมารับเรื่อง
โดยนายคณาธิป ปะวะภูชะเก ลูกชายของนายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะแก ตำแหน่งนายช่างไฟฟ้า ชาว จ.หนองบัวลำภู ที่ยังสูญหาย บอกว่า พ่อทำงานอยู่กับเรือขนส่งสินค้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว แม้ที่ผ่านมาจะย้ายบริษัทอยู่บ้าง แต่ก็จะวนเวียนอยู่กับเรือขนส่งสินค้าเหมือนเดิม โดยตนเองคุยกับพ่อล่าสุดคือเมื่อช่วง 5-6 เดือนที่แล้ว เมื่อมีสัญญาณหรือดาวเทียมอะไรที่พอจะติดต่อสื่อสารกันได้ เราก็จะคุยกันตลอด หรือแม้ช่วงที่เรือดรอปตามจุดต่างๆ แต่ละประเทศ เราก็จะโทรหากัน แต่ครั้งสุดท้ายที่เราติดต่อกันได้ คือเมื่อช่วง 2-3 วันก่อนเกิดเหตุ พ่อก็แจ้งมาว่า “จะต้องเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซนะ” และเราก็ได้คุยกันถึงความเป็นไปได้ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นได้บ้าง ซึ่งพ่อก็เตรียมตัวไว้ประมาณหนึ่ง
ลูกชายของนายเกียรติศักดิ์ ยังบอกอีกว่า ก่อนเกิดเหตุจริงๆ แล้ว ทางบริษัทให้พ่อเลือกอยู่ 2 ทาง คือ 1.รอขึ้นเครื่องกลับ หรือ 2.จะไปกับเรือขนส่งสินค้า โดยทุกคนเลือกจะกลับไปกับเรือ เพราะมองว่า “รออยู่ที่โรงแรมก็ไม่ได้ปลอดภัย” ยืนยันว่าพ่อเลือกกลับกับเรือด้วยความสมัครใจเอง และการเดินทางกับเรืออำนาจการตัดสินใจก็เป็นหน้าที่ของกัปตันเรือทั้งสิ้น
“ทุกวันนี้ผมก็ยังติดต่อหาพ่อ ไลน์หาพ่อตลอด แต่ติดต่อไม่ได้ พิมพ์ไปหลายข้อความ แต่ก็ไม่ขึ้นอ่าน โดยช่วงก่อนพ่อลงเรือ แล้วเรือจะแล่นออกไปจากท่าเรือคาลิฟา ในอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ข้อความสุดท้าย คือพ่ออวยพรวันเกิดผม มันแปลกที่ตอนนี้ผมยังติดต่อพ่อไม่ได้ เวลาพ่อจะหายไป เขาจะแจ้งก่อน ความหวังวันนี้ผมอยากเจอพ่อ ขอให้ผู้ใหญ่ของกองทัพเรือช่วยผู้สูญหายที่ยังเหลือ ยังหวังว่าพ่อและคนในเรือจะปลอดภัย รวมไปถึงคนที่จะไปช่วย เราไม่อยากให้เกิดการสูญเสีย”
ด้านนางสาวสุชาวดี มะหลีแก้ว แฟนสาวของนายชวลิต ไชยวงศ์ ตำแหน่งช่างเครื่อง ชาว จ.ตาก อีกหนึ่งผู้สูญหาย น้ำตาคลอ ก่อนบอกว่า ก่อนวันเกิดเหตุตนเองติดต่อแฟนได้ช่วงเวลา 4 ทุ่ม ก่อนที่ในช่วงเข้าเวรผลัด 8 โมงเช้า ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก ยืนยันว่าแฟนตัดสินใจเหมือนกับลูกเรือคนอื่น ว่าจะเดินทางกลับโดยเรือขนส่งสินค้า เบื้องต้นทางบริษัทเรือขนส่งสินค้า ก็ได้ประสานมายังครอบครัวบ้างแล้ว บอกเพียงว่าได้ประสานกับกองทัพเรือให้ช่วยเหลือผู้สูญหายแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเรื่องพิกัดสุดท้าย รวมไปถึงเหตุผลของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งบริษัทเองเขาก็ทำธุรกิจมานานแล้ว
“ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ ก็หวังว่าเขาน่าจะแก้ไขสถานการณ์หรือช่วยเหลือตัวเองได้ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ ขอให้เขาปลอดภัย”
ขณะที่ “กัน จอมพลัง” กล่าวว่า หลังจากได้ประสานกับทางครอบครัวของผู้สูญหาย ก็มีหลายอย่างที่เขากังวล โดยสิ่งแรกคือพวกเขาอยากจะทราบว่าข้อมูลสถานะคนที่อยู่บนเรือ เป็นอย่างไรบ้าง มีชีวิตอยู่หรือบาดเจ็บหรือไม่ ซึ่งคนที่รู้เรื่องจริงๆ ก็ต้องเป็นกองทัพเรือ เนื่องจากว่าเป็นผู้ประสานกับกองทัพเรือโอมาน เรื่องทางทะเลคาดว่ากองทัพเรือน่าจะเก่งอยู่แล้ว
ตนเองจึงได้นำข้อมูลจากทางญาติมาแจ้งให้กับกองทัพเรือทราบ และวันนี้ได้รวบรวมญาติของผู้สูญหายมาพบกองทัพเรือให้ช่วยเหลือ วันนี้ทางญาติก็สามารถให้ข้อมูลกับกองทัพเรือได้ มองว่ายังไม่น่าหมดหวัง ยังมีโอกาสเสมอ เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะช่วยกันอย่างเต็มที่ที่จะนำคนไทยกลับมา
ทั้งนี้ “กัน จอมพลัง” ยังย้ำว่า ไม่อยากให้ไปว่าคนบนเรือ หรือเกิดการตั้งคำถามว่า “ไปทำไม” เนื่องจากเรือลำดังกล่าว เป็นเรือส่งสินค้า ทุกคนมีอาชีพต้องทำ.