‘สตม.’ ตามยึดทรัพย์ ‘แก๊งจีนเทา’ กว่า 10 ล้านบาท หลังศาลพิพากษา คดีหลอก-แฮกข้อมูลบัตรเครดิต
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (12 มี.ค.69) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. /ผอ.ศปชก.สตม., นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขา ปปง. ,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./เลขานุการ ศปชก.สตม., สั่งการให้พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม., นายปวิช พันวิไล ผอ.กองคดี 1 ปปง. , ว่าที่ พ.ต.ท.โกเมน วรรณบวร สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. เข้ายึดทรัพย์สินแก๊งมิจฉาชีพชาวจีน แฮกข้อมูลบัตรเครดิตรวม 25 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ร่วมกับชมรมป้องกันการทุจริตบัตรเครดิต ทำการสืบสวนกรณีกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรเครดิต (Phishing) ของผู้เสียหายชาวไทยและชาวต่างชาติ จากนั้นนำข้อมูลบัตรเครดิตไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น ทองคำ โทรศัพท์มือถือ
จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยใช้บ้านแห่งหนึ่งบริเวณซอยพระยาสุเรนทร์ เขตบางชัน ในการกระทำความผิด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติค้นต่อศาลต่อศาลอาญามีนบุรี ซึ่งต่อมาศาลอาญามีนบุรี อนุมัติหมายค้นที่ ค.418/2568 ให้เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว
จากการตรวจค้นสามารถขยายผลไปยังตัวการที่กระทำความผิดและบ้านที่ใช้กระทำความผิดได้เพิ่มเติม คือ นายอาน อวี่เผิง หรือ อวี่เผิง อาน (MR.YUPENG AN) สัญชาติ จีน พร้อมพบหยานหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือที่ใช้รับข้อมูลบัตรเครดิต , โทรศัพท์มือถือที่ใช้ข้อมูลบัตรเครดิตสั่งซื้อสินค้ากว่า 70 เครื่อง , ทองคำ 21 บาท , เงินสกุลดิจิทัล 264,179 USDT , รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆซึ่งเชื่อว่าได้ใช้หรือได้มาจากการกระทำความผิด
จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งได้รายงานการจับกุมความผิดมูลฐานให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินที่ดำเนินการตรวจยึดตามกฎหมายต่อไป.
ต่อมาศาลอาญามีนบุรีพิพากษาผู้ต้องหา ตามคดีแดงที่ อ.766/2569 ลงวันที่ 19 ก.พ.69 ลงโทษจำคุก 2 ปี 30 เดือน ไม่รอลงอาญา และ ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน 25 รายการ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตามคำสั่ง ย.18/2569 ลง 11 ก.พ.2569 ที่ทำการตรวจยึดไว้
โดยในวันที่ 12 มี.ค.69 สตม. ได้ส่งมอบทรัพย์สินรวม 25 รายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ต่อ ปปง. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจยึดทรัพย์สินเงินสกุลดิจิทัลจากผู้ต้องหาในรูปแบบ Software Wallet แบบไม่ยืนยันตัวตน(non-Custodial wallet) จนสามารถนำส่งให้กับ ปปง. ดำเนินการตามกฎหมายได้สำเร็จ.