โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดเหตุผล ทำไม "จีน" สะสมทองคำไม่หยุด 16 เดือนติด สัญญาณใหม่ของยุคโลกเสี่ยง-เศรษฐกิจไม่แน่นอน?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 01.00 น.
จีนสะสมทองคำไม่หยุด 16 เดือนติด สัญญาณใหม่ของยุคเศรษฐกิจไม่แน่นอน

จีนสะสมทองคำไม่หยุด 16 เดือนติด สัญญาณใหม่ของยุคเศรษฐกิจไม่แน่นอน

"จีน" ยังคงเดินหน้า "ซื้อทองคำ" อย่างต่อเนื่อง และความเคลื่อนไหวนี้กำลังกลายเป็นหนึ่งในสัญญาณที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด

ข้อมูลล่าสุด ระบุว่า จีนได้เพิ่มทองคำสำรองอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้การสะสมทองคำของประเทศดำเนินต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกัน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

แม้ราคาทองคำจะอยู่ในระดับสูง แต่ผู้ซื้อรายสำคัญของตลาดในเวลานี้กลับไม่ใช่นักลงทุนรายย่อย หากแต่เป็นธนาคารกลางของประเทศมหาอำนาจอย่างจีน

ข้อมูลล่าสุดระบุว่าธนาคารกลางจีน People’s Bank of China หรือ PBOC ได้เพิ่มทองคำสำรองอีกประมาณ 30,000 ทรอยออนซ์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และนั่นทำให้การเพิ่มทองคำในคลังสำรองของจีนดำเนินต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกัน

จากการซื้อครั้งล่าสุด ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 74.22 ล้านทรอยออนซ์ จากระดับ 74.19 ล้านทรอยออนซ์ในเดือนมกราคม

ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดทองคำโลก เพราะการซื้อทองคำของธนาคารกลางขนาดใหญ่สามารถส่งผลต่อแนวโน้มราคาและโครงสร้างของตลาดการเงินระหว่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

รายงานของรอยเตอร์ ระบุว่า การที่จีนเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่กำลังบอกให้เห็นว่า ธนาคารกลางของหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ กำลังเพิ่มการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ราคาทองคำในตลาดโลกก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ ราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นและกลับมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้ราคาจะมีการปรับฐานในระยะสั้นก็ตาม

สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นทองคำ พันธบัตรรัฐบาล หรือเงินสด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวนสูง

ปัจจัยสำคัญอีกด้านหนึ่งคือความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังเกิดการโจมตีและการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น และยังมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อออกไป

สำหรับจีนเอง การเพิ่มทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 1 ปี หรือ 16 เดือนติดกันเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามสำคัญขึ้นว่า นี่เป็นเพียงการลงทุนตามจังหวะตลาด หรือกำลังสะท้อนยุทธศาสตร์ที่ลึกกว่านั้น

รายงานของ China Daily ระบุว่า การเพิ่มทองคำสำรองของจีนไม่ได้เกิดจากความต้องการเก็งกำไรตามราคาตลาดเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวในการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศ

เป้าหมายสำคัญของจีน คือ การกระจายความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์ในสกุลเงินต่างประเทศ และเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบการเงินของประเทศ

แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ธนาคารกลางจีนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองที่มีความสำคัญต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ

นอกจากปริมาณทองคำสำรองที่เพิ่มขึ้นแล้ว มูลค่าของทองคำที่จีนถือครองก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ปัจจุบัน จีนถือครองทุนสำรองระหว่างประเทศรวมมากกว่า 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระดับสูงที่สุดของโลก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในโลก โดยเฉพาะประเทศตะวันตก สัดส่วนของทองคำในทุนสำรองของจีนยังถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จำนวนมากจึงมองว่า จีนยังมีแรงจูงใจที่จะเพิ่มสัดส่วนทองคำในคลังสำรองต่อไปในระยะยาว เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินดอลลาร์สหรัฐ

ตุนทองคำ กระจายความเสี่ยง กันชนมาตรการคว่ำบาตร ขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลก

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือความกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในโลกปัจจุบัน

ในยุคที่ความขัดแย้งระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น สินทรัพย์ทางการเงินบางประเภท เช่น เงินสำรองในสกุลเงินต่างประเทศ หรือพันธบัตรรัฐบาล อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้

ในกรณีที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ สินทรัพย์เหล่านี้อาจถูกอายัดหรือจำกัดการเข้าถึงได้

ด้วยเหตุนี้ ทองคำซึ่งสามารถถือครองได้โดยตรง และไม่ต้องพึ่งพาระบบการเงินของประเทศอื่น จึงกลายเป็นสินทรัพย์สำรองที่มีความสำคัญมากขึ้นในสายตาของหลายประเทศ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดของตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก

นักวิเคราะห์ของ สภาทองคำโลก World Gold Council มองว่า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ธนาคารกลางทั่วโลกต้องการถือครองในระยะยาว เนื่องจากความเสี่ยงของโลกในปัจจุบันมีความชัดเจนและใกล้ตัวมากขึ้น

ย้อนกลับไปในอดีต ทองคำเคยเป็นรากฐานสำคัญของระบบการเงินโลกในยุคมาตรฐานทองคำ ก่อนที่ระบบดังกล่าวจะถูกยกเลิกไปในช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อประเทศต่าง ๆ เปลี่ยนมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว

แม้ระบบการเงินโลกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ทองคำก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์สำรองของประเทศต่าง ๆ

ในโลกการเงิน ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทมายาวนาน เพราะไม่ขึ้นอยู่กับค่าเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง และไม่ได้ถูกควบคุมโดยนโยบายการเงินของรัฐบาลใดโดยตรง

ดังนั้นในช่วงเวลาที่เกิดความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ หรือภาวะเงินเฟ้อ ทองคำจึงมักถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษามูลค่าของทรัพย์สิน

รายงานล่าสุดของสภาทองคำโลก World Gold Council ยังระบุด้วยว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกมีสัญญาณชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงช่วงเทศกาลวันหยุดในหลายประเทศ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางบางแห่งชะลอการซื้อทองคำในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มในระยะยาว การสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีทิศทางเพิ่มขึ้น เพราะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน

ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายประเทศเลือกเพิ่มการถือครองทองคำ และแนวโน้มนี้อาจดำเนินต่อไปตลอดปี 2569 และอาจยาวนานไปในอนาคต

นอกจากจีนแล้ว ยังมีประเทศอื่นที่มีบทบาทสำคัญในตลาดทองคำโลกเช่นกัน โดยเฉพาะประเทศในยุโรปตะวันออก หนึ่งในประเทศที่ถูกพูดถึงมากคือโปแลนด์ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ของโลก

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการธนาคารกลางโปแลนด์ได้เสนอแนวคิดว่า ประเทศอาจพิจารณาขายทองคำสำรองบางส่วน เพื่อนำเงินไปสนับสนุนงบประมาณด้านกลาโหม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทองคำยังคงมีบทบาทสำคัญในยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของประเทศ

ในอีกด้านหนึ่ง บางประเทศก็มีการขายทองคำออกมาในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน ตัวอย่างเช่นรัสเซียและเวเนซุเอลา ซึ่งมีรายงานว่าธนาคารกลางของทั้งสองประเทศได้ขายทองคำบางส่วนออกมาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

แม้ราคาทองคำจะอยู่ในระดับสูง แต่จีนยังคงเดินหน้าซื้ออย่างต่อเนื่อง

การสะสมทองคำของมหาอำนาจเศรษฐกิจอย่างจีน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการลงทุนตามราคาตลาดเท่านั้น หากแต่สะท้อนถึงโลกที่กำลังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

และในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ประเทศต่าง ๆ เลือกถือครอง เพื่อปกป้องเสถียรภาพของเศรษฐกิจและระบบการเงินของตนเองในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...