CPF รุกตลาดทำเงิน มุ่งสินค้ามูลค่าเพิ่ม
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 02.41 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น – บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป(ประเทศไทย)จำกัด(มหาชน) ระบุว่า CPF รายงานกำไรปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง 28.8% YoY แม้ผลงาน 4Q68 จะต่ำกว่าคาดจากราคาสุกรที่อ่อนตัวและส่วนแบ่งกำไรจากจีนที่ลดลง สำหรับปี 2569 คาดกำไรลดลงสู่ฐานปกติจากปัจจัยฐานสูง ราคาเนื้อสัตว์เฉลี่ยที่ต่ำกว่าปีก่อน และวัตถุดิบเริ่มปรับตัวขึ้น แต่ยังได้แรงหนุนจากการบริหารต้นทุนด้วยเทคโนโลยีและการลดภาระหนี้กลยุทธ์มุ่งเน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มและการเติบโตในตลาดศักยภาพ
ใน 4Q68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.08 พันล้านบาท ลดลงอย่างมากถึง 74% YoY และ 79% QoQ ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ที่อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 12.9% และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในจีน (CTI) ที่ลดลงตามราคาหมู
ภาพรวมทั้งปียังคงเติบโตโดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 2.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.8% YoY เป็นผลมาจากประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น ประกอบกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ (โดยเฉพาะกากถั่วเหลือง) อยู่ในระดับต่ำในช่วงครึ่งปีแรก
บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลอีก 0.25 บาท (รวมทั้งปี 2568 ที่ 1.25 บาทต่อหุ้น) ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พ.ค. 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 22 พ.ค. 2569
แนวโน้มราคาเนื้อสัตว์เริ่มฟื้นตัว
ราคาเนื้อหมูในประเทศไทยคาดได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หลังจากราคาเริ่มปรับตัวขึ้นและคาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการปรับสมดุลของอุปทานในตลาด
เวียดนาม: แนวโน้มในปีนี้คาดว่าราคาจะใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกราคาเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 65,000 ดองต่อกิโลกรัม
จีน: ราคาขายยังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากปัญหาอุปทานล้นตลาด โดยมีราคาอยู่ที่ราว 13-14 หยวนต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลจีนเริ่มเข้ามาบริหารจัดการปริมาณเนื้อสุกรในตลาดเพื่อดึงราคาให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
เนื้อไก่: ราคาทรงอยู่ในระดับ 39-40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งยังสูงกว่าต้นทุนการผลิตที่ 36-37 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ยังคงรักษาระดับกำไรไว้ได้
มุ่งบริหารต้นทุนผ่านการใช้เทคโนโลยี, ลดภาระหนี้ และปรับ Product Mix
เทคโนโลยี: มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร และนำเทคโนโลยีดิจิทัล, ระบบหุ่นยนต์, AI และเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
การเงิน: มีแผนลดภาระหนี้สินโดยการนำเงินสดบางส่วนไปชำระคืนหนี้ และมีการลดขนาดองค์กรเพื่อความคล่องตัว รวมถึงแผนผลักดันการนำธุรกิจในเวียดนามเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คาดจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้นในช่วงปลายปี 2569
กลยุทธ์สินค้า: ในประเทศไทยจะปรับเปลี่ยนพอร์ตสินค้าไปสู่สินค้าแปรรูปและสินค้ามูลค่าเพิ่มมากขึ้นเพื่อเพิ่ม Margin
คงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 17.7% YoY เนื่องจากฐานกำไรที่สูงในปี 2568 และคาดว่า Margin จะอยู่ที่ระดับ 15.8% ลดลงจาก 16.9% ในปีก่อนหน้า ตามทิศทางราคาเนื้อสัตว์ที่ต่ำกว่าปีก่อน และวัตถุดิบที่เริ่มขยับขึ้น
ราคาพื้นฐาน 23.30 บาท แม้กำไรปี 2569 มีแนวโน้มลดลง YoY แต่จากราคาที่ปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้านี้ ทำให้ Upside เพิ่มขึ้น จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”