โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ศัพท์สามคำในปีขวาสุดโต่ง : วันสิ้นโลก' (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 17 ม.ค. เวลา 06.12 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 06.12 น.

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

ปี 2025 ที่เพิ่งผ่านไปเป็นปีที่ศาสนจักรคาทอลิกได้ประมุขพระองค์ใหม่คือสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ผู้ทรงเป็นชาวอเมริกันที่ได้ขึ้นเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรก

เป็นปีที่ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐตัดสินใจทำสงครามการค้ากับทั้งโลก และพบปะกับประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียซึ่งหน้าอีกครั้ง

เป็นปีที่อิสราเอลกับอิหร่าน, อินเดียกับปากีสถาน, ประเทศไทยกับกัมพูชาเผชิญหน้าขัดแย้งรบพุ่งกัน

และก็เป็นปีที่คำว่า “brain rot” (สมองเน่า) ซึ่งบัญญัติขึ้นโดย เฮนรี เดวิด ธอโร นักเขียนกวี นักปรัชญานิยมธรรมชาติชาวอเมริกัน (1817-62) ในงานเรื่องวอลเดน (1854 พากย์ไทยโดยสุริยฉัตร ชัยมงคล) และถูกนำมาเวียนใช้ในความหมาย “การสูญเสียสติปัญญาหรือทักษะการคิดวิจารณ์ในลักษณะที่สังเกตเห็นได้โดยเฉพาะ เนื่องจากบริโภคเนื้อหามึนชางี่เง่าเหลวไหลไร้สาระที่โพสต์ออนไลน์จนล้นเกิน” (Apple dictionary) ได้แพร่เข้ามาสิงสู่ในชีวิตผู้คน

ในปีที่ชวนตะลึงลานตาลายเมื่อกฎกติกาต่างๆ ในโลกดูเหมือนจะถูกโยนทิ้งล้มเลิกไปหน้าตาเฉยนั้น ลึกๆ แล้วอะไรกันแน่ที่เปลี่ยนไปในทางเป็นจริง?

ท่ามกลางความพลิกผันเปลี่ยนแปรของเทคโนโลยี AI, เศรษฐกิจการค้าโลก, ฟองสบู่แตกในจีน, แนวรบ ยูเครน, การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา, หรือแม้กระทั่งการเรียกร้องระบอบราชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกา (ราชาทรัมป์) ฯลฯ วารสารดิจิทัลฝรั่งเศส Le Grand Continent (https://legrandcontinent.eu/fr/) ได้ลงบทความโดย Steven Forti & Sergi Soler López สรุปรวบยอดปีขวาสุดโต่งที่ผ่านมาด้วยศัพท์สามคำ ได้แก่ Apocalypse (วันสิ้นโลก), Monarchie (ระบอบราชาธิปไตย), และ Remigration (การอพยพออก) ไว้อย่างรวบรัดคมคาย

ผมขอนำมาเล่าต่อเพื่อรู้ทันกระแสอุดมการณ์ขวาจัดที่เข้าเบียดขับเสรีนิยมในระดับโลก

เริ่มที่คำว่า Apocalypse หรือวันสิ้นโลก

(ศัพท์ขวาจัดโดดเด่น 3 คำในปี 2025 & ปีเตอร์ เทียล เศรษฐีไฮเทคนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวา)

ปี 2025 เปิดฉากด้วยบทความของปีเตอร์ เทียล ซึ่งยืนยันว่าการหวนกลับสู่ทำเนียบขาวของทรัมป์บ่งชี้ถึง “วันสิ้นโลกแห่งระบอบเก่า” (https://www.ft.com/content/a46cb128-1f74-4621-ab0b-242a76583105)

ในทัศนะของ Peter Thiel ผู้ประกอบการอภิมหาเศรษฐีไฮเทคแห่งซิลิคอน แวลลีย์และนักเคลื่อนไหว การเมืองสากลชาวเยอรมัน-อเมริกันที่ร่วมก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีบริการการเงินระดับโลก PayPal และบริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ Palantir Technologies คนนี้ (ดูภาพของเขาด้านบน) การที่โจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกันไปเมื่อปี 2020 เป็นแค่ “ความเบี่ยงเบนผิดปกติ” หรือนัยหนึ่ง “ปฏิบัติการระวังหลังของระบอบที่ตกที่นั่งลำบาก” ซึ่งก็ล้มเหลวไปในที่สุด

การกลับสู่อำนาจของทรัมป์จึงเป็นการประกาศชัยชนะเด็ดขาดของอินเตอร์เน็ตในสงครามกับสิ่งที่เทียลเรียกว่าระบอบเก่านั่นเอง

บทความที่เกลื่อนไปด้วยทฤษฎีสมคบคิดพิสดารเกี่ยวกับการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี หรือบ่อเกิดของโรคระบาดโควิด-19 ข้างต้น ได้วาดวางแนวคิดเรื่อง “วันสิ้นโลก” ไว้ตรงใจกลางวิวาทะสาธารณะอย่างน่าตื่นใจ โดยเทียลตีความศัพท์คำนี้ในเชิงนิรุกติศาสตร์ว่ามันหมายถึง “วิวรณ์” (Revelation หรือการเปิดเผยจากพระเจ้า) อันเป็นบรรพสุดท้ายในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่นั่นเอง

สำหรับพวกที่ใส่ใจสังเกตติดตามกิจกรรมและวาทกรรมของนักเคลื่อนไหวขวาจัดซึ่งร่ำรวยระดับโลกผู้นี้ มันอาจไม่น่าตื่นใจนัก ค่าที่แนวคิด “วันสิ้นโลก” ได้กลายเป็นความหมกมุ่นของเทียลมานมนานแล้ว (ดูอาทิ https://www.hoover.org/research/apocalypse-now-peter-thiel-ancient-prophecies-and-modern-tech) แต่มันกลายเป็นเรื่องร้อนแรงและใหญ่โตขึ้นเมื่อเขาสามารถส่งอิทธิพลโดยตรงต่อรัฐบาลทรัมป์ #2 ผ่านรองประธานาธิบดี เจ. ดี. แวนซ์ ซึ่งเขาสนิทสนมด้วย

ในรอบหลายปีหลัง เทียลได้ทุ่มเทเข้าร่วมการประชุม สัมมนาและเขียนงานมากมายหลายหลากเกี่ยวกับ “วันสิ้นโลก” และแนวคิดเชิงเทววิทยาอีกสองประการซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดได้แก่ “แอนตี้ไครสต์” (ศัตรูของพระคริสต์) กับ “คาตาคอน” (katechon)

เริ่มแต่ปี 2011 เทียลได้เขียนบทความเรื่อง “The End of the Future” ลงพิมพ์ในวารสารอนุรักษนิยม อเมริกัน National Review (https://www.nationalreview.com/2011/10/end-future-peter-thiel/) ซึ่ง ขึ้นต้นด้วยการอ้างอิงข้อความเรื่อง “วันสิ้นโลก” จากพระธรรมยอห์นในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ว่า :

“เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สาม ข้าพเจ้าก็ได้ยินสิ่งมีชีวิตที่สามร้องว่า “มาเถอะ” แล้วข้าพเจ้าเห็น และนี่แน่ะ ม้าสีดำตัวหนึ่งเข้ามา และผู้ที่ขี่ม้าตัวนี้ถือตราชู แล้วข้าพเจ้าก็ได้ยินเหมือนอย่างเสียงพูดดังออกมาจากท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้นว่า “ข้าวสาลีราคาลิตรละหนึ่งเดนาริอัน ข้าวบาร์เลย์สามลิตรต่อหนึ่งเดนาริอัน แต่เจ้าอย่าทำอันตรายน้ำมันและเหล้าองุ่น” (วิวรณ์ 6: 5-6 ; https://www.bible.com/th/bible/174/REV.6.THSV11)

(อนึ่ง “สิ่งมีชีวิตทั้งสี่” ในข้อความข้างต้นหมายถึงสัตว์สี่ตัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนจักรวรรดิโบราณต่างๆ ตามลำดับ ได้แก่ สิงโตติดปีก-หมายถึงจักรวรรดิบาบิโลน, หมี-หมายถึงจักรวรรดิเปอร์เซีย, เสือดาวติดปีกหลายหัว-หมายถึง จักรวรรดิกรีก, และสัตว์ประหลาดฟันเหล็กสิบเขา-หมายถึงจักรวรรดิโรมัน อ้างอิงตามพระธรรมดาเนียลในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม 7: 3-20 https://www.biblicaltoolbelt.com/l/the-four-beasts-of-daniel-seven/)

เทียลตีความยืนกรานตามพระคัมภีร์ว่าโลกกำลังประสบภาวะชะงักงันทางเทคโนโลยีอย่างไม่มีอนาคต เขายังกล่าวยืนยันประเด็นนี้ซ้ำในคำให้สัมภาษณ์ยาวเหยียดแก่ podcast “Uncommon Knowledge” ของสถาบันฮูเวอร์ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2024 ด้วย (https://www.hoover.org/research/apocalypse-now-peter-thiel-ancient-prophecies-and-modern-tech)

หนึ่งปีให้หลัง เมื่อเดือนกันยายนถึงตุลาคมศกก่อน เทียลก็บรรยายในการประชุมวงปิด 4 ครั้งในประเด็น “แอนตี้ไครสต์” จัดโดยสมาคม ACTS 17 แห่งนครซานฟรานซิสโก สหรัฐ (https://www.theguardian.com/us-news/2025/oct/10/peter-thiel-lectures-antichrist อนึ่ง ACTS ย่อจาก Acknowledging Christ in Technology and Society ซึ่งมุ่งเผยแพร่การเชื่อมโยงพระคริสตศาสนากับเทคโนโลยีและสังคมการเมือง)

หากประมวลสังเคราะห์การกล่าวอ้างอิงถึงพระคริสตธรรมคัมภีร์ ทีวีซีรีส์ วิดีโอเกม และวรรณกรรมเรื่องต่างๆ บ่อยครั้งเข้าด้วยกัน (โดยเฉพาะนิยายเรื่อง The Lord of the Rings เขียนโดย J. R. R. Tolkien อันเป็นที่มา ของชื่อบริษัท Palantir ของเขา) บททดลองเสนอพื้นฐานของปีเตอร์ เทียล ก็คือ :

โลกเรากำลังเข้าใกล้วันสิ้นโลกเข้าไปทุกที ซึ่งหมายถึงการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติเนื่องจากสงครามโลก ครั้งที่สามซึ่งจะเป็นสงครามนิวเคลียร์ ปัญหาภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง รวมทั้งโรคระบาดใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ก็แลความหวาดกลัววันสิ้นโลกที่ว่านี้อาจขับดันให้ปรากฏ “แอนตี้ไครสต์” ขึ้นในรูปทรราชหรือราชาผู้ชั่วร้ายซึ่งจะเผยโฉมออกมาเมื่อถึงกาลอวสาน ภาวะภายใต้แอนตี้ไครสต์ดังกล่าวอาจกระทั่งย่ำแย่เลวร้ายกว่าวัน สิ้นโลกเองเสียอีก ทั้งนี้แอนตี้ไครสต์อาจแทนตนโดยบุคคลหรือความคิดที่ผนึกโลกเข้าด้วยกันเป็นปึกแผ่นและยั่วยวนโลกให้ลุ่มหลงด้วยการนำเสนอลู่ทางสันติภาพและความมั่นคงจอมปลอม

กล่าวเฉพาะภูมิภาคยุโรป ลู่ทางจอมปลอมที่ปรากฏได้แก่ความคิดเรื่องนิเวศวิทยา, กฎหมายชารีอะห์ของอิสลาม, และรัฐคอมมิวนิสต์เบ็ดเสร็จ

เทียลประเมินว่าในสามแนวคิดใหญ่นี้ นิเวศวิทยาน่าจะทรงพลังที่สุด และฉะนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะจินตนาการแอนตี้ไครสต์ว่าจะมาปรากฏในร่างทรงของเกรตา ธันเบิร์ก สาวน้อยนักเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนชื่อก้องโลก (https://www.the101.world/greta-thunberg/) ผู้เป็นตัวแทนจุดยืนแบบลาไดต์ (Luddite) ที่แตกหักกับวิทยาศาสตร์และคัดค้านเทคโนโลยีใหม่ๆ

รวมทั้งเอเลียเซอร์ ยัดเคาสกี นักวิจัย AI รุ่นบุกเบิกชาวอเมริกัน เจ้าของแนวคิดปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นมิตร (https://encyclopedia.pub/entry/33978) ซึ่งทุกวันนี้เป็นหนึ่งในบรรดาผู้วิพากษ์โจมตีการพัฒนา AI ตัวกลั่นที่สุด (ดูหนังสือเขียนร่วมเล่มล่าสุดของเขา Eliezer Yudkowsky & Nate Soares, If Anyone Builds It, Everyone Dies : Why Superhuman AI Would Kill Us All, 2025)

เทียลเชื่อว่า สิ่งเดียวที่ช่วยสกัดขัดขวางการมาถึงของแอนตี้ไครสต์พวกนี้และยับยั้งความรุนแรงที่อาจขับดันไปสู่วันสิ้นโลกเอาไว้ได้แก่ “คาตาคอน” (katechon) อันเป็นศัพท์กรีกที่อาจแปลได้ว่า “ผู้ยับยั้ง” หรือ “ผู้หน่วงเหนี่ยว” ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับพันธสัญญาใหม่

ในทางประวัติศาสตร์ นักเทววิทยาพากันตีความไปต่างๆ นานาว่า “คาตาคอน” หมายถึงใครหรือพลังอะไร? อาทิ จักรวรรดิโรมัน, พระจิต, การเผยแผ่ข่าวประเสริฐ, หรือคริสตจักร เป็นต้น

ส่วนในปรัชญาการเมืองสมัยใหม่ คาร์ล ชมิตต์ นักนิติศาสตร์และนักทฤษฎีการเมืองอำนาจนิยม-อนุรักษนิยม ชาวเยอรมัน ผู้คัดค้านลัทธิเสรีนิยม-รัฐธรรมนูญนิยม และเข้าสังกัดรับใช้พรรคนาซี (1888-1985) ตีความว่า “คาตาคอน” ได้แก่พลังใดๆ ในประวัติศาสตร์ที่ช่วยป้องกันโลกไว้ไม่ให้ตกต่ำเสื่อมถอยไปสู่ความโกลาหลวุ่นวายเบ็ดเสร็จหรือ “สุญญากาศทางอำนาจทั่วสากลโลก”

ชมิตต์เห็นว่า เพื่อให้ระเบียบการเมืองหนึ่งๆ มีความหมายจริง มันเรียกร้องต้องการให้มี “ผู้ยับยั้ง” เพื่อหน่วงเหนี่ยว “สภาวะยกเว้น” หรือนัยหนึ่งความไม่มีขื่อมีแปอย่างเบ็ดเสร็จของบ้านเมืองเอาไว้

ซึ่งในเยอรมนีสมัยสาธารณรัฐไวมาร์ (1918-1933) ที่เพิ่งฟื้นตัวแบบคลอนแคลนซวนเซจากการแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั้น ก็อาจตีความในกรอบของคาร์ล ชมิตต์ ได้ว่า “คาตาคอน” คือรัฐกับผู้นำที่เข้มแข็งอย่างระบอบนาซีของฮิตเลอร์นั่นเอง

ในทำนองเดียวกัน สมัยสงครามเย็นระหว่างค่ายทุนนิยมเสรีกับค่ายคอมมิวนิสต์ (1945-1991) ความคิดที่เป็น ตัวแทน “คาตาคอน” ย่อมได้แก่ลัทธิแอนตี้คอมมิวนิสต์

ที่น่าสนใจก็คือตกลงแล้วปีเตอร์ เทียล เห็นว่าใคร/พลังใดเป็นตัวแทน “คาตาคอน” ในปัจจุบันกันแน่? ประธานาธิบดีทรัมป์ หรือรองประธานาธิบดี เจ. ดี. แวนซ์?

(ต่อสัปดาห์หน้า)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ศัพท์สามคำในปีขวาสุดโต่ง : วันสิ้นโลก’ (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...