โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

EJAE: จาก 10 ปีที่ไร้ตัวตน สู่ความฝันที่กลายเป็น ‘สีทอง’ บนเวทีระดับโลก

LSA Thailand

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Lifestyle Asia Thailand
Golden Globes

ความฝัน ความหวัง และความมุ่งมั่น บางครั้งจะไปถึงบ้างหรือไม่ถึงบ้าง เราก็คงอยากจะไปให้ถึงสักครั้ง ก็คงเหมือนกับ อีแจ (EJAE) หรือ ชื่อจริงว่า “คิมอึนแจ” (Kim Eun-jae) ที่หลายคนอาจจะพอทราบกันดีแล้วว่า เธอได้รับรางวัล Best Original Song จากเพลง “Golden” ประกอบภาพยนตร์ KPop Demon Hunters จากงาน Golden Globes 2026 ทำให้เธอกลับมาเฉิดฉายในวงการเพลงเกาหลีใต้อย่างสง่างามจากคนที่เคยถูกปฏิเสธมาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า

Related articles

จากวาเลนไทน์สู่คริสต์มาส…ฤดูกาลแห่งความรู้สึกที่เราเลือกเฉลิมฉลอง

Golden Globes 2026: ‘ลิซ่า’ สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก! สรุปผลรางวัลและ 6 ไฮไลต์ที่คุณห้ามพลาด

EJAE ความฝันที่ต้องต่อสู้มากมาย

“ตอนที่ฉันยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ฉันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเป็นเวลา 10 ปี เพื่อทำความฝันเดียวให้เป็นจริง นั่นคือการเป็นไอดอลเคป็อป แต่ฉันก็ถูกปฏิเสธ และผิดหวังที่เสียงของฉันไม่ดีพอ ดังนั้นฉันจึงหันมาพึ่งเพลง และดนตรีเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลานั้นไป ตอนนี้ฉันมาถึงจุดนี้ในฐานะนักร้องและนักแต่งเพลงแล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งของเพลงที่ช่วยให้เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย และทุกคนก้าวผ่านความยากลำบากและยอมรับตัวเองได้นั้น เป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง รางวัลนี้มอบให้แก่ผู้ที่เคยถูกประตูแห่งโอกาสปิดใส่ และฉันมั่นใจได้เลยว่า การถูกปฏิเสธคือการเปลี่ยนเส้นทาง ดังนั้นอย่าท้อแท้ และมันไม่สายเกินไปที่จะเปล่งประกายอย่างที่คุณเกิดมาเพื่อเป็น” สปีชสำคัญของ อีแจ หลังจากการได้รับรางวัล Best Original Song ในงาน Golden Globes 2026

อีแจ (EJAE) หรือ ชื่อจริงว่า “คิมอึนแจ” (Kim Eun-jae) เกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 1991 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ปัจจุบันอายุ 34 ปี โดยเธอเป็นหลานสาวของนักแสดงและผู้สนับสนุนศิลปะอย่าง ชิน ยอง-คยุน (Shin Young-kyun) เกิดในราศีธนู และเหมือนจะเธอมีชะตาลิขิตสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ โดยที่เธอเข้าร่วมค่าย SM Entertainment ในปี 2003 เมื่ออายุประมาณ 11 หรือ 12 ปี โดยฝึกฝนร่วมกับสมาชิกของวง Girls’Generation, Super Junior, SHINee, f(x) และ Red Velvet

การเดบิวต์ที่ยากเย็นแสนเข็ญ

แน่นอนดูจากลิสต์รายชื่อวงเหล่านั้นเชื่อว่าทุกคนรู้จักหมด แต่กับเธอที่ต้องต่อสู้อย่างหนัก ซึ่งด้วยพรสวรรค์ของเธอ อีแจได้รับการพิจารณาให้เดบิวต์ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวและในฐานะสมาชิกของวงทรีโอ อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รับการอนุมัติให้เดบิวต์ และในที่สุดเธอก็พักการฝึกฝนในปี 2011 ในช่วงที่เป็นเด็กฝึกหัด เธอได้ไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าเรียนที่โรงเรียนศิลปะ Tisch มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งเธอเรียนดนตรี และจิตวิทยา ในปี 2014 หรือ 2015 และสุดท้ายเธอต้องออกจากค่าย SM Entertainment อย่างเป็นทางการ เพราะทางค่ายไม่สามารถให้เธอได้ศิลปินเต็มตัวได้เนื่องจากในแง่ธุรกิจที่ไม่ตอบโจทย์ในเวลานั้น

@danielswall

They Believed in EJAE When No One Else Did Hear our exclusive interview with EJAE where she reveals the demos of KPop Demon Hunters and shares her full story @ejae_k #ejae #girlsgeneration #singer #songwriting #kpopdemonhunters

♬ original sound – Daniel Wall

กำเนิดใหม่ EJAE กับ ‘Psycho’ ที่ใครก็ร้องตาม

วงการเพลงเกาหลีมีคนที่ต้องบาดเจ็บทางจิตใจอีกมากมายและไม่สามารถเดบิวต์เป็นศิลปินได้ ซึ่งเธอก็กลายเป็นผู้ร่วมชะตาผู้ผิดหวัง แต่ก็นั้นแหละโชคชะตาฟ้าลิขิตสำหรับคนที่ยังไม่ยอมแพ้ในวงการดนตรีเสียทีเดียว โดยหลังจากที่เสียใจกับตัวเองอยู่สักพักใหญ่ แล้วกลับมาสู้ต่อในปี 2017 ในช่วงเวลาวัยเบญจเพศเธอได้เข้าสู่เบื้องหลังด้วยการเป็นนักแต่งเพลง แล้วได้พบกับ แอนดรูว์ ชอย (Andrew Choi) นักแต่งเพลงที่กลายเป็นอาจารย์ของเธอในแง่การเขียนเพลง จนเธอได้กลับไปที่ SM Entertainment อีกครั้งในการเรียนรู้การทำเพลงจนเก่งขึ้น

ตัดภาพข้ามมาในปี 2019 โอกาสครั้งสำคัญครั้งแรกของเธอมาถึงเมื่อเธอร่วมเขียนเพลง “Psycho” ของ Red Velvet ที่ดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ถึงขั้นว่าเพลงนี้ ขึ้นไปถึงอันดับ 1 ในชาร์ต Billboard US World Digital Songs และได้รับการรับรองระดับทองคำในสหรัฐอเมริกา รวมถึงได้รับการรับรองระดับแพลตินัมในเกาหลีใต้ ซึ่งด้านหนึ่งก็ส่งให้ Red Velvet เป็นหนึ่งในวงเกิร์ลกรุ๊ปที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบันเลยก็ว่าได้ หลังจากนั้นความสำเร็จจากเพลง “Psycho” ก็กลายเป็นบันไดที่ทำให้เธอได้เขียนเพลงประกอบซีรีส์และให้วงอื่นอีกมากมาย แม้ในช่วงที่เธอยังอยู่ในอเมริกาก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น “Drama” กับ “Armageddon” ให้ Aespa และ “Birthday” ที่ร่วมงาน Red Velvet อีกครั้ง

KPop Demon Hunters เปลี่ยนชีวิตไปหลังจากนี้

รถไฟยังรอรับคนที่มุ่งมั่นเสมอ ในปี 2020 อีแจ ได้เข้าร่วมกับทีมสร้างภาพยนตร์ KPop Demon Hunters โดยได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านดนตรีของภาพยนตร์ ในเวลานั้น มีคนเพียงไม่กี่คนที่เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะประสบความสำเร็จ จนกระทั่ง Sony ผู้สนับสนุนหลักของภาพยนตร์ ได้ขายสิทธิ์ให้กับ Netflix ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านดนตรีของเรื่อง เธอได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับดนตรี เอียน ไอเซนดราธ (Ian Eisendrath) และโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงคนอื่น ๆ จาก THEBLACKLABEL ทีมที่โด่งดังจากผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง BLACKPINK และ MEOVV

เธอเล่าว่า ช่วงเดือนแรก ๆ นั้นทุ่มเทให้กับการทดลองเป็นอย่างมาก โดยแต่งเพลงขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ ซึ่ง อีแจ เป็นผู้บันทึกเสียง “เวอร์ชั่นเดโมส่วนใหญ่” ด้วยตัวเอง โดยผู้กำกับ แม็กกี คัง (Maggie Kang) กล่าวว่าเดโมของเธอมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการอนุมัติให้สร้าง รวมถึงความสำเร็จในเวลาต่อมาด้วย

ในขณะที่บางเพลงต้องใช้เดโมเกือบ 60 เวอร์ชัน แต่เพลง “How It’s Done” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงที่หนักแน่นและพลังหญิงที่แข็งแกร่งของ BLACKPINK ก็ผ่านกระบวนการคัดเลือก และกลายเป็นเพลงฮิตในปัจจุบัน ด้วยโชคชะตาอะไรก็ไม่รู้ ส่งให้เธอได้ร้องเพลง “Golden” ในรถนับพันครั้ง เธอจึงได้รับเลือกให้เป็นเสียงร้องอย่างเป็นทางการของ Rumi หัวหน้าวง Huntr/x ในที่สุด

ความสำเร็จจากความมุ่งมั่นส่งผลสู่ปัจจุบัน

ในปี 2025 EJAE เซ็นสัญญากับค่ายเพลงอิสระ Prescription Songs แต่จนกระทั่งการปล่อยอัลบั้ม KPop Demon Hunters ในเดือนสิงหาคม 2025 โลกจึงหันมาสนใจและรับฟังอย่างแท้จริง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ พร้อมด้วยเพลงประกอบที่ติดหูอย่างเหลือเชื่อ เริ่มทำลายสถิติในทันที โดย KPop Demon Hunters กลายเป็นภาพยนตร์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Netflix ด้วยยอดวิว 130 ล้านครั้งทั่วโลกภายในหกสัปดาห์แรก

และแน่นอนเพลง Golden นี้ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ทั้ง Billboard และ Spotify กว่า 50 ประเทศ จนทำให้เธอได้แสดงสด เรียกความมั่นใจกลับมาในฐานะนักร้องอีกครั้ง ราวกับว่า เธอได้ “เดบิวต์” ในฐานะศิลปินอย่างเต็มภาคภูมิเสียที

Golden Globe 2026 ประวัติศาสตร์ที่คู่ควร

เพลง Golden จาก Netflix คว้ารางวัล ‘เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’ (Best Original Song) จากเวที Golden Globes 2026 ส่งผลให้อีแจ กลายเป็นผู้หญิงเกาหลี-อเมริกันคนแรกที่ชนะรางวัลนี้ จนเราได้เห็นสปีชที่กลายจนเป็นไวรัลอย่างที่พวกเราเห็นตามสื่อกัน นอกจากนี้ เพลง Golden ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy ถึง 4 สาขา และเป็นไปได้ Oscar ก็อาจจะมาด้วยเช่นกัน

ด้วยเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจขนาดนี้ ก็ได้แต่หวังว่าทุกคนจะได้ทำตามฝันและไปให้สุดทาง แม้ว่าจะล้มเหลวและเหนื่อยยากขนาดไหนก็ตาม

@goldenglobes

🎵 Singing their praises because song Golden in KPop Demon Hunters just won Best Song Motion Picture at the GoldenGlobes!

♬ original sound – Golden Globes

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero & Featured Photo Credit: ejae_k via IG, Netflix Tudum via Website

References:

https://www.grammy.com/news/who-is-ejae-singer-songwriter-k-pop-demon-hunters
https://www.prestigeonline.com/th/people/profiles/ejae-kpop-demon-hunters-golden-singer-songwriter/

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...