โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์ชี้ปี 2569 “ราคาทองคำ” ลุ้นแตะ 6,000 ดอลลาร์ รับแรงซื้อแบงก์ชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 06.31 น.

"ทองคำ" ทำสถิติใหม่เหนือ 5,000 ดอลลาร์ จากความเสี่ยงโลกและแรงซื้อแบงก์ชาติ-ETF นักวิเคราะห์มองปี 2569 มีลุ้นเห็น 6,000 ดอลลาร์ แม้ย่อตัวได้เป็นช่วง ๆ แต่อาจเป็นจังหวะเข้าซื้อ

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 12.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักวิเคราะห์คาดว่าราคาทองคำสปอต ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันจันทร์ อาจปรับขึ้นต่อไปใกล้ 6,000 ดอลลาร์ ภายในปี 2569 จากความตึงเครียดทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลางและผู้ซื้อรายย่อย

ผลสำรวจคาดการณ์โลหะมีค่าประจำปีของ London Bullion Market Association (LBMA) ระบุว่า นักวิเคราะห์ประเมินว่าราคาทองอาจขึ้นได้สูงถึง 7,150 ดอลลาร์ และราคาเฉลี่ยในปี 2569 อยู่ที่ 4,742 ดอลลาร์

ด้าน Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทอง ณ เดือนธันวาคม 2026 เป็น 5,400 ดอลลาร์ จากเดิม 4,900 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์อิสระ รอสส์ นอร์แมน คาดว่า ราคาอาจทำจุดสูงสุดปีนี้ที่ 6,400 ดอลลาร์ และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5,375 ดอลลาร์

“ตอนนี้สิ่งเดียวที่แน่นอนดูเหมือนจะเป็นความไม่แน่นอน และนั่นกำลังเข้าทางทองคำอย่างมาก”

การปรับขึ้นรอบล่าสุดของทองคำได้แรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-นาโตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ ความไม่แน่นอนด้านภาษี ไปจนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เป็นต้น

ฟิลิป นิวแมน ผู้อำนวยการที่ Metals Focus ระบุว่า “เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐกำลังจะมาถึง ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจเพิ่มขึ้นอีก ขณะเดียวกันความกังวลต่อมูลค่าหุ้นที่แพงเกินไปมีแนวโน้มจะหนุนกระแสกระจายความเสี่ยงเข้าทองคำ …หลังผ่านหมุดหมาย 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ เราคาดว่าจะยังมีอัพไซด์ต่อ”

การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นแรงขับสำคัญของราคาในปี 2568 คาดว่าจะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในปีนี้ Goldman Sachs คาดว่าปริมาณซื้อเฉลี่ยจะอยู่ที่ 60 ตันต่อเดือน เนื่องจากธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่ยังเดินหน้ากระจายทุนสำรองไปสู่ทองคำ ขณะที่ธนาคารกลางโปแลนด์ซึ่งถือครองทองคำ 550 ตัน ณ สิ้นปี 2568 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 700 ตัน ตามคำกล่าวของผู้ว่าการ อดัม กลาปินสกี ในเดือนนี้ แผนดังกล่าวย้ำมุมมองว่าแรงหนุนหลักของทองคำมาจากธนาคารกลางที่ต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์…และจะไปทางไหนได้อีกนอกจากทองคำ ด้านธนาคารกลางจีนยังคงซื้อทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ในเดือนธันวาคม

กระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF ที่อิงทองคำ ซึ่งถือทองคำแท่งไว้ให้ผู้ลงทุน และเป็นแหล่งดีมานด์สำคัญ ก็ช่วยพยุงราคาเช่นกัน ท่ามกลางคาดการณ์ว่าปีนี้สหรัฐอาจลดดอกเบี้ยต่อ คริส แมนชินี ผู้ร่วมผู้จัดการพอร์ต Gabelli Gold Fund กล่าวว่า“การถือทองมีต้นทุนค่าเสียโอกาสเพราะทองไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยลด ต้นทุนนี้ก็ลดลง หากเฟดลดดอกเบี้ยต่อในปี 2026 ความต้องการทองควรเพิ่มขึ้น”

ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า กองทุนทองคำ ETF มีเงินไหลเข้าทำสถิติสูงในปี 2025 นำโดยกองทุนในอเมริกาเหนือ โดยเงินไหลเข้าตลอดปีพุ่งเป็น 89,00563

อุปสงค์ทองคำเพื่อเครื่องประดับอ่อนแรงลงจากราคาที่สูง แต่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยความต้องการทองคำแท่งขนาดเล็กและเหรียญทองที่แข็งแกร่งในตลาดสำคัญอย่างอินเดีย ขณะที่ในยุโรปก็เห็นการซื้อทองแท่งและเหรียญทองเช่นกัน แม้นักลงทุนบางส่วนเริ่มขายทำกำไร

เฟรเดอริก ปานิซซุตติ หัวหน้าฝ่ายขายทั่วโลกของ Numismatica Genevensis ซึ่งค้าขายเหรียญโลหะมีค่า กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนรายย่อย เสน่ห์ของทองอยู่ที่ความเรียบง่าย

คุณไม่ต้องวิเคราะห์งบการเงิน ประเมินความเสี่ยงเครดิต หรือกังวลเรื่องความเสี่ยงประเทศ…ความเสี่ยงเดียวของทองคำจริงคือทิศทางราคา และเมื่อภูมิรัฐศาสตร์กับเศรษฐกิจโลกซับซ้อนขึ้น ความเรียบง่ายนั้นยิ่งน่าดึงดูด

นักวิเคราะห์มองว่ายังมีปัจจัยที่อาจทำให้ราคาปรับฐานได้ เช่น การลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ การถูกบังคับขายจากมาร์จิ้นคอลในตลาดหุ้น หรือความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟดที่คลี่คลายลง อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่คาดว่าหากย่อตัวก็จะเป็นช่วงสั้น และถูกมองเป็นโอกาสเข้าซื้อ

นิวแมนกล่าวว่า “การปรับลงของทองอย่างมีนัยและยั่งยืน จะต้องอาศัยการกลับสู่สภาพเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ดูไม่น่าเกิดขึ้น”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...