โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับหญิงวัย67 ขับรถย้อนศรบนทางด่วน เตือนโทษหนักริบรถ-จำคุก

Khaosod

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 06.29 น.

ศจร.ตร. เตือน “ขับรถย้อนศร” เสี่ยงอุบัติเหตุรุนแรง โทษหนักถึงขั้นริบรถและจำคุก หลังจับ หญิง อายุ 67 ปี ขับย้อนศรบนทางด่วน อ้างจะกลับบ้าน

วันที่26 ม.ค. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร. เปิดเผยว่า จากข้อมูลอุบัติเหตุในห้วงที่ผ่านมา พบว่าการขับรถย้อนศรเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุบัติเหตุรุนแรงหลายครั้ง ซึ่งการขับรถย้อนศรไม่เพียงแต่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความประมาทของผู้ขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียต่อผู้อื่น

อย่างเช่นกรณีเหตุการณ์ล่าสุดหลังได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุและศูนย์ควบคุมดูแลจราจรบนทางพิเศษ ตำรวจทางหลวงสามารถเร่งเข้าสกัดรถยนต์ที่ขับย้อนศรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ได้อย่างทันท่วงที ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อผู้ใช้ทางรายอื่น โดยขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวง ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 19.53 น. ภายหลังศูนย์ควบคุมดูแลจราจรบนทางพิเศษตรวจพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขับย้อนศรจากจุดพักรถ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ฝั่งขาออกมุ่งหน้ากาญจนบุรี และได้แจ้งเตือนผ่านศูนย์วิทยุให้ตำรวจทางหลวงในพื้นที่เข้าดำเนินการทันที เจ้าหน้าที่จึงเร่งออกตรวจสอบและแสดงตัวเข้าสกัดรถคันดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย โดยไม่เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ขับเป็นหญิง อายุ 67 ปี ให้การว่า ขับรถย้อนศรเพื่อเดินทางกลับโดยไม่ต้องการใช้เส้นทางตามระบบ ทั้งที่สามารถขับต่อไปและใช้ทางออกเพื่อกลับรถได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในข้อหา “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น” ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522

ด้าน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศจร.ตร. กล่าวว่า การขับรถย้อนศรบนทางหลวงพิเศษถือเป็นพฤติกรรมอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้ความเร็วสูงและมีปริมาณรถจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมย้ำว่าเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น

ทั้งนี้ ความผิดฐาน “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น” เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในทุกกรณี

พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเสนอพนักงานอัยการ พร้อมความเห็นขอให้ศาลพิจารณาริบรถยนต์ที่ใช้กระทำความผิด เพื่อสร้างมาตรการป้องปรามและยับยั้งพฤติกรรมเสี่ยงอย่างจริงจัง ไม่ให้ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนบนท้องถนน

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนเคารพกฎหมายจราจร ใช้เส้นทางอย่างถูกต้อง และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับหญิงวัย67 ขับรถย้อนศรบนทางด่วน เตือนโทษหนักริบรถ-จำคุก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...