โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศุภจี ชี้ การค้าโลกเปลี่ยนเป็นโลกหลายขั้ว ไทยต้องรอบคอบ 'เอเชียคือโอกาส'

JS100

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 08.16 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 08.12 น. • JS100:จส.100
ศุภจี ชี้ การค้าโลกเปลี่ยนเป็นโลกหลายขั้ว ไทยต้องรอบคอบ 'เอเชียคือโอกาส'

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา "Mission to Win for The Game Changer: ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก"ว่า ความท้าทายที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีอยู่ 4 ด้านที่สำคัญ คือ 1.อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว 2.ปริมาณการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป 3.สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และ 4.การแข่งขันที่่รุนแรง ทั้งตลาดส่งออก และตลาดภายในประเทศ

ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนสูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีที่แล้ว อยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 2% และยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเอง โดยหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย คือ ภาคการส่งออก ที่ถือว่ายังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง เพราะการส่งออกของไทยในปี 68 ที่เติบโตได้สูงนั้น เป็นผลจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เพราะกังวลเรื่องมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) แต่ในปีนี้ แนวโน้มการส่งออกของไทยอาจชะลอลง และมีความเสี่ยงใกล้เคียงระดับ 0% หรือที่ -1%

รมว.พาณิชย์ กล่าวด้วยว่า ในปัจจุบัน บริบทการค้าโลกได้เปลี่ยนจากโลก 2 ขั้ว ไปสู่โลกหลายขั้ว (Multipolar World) ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการแข่งขันรุนแรง ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องวางตำแหน่งของตนเองอย่างรอบคอบ โดยโลกมองว่า "เอเชียคือโอกาส" และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นานาชาติต้องการสร้างความร่วมมือมากขึ้น

ในด้านยุทธศาสตร์ภูมิภาค ไทยต้องยึดโยงกับอาเซียนให้เข้มแข็ง ใช้ขนาดตลาด และจำนวนประชากรเป็นพลังต่อรอง พร้อมใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค รวมทั้งบทบาทของไทย ในฐานะประธานการเจรจาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เพื่อผลักดันกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ซึ่งตั้งเป้ายกระดับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลอาเซียน จาก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030

นางศุภจี ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI มาใช้พัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill-Reskill) และเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ พร้อมระบุว่า "AI จะไม่มาแทนคน แต่ที่สำคัญ คนที่ใช้ AI เป็น จะมาแทนคนที่ไม่ใช้"

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการค้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว และการสร้างความร่วมมือทางการค้าในลักษณะห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit)

"การทำการค้าในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่มองแค่จุดเดียว แต่ต้องมองเป็นเครือข่ายหลายจุด และเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีคุณค่า หากเราทำได้ ไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ตาม แต่เป็นผู้ร่วมกำหนดเกมการค้าโลก"

#เศรษฐกิจไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...