โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Journal ผู้สร้างปรากฏการณ์ Body Oil ฟีเวอร์ วางแผนเข้าตลาดหุ้น ดันน้ำหอมไทยสู่เมืองใหญ่ทั่วโลก

Thairath Money

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 12.29 น.
ภาพไฮไลต์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากพูดถึงแบรนด์เครื่องหอมไทยที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุดชื่อหนึ่ง“เจอร์เนิล” หรือ Journal คือ หนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแบรนด์น้ำหอม แต่ในฐานะ ผู้สร้างปรากฏการณ์ “Body Oil” ที่สร้าง Category ใหม่ในใจผู้บริโภคชาวไทย ทำให้การทาน้ำมันบำรุงผิวกลายเป็นเรื่องเซ็กซี่ มีรสนิยม และมีตัวตน ขึ้นแท่นฮีโร่โปรดักต์ที่ทำให้แบรนด์เติบโตทั้งในแง่ของตัวเลขรายได้และความนิยมอย่างก้าวกระโดด

คอลัมน์ BrandStory ครั้งนี้หยิบยกความสำเร็จของ Journal จากแบรนด์น้ำหอมท้องถิ่นสู่ผู้สร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้การทาน้ำมันบำรุงผิวกลายเป็นในชีวีตประจำวันของคนไทย ในวันที่ตลาดความงามเต็มไปด้วยแบรนด์ต่างประเทศและการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือด แต่แบรนด์ยังตั้งความฝันใหญ่ไประดับโลก เตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นภายใน 3-5 ปีหลังจากนี้

บันทึกความทรงจำผ่านน้ำหอม “กลิ่นไทย”

Journal เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะตีความเครื่องหอมไทยใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นและยกระดับน้ำหอมไทยให้มีความสากลและร่วมสมัยมากขึ้น โดยแบรนด์เลือกหยิบแก่นของวัฒนธรรมไทย กลิ่นอายธรรมชาติของเมืองไทย ตั้งแต่น้ำอบ น้ำปรุง สมุนไพร ไม้หอม ดอกไม้ ผลไม้ มาพัฒนาใหม่ โดยใช้วิธีการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่ทันสมัยแทนที่จะเล่าเรื่องความเป็นไทยแบบตรงตัว ทำให้ Journal แตกต่างจากน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ทั่วไป

แบรนด์สร้างเรื่องเล่าของอารมณ์ ความทรงจำ ความรู้สึก ผ่านกลิ่นของน้ำหอมแต่ละกลิ่น ทำให้กลิ่นไม่ได้ทำหน้าที่แค่หอม แต่ทำหน้าที่เหมือน “บันทึก” ที่สามารถบันทึกช่วงเวลา บันทึกความรู้สึก บันทึกเรื่องราว หรือคาแรกเตอร์ของผู้ใช้ในแต่ละวัน ซึ่งได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับชื่อแบรนด์ Journal

ยกตัวอย่างกลิ่นยอดนิยมที่ทำให้แบรนด์กลายเป็นที่จดจำอย่าง The Legacy กลิ่นหอมนุ่มลึกจากไม้กฤษณา ราชาเครื่องหอมไทยผสมผสานกับกลิ่นของดอกไม้สีขาวที่ให้ความรู้สึกหรูหรา สุขุม แต่มีเสน่ห์น่าดึงดูด และ First Love กลิ่นหอมสดชื่นจากพลับพลึงและลูกแพร์ที่ชวนให้คิดถึงรักแรก อีกหนึ่งกลิ่นหอมที่คนรักเครื่องหอมไทยไม่มีใครไม่รู้จัก

นอกจากนี้ความพิถีพิถันของแบรนด์ในการสร้างสรรค์สูตรของตัวเองได้กลายเป็นมาตรฐานที่สะท้อนถึงคุณภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการยอมรับของผู้ใช้ แบรนด์เลือกใช้ “น้ำมันมะพร้าว” เป็นเบสหลักแทนแอลกอฮอล์ในสัดส่วนที่สูง ซึ่งข้อดีของ Oil-Based Perfumery คือ ช่วยลดการระคายเคือง และทำให้กลิ่นติดทนยาวนานข้ามวัน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้เกิดการซื้อซ้ำสูงมาก

กระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญของ Journal คือ การเปิดตัว บอดี้ออยล์ (Body Oil) โปรดักต์ที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักของตลาดไทยมาก่อน แต่กลับกลายเป็นสินค้าที่ทำให้แบรนด์เติบโตก้าวกระโดดไปพร้อมกับการเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ทำลายกำแพง Body Oil จนชนะใจคนไทย

สิ่งที่น่าสนใจ คือ บอดี้ออยล์ของ Journal ทำให้ผู้ใช้อินกับแบรนด์ในระดับลึก ไม่ใช่แค่เรื่องการเพิ่มกลิ่นหอมก่อนออกจากบ้าน ผู้บริโภคเริ่มมองกลิ่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่อยู่กับเขาได้ทั้งวัน และต้องมีความหมายทางอารมณ์มากกว่าความหอมเพียงอย่างเดียว

Body Oil จึงถูกวางตำแหน่งใหม่ ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แต่เป็น Daily Ritual หรือช่วงเวลาสั้น ๆ ของการดูแลตัวเอง การสัมผัสร่างกาย และการเชื่อมต่อกับความรู้สึกภายใน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้คุณค่าอย่างมาก

อินไซต์นี้เองกลายเป็นจุดตั้งต้นของ A Love Journey Collection คอลเล็กชันล่าสุดของ Journal ที่ไม่ได้ถูกออกแบบจากกระแสน้ำหอมหรือโน้ตกลิ่นที่กำลังมาแรง แต่เกิดจากการย้อนกลับไปสำรวจประสบการณ์ร่วมของมนุษย์ โดยเฉพาะช่วงเวลาของความรักที่ทุกคนเคยพบเจอในชีวิต ประกอบด้วย 3 กลิ่นหลัก เริ่มต้นด้วย First Love กลิ่นซิกเนเจอร์ที่ถ่ายทอดช่วงเวลาของหัวใจที่เพิ่งรู้จักคำว่ารัก ถัดมาคือ Forever Love กลิ่นที่เล่าเรื่องความรักที่มั่นคงและยืนยาว และกลิ่นสุดท้าย Forbidden Love ถ่ายทอดอีกด้านหนึ่งของความรัก ความสัมพันธ์ที่งดงามแต่ไม่อาจครอบครองได้

ฟ้า-ธนัญญา สุธีรชัย Managing Director และ ป๊อด-จักรชลัช เกษจำรัส หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Journal เปิดเผยว่า Journal สามารถทำลายความเชื่อเดิมของบอดี้ออยล์ที่ในอดีตคนไทยมีกำแพงกับคำว่าออยล์ เพราะกลัวความเหนอะหนะ แต่ Journal ได้พัฒนาสูตรที่ซึมไวและใช้สารสกัดจากธรรมชาติจริง ทำให้ผิวดูโกลว์สวยแต่เบาสบาย ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เหมาะกับเมืองร้อน

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่เหนือกว่าโลชั่นทั่วไป คือ การบำรุงลึกพร้อมกลิ่นที่ติดทนข้ามวัน จนเกิดกระแส “ตัวหอมจนแฟนทัก” ในโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันบอดี้ออยล์กลายเป็นพอร์ตรายได้หลักถึง 65% ของแบรนด์ ทำให้ Journal ตีตลาดผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ในวงกว้าง มากไปกว่านั้น คือ ถูกพูดถึงในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจร่างกายและอารมณ์ของคนยุคใหม่ที่เปิดใจให้กับแบรนด์ทางเลือกใหม่ๆ ที่สะท้อนตัวตน แต่ต้องมีคุณภาพและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่น

รายได้พุ่งจาก 300 ล้าน สู่ 575 ล้านบาทใน 1 ปี

หากย้อนกลับไปดูเส้นทางการเติบโตของ Journal จะพบว่าแบรนด์มีการเติบโตของธุรกิจที่น่าสนใจ ในปี 2023 รายได้รวมปิดปีที่ 180 ล้านบาท ปี 2024 รายได้รวมปิดปีที่ 323 ล้านบาท ขณะที่ ปิดรายได้ปี 2025 (ประมาณการ) อยู่ที่ 573 ล้านบาท ซึ่งเติบโตเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 500 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 77%

ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดขายเติบโตเกินเป้า คือ บอดี้ออยล์ที่เติบโตขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยปีที่ผ่านมา โตมากกว่า 112% (YoY) ในเชิงมูลค่า และถ้าดูเฉพาะช่องทางออนไลน์การเติบโตสูงถึง 136% มี Category “Journal Body Oil” เป็นของตัวเองบนแพลตฟอร์ม TikTok และ Shopee อีกทั้งยังเติบโตกลายเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดบอดี้ออยล์ที่มียอดขายเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ เรียกได้ว่า วันนี้ บอดี้ออยล์ของ Journal กลายเป็น Hero Product ของแบรนด์อย่างเต็มตัว

เดิมที Journal เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์น้ำหอม แต่ปัจจุบันสัดส่วนรายได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ประกอบด้วยกลุ่มแรก คือ Body Oil ที่ครองสัดส่วน 65% ของยอดขายรวม กลุ่มที่สอง คือ Perfume (น้ำหอม) อยู่ที่ประมาณ 20% แม้จะโตช้าลง แต่ยังสำคัญเชิงแบรนด์ และ กลุ่มที่สาม คือ Home Fragrance และสินค้าอื่นๆ อยู่ที่ประมาณ 15%

“ความสำเร็จทั้งหมดเกิดขึ้นจากการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สินค้าต้องขายตัวเองให้ได้ แม้จะมีคู่แข่งรายใหม่กระโดดเข้ามาเล่นในตลาดบอดี้ออยล์และใช้กลยุทธ์ราคาที่ถูกกว่า แต่ Journal ยังคงรักษามาตรฐานการใช้วัตถุดิบธรรมชาติเกรดพรีเมียม เพื่อรักษาฐานลูกค้าที่หลงรักในคุณภาพที่แตกต่าง เราจัดเต็มเรื่องส่วนผสมจน Margin เราบางมาก ถ้าคู่แข่งจะขายถูกกว่าเรา เขาไม่มีทางให้คุณภาพเท่าเราได้ สุดท้ายลูกค้าที่ลองของถูกก็จะกลับมาหาเราเพราะฟังก์ชันการใช้งานที่ต่างกันจริงๆ”

ป๊อด-จักรชลัช เปิดเผยว่า ปีที่แล้วเราตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท แต่สุดท้ายปิดปีได้ราว 573 ล้านบาท ถือว่าเกินเป้าและเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างยากสำหรับธุรกิจประเภทนี้ เพราะเราไม่ใช่สินค้าที่จะเร่งผลิตหรือขยายสเกลได้ทันที ทุกอย่างต้องอาศัยวัตถุดิบ การสกัด และการวางแผนล่วงหน้า การขยับจาก 500 ไปถึง 573 ล้านบาทจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สะท้อนว่าดีมานด์แข็งแรงกว่าที่คาดไว้

นอกจากนี้ปีที่ผ่านมายังเป็นปีแรกที่ Journal ลงทุนการตลาดอย่างจริงจัง โดยมีการตั้งงบไว้ประมาณ 50-60 ล้านบาท ซึ่งรวมแล้วใช้จริงสูงกว่านั้น ทั้งสื่อออฟไลน์ หนังโฆษณา กิจกรรม การสปอนเซอร์คอนเสิร์ต รวมถึงการมีพรีเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตามการมีพรีเซ็นเตอร์ได้เข้ามาช่วยทำให้ลูกค้ากล้าลองมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติ เปิดโอกาสใหม่ๆ ทั้งในแง่พาร์ตเนอร์และช่องทางจำหน่าย

ฟ้า-ธนัญญา กล่าวเสริมว่า การตัดสินใจใช้ “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” เป็นพรีเซนเตอร์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมาถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการซื้อความเชื่อมั่นทำให้ภาพลักษณ์จาก Local Brand กลายเป็นแบรนด์ระดับสากลทันที ส่งผลให้การเจรจากับห้างสรรพสินค้าและคู่ค้าต่างชาติทำได้ง่ายขึ้นมาก

“ในมิติของฐานลูกค้าแบรนด์เห็นการขยายตัวอย่างชัดเจนในกลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Young Millennials รวมถึง กลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดจีน ควบคู่ไปกับการเข้าถึงผู้บริโภคที่มองหาแบรนด์ที่ไม่จำกัดเพศและเปิดกว้างต่อความหลากหลาย ขณะเดียวกันการรับรู้และการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดียก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดทั้งกระแสการพูดถึงในวงกว้าง สื่อที่เกิดขึ้นจากการบอกต่อ และคอนเทนต์จากแฟนๆ จำนวนมาก”

ความฝันระดับโลก และการเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้น

ทั้งสองกล่าวถึงเป้าหมายใหญ่หลังจากนี้ว่า Journal ยังอยู่ในช่วงแต่งตัวเพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยภายใน 3-4 ปีข้างหน้า เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการบุกตลาดโลกด้วยตัวเอง (Own Store) โดยกลยุทธ์ของแบรนด์เลือกที่จะไม่ขยายสาขาในต่างประเทศแบบเล็กๆ ผ่านพาร์ตเนอร์ เพราะต้องการสะสมกำลังจนกว่าจะพร้อมในระดับโครงสร้างบริษัทเพื่อไปเปิดสโตร์ของตัวเองในสเกลที่ใหญ่และน่าเชื่อถือ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องหอมไทยที่หรูหราและมั่นคง

แม้ Journal จะยังมีฐานหลักอยู่ในประเทศไทย แต่สัญญาณจากตลาดต่างประเทศเริ่มชัดเจน ทั้งนักท่องเที่ยว ลูกค้าต่างชาติ และการพูดถึงในแพลตฟอร์มออนไลน์ ปัจจุบันลูกค้าต่างชาติของเราส่วนใหญ่เป็นคนจีน ทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์ โดยปีนี้เล็งเป้าไปที่ สิงคโปร์ และ มาเลเซีย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีความนิยมในสินค้ากลุ่ม Beauty & Wellness เป็นทุนเดิม ขณะที่เป้าหมายของปี 2026 แบรนด์ตั้งเป้าหมายรายได้ปิดปีไว้ที่ 875 - 900 ล้านบาท และวางเป้าหมายการเติบโตในช่วง 1-3 ปีนี้ ซึ่งเฉลี่ยไว้ที่ 40-50% ต่อปี ด้วยกระแส T-Beauty ที่กำลังมาแรง

คลิกอ่านคอลัมน์"BrandStory" เพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Journal ผู้สร้างปรากฏการณ์ Body Oil ฟีเวอร์ วางแผนเข้าตลาดหุ้น ดันน้ำหอมไทยสู่เมืองใหญ่ทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...