วิโรจน์ แฉ “ขบวนการจัดตั้ง” ใช้ไอโอ ปล่อยข่าวเท็จตัดคะแนนพรรคประชาชน
“วิโรจน์” แถลงเปิดโปงขบวนการใส่ร้ายพรรคประชาชน ชี้มีการใช้ไอโอ-แอ็คหลุม-เพจฟาร์มทำอย่างเป็นขบวนการ เตรียมดำเนินคดีต่อ กกต. ตามกฎหมายเลือกตั้งให้ถึงที่สุด
วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวเปิดโปงขบวนการสร้างข่าวปลอมใส่ร้ายพรรคประชาชน และการดำเนินคดีกับผู้ปล่อยข่าวดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายวิโรจน์ ระบุว่าใกล้ถึงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว หลายคนทราบดีว่าตนเป็นคนที่เคารพสิทธิเสรีภาพและการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาโดยตลอด และในทุกกรณีก็มักจะน้อมรับข้อติติงมาปรับปรุงอยู่เสมอ หลายกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นข้อบกพร่องที่พรรคควรต้องรับฟังและนำมาแก้ไขปรับปรุงจริง และที่ผ่านมาทุกครั้งที่พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์ติติง พรรคก็จะแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะและสังคมอย่างได้สัดส่วนมาโดยตลอด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อนตลอดระยะเวลาการหาเสียงและนับวันจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ คือปฏิบัติการของขบวนการใส่ร้ายป้ายสี ที่มีทั้งบัญชีไอโอ แอ็คหลุม บอต ตลอดจนการฟาร์มเพจขึ้นมา ผสมกับการใช้เหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ในการผลิตซ้ำและเผยแพร่ข้อความและข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจพรรคประชาชนผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการกระทำความผิดกฏหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 73 (5) อย่างชัดเจน
เมื่อมีการรวบรวมคอมเมนต์ต่าง ๆ ของไอโอและแอ็คหลุม ตามโพสต์ที่ผลิตขึ้นมาใส่ร้ายพรรคประชาชน ในเพจที่มีการฟาร์มขึ้น ก็จะพบลักษณะของคอมเมนต์เป็นข้อความซ้ำ ๆ ใจความเป็นข้อความซ้ำเดิมในทุกข่าวและโพสต์ที่เกี่ยวกับพรรค ซึ่งพรรคได้มีการเก็บรวบรวมคอมเมนต์จากบัญชีต่าง ๆ ที่มีลักษณะซ้ำ ๆ มาเชื่อมโยงกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะแกะรอยไปถึงกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังได้ โดยทางฝ่ายกฎหมายของพรรคก็จะรวบรวมคอมเมนต์ทั้งหมด รวมทั้งในการแถลงของตนในวันนี้ เพื่อส่งให้ กกต. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พรรคประชาชนน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ หากคำตำหนินั้นเป็นการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนตามธรรมชาติ ต่อให้เป็นคำด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรงก็พร้อมน้อมรับเสมอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นขบวนการที่มีการจัดตั้งขึ้นเพื่อใส่ร้ายพรรคด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่อย่างใด เช่น การผลิตข้อมูลอันเป็นเท็จที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคง ในการใส่ร้าย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ว่าจะรื้อรั้วออกให้หมดหากได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายณัฐพงษ์ไม่เคยมีแนวคิดและให้สัมภาษณ์ด้วยข้อความเช่นนี้
รวมถึงมีการเอาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาโจมตีทางการเมือง มีการใส่ร้ายว่าพรรคประชาชนมีนโยบายในการแก้ไขกฎหมายมาตรานี้ ทั้งที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุว่าอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่สามารถนำเอามาตรา 112 มาใช้เป็นนโยบายของพรรคการเมืองได้อีก ที่แย่ที่สุดคือความพยายามทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นคือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรืออีกกรณีหนึ่งที่นายณัฐพงษ์ได้รับจดหมายจากทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและความเป็นอยู่ ขบวนการเหล่านี้ก็ออกมาสร้างข้อความบิดเบือนกล่าวหาว่าเป็นการจัดฉาก โดยมีเพจต่าง ๆ ที่เป็นเครือข่ายรับลูกปั่นโพสต์แชร์กันต่อ
นายวิโรจน์ กล่าวต่อไปว่าเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับนายณัฐพงษ์เท่านั้น แต่ยังขึ้นกับผู้สมัคร สส. อีกหลายท่าน ทั้งหมดเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่สนข้อเท็จจริงใด เช่นกรณี นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ที่ถูกอดีตผู้ช่วยใส่ความ ก็ถูกขบวนการเหล่านี้เอามาตีไข่ใส่สี ทั้งที่คดีดังกล่าวมีคำพิพากษาของศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า นายภัทรพงษ์เป็นผู้บริสุทธิ์ เมื่อนำคำพิพากษาของศาลมาชี้แจงก็ไม่มีคำขอโทษใด ๆ ออกมา รวมถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีมีการลบข้อความอีกด้วย จึงยืนยันได้ว่าการกระทำของขบวนการดังกล่าวมีเจตนาและจงใจที่จะกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง บ่อนทำลายประชาธิปไตยซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังมีกรณี นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ที่ถูกใส่ร้ายว่าชักชวนประชาชนให้มาเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งไม่เป็นข้อเท็จจริง
พรรคได้รวบรวมข้อมูลในเพจและบัญชีผู้ใช้งานของขบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพจจักรวาลดอมส้ม, MalaengtaD, หมออนามัยขี้mouth โดยเฉพาะหมออนามัยขี้mouth ถ้าเข้าไปดูคอนเทนต์และโพสต์ต่าง ๆ ของเพจนี้ จะไม่พบข้อความใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขเลย และพรรคยังได้รวบรวมบัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาคอมเมนต์และแชร์โพสต์ต่อ ที่มีข้อมูลโยงใยถึงกัน เพื่อนำมาสรุปและร้องเรียนต่อ กกต. และจะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2560 ต่อไป