โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Songs in the Key of Life : สวรรค์ชั้นประหยัด

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 02.11 น.

บทความพิเศษ | ภาสกร ประมูลวงศ์

Songs in the Key of Life

: สวรรค์ชั้นประหยัด

เคยมีคนบอกผมว่า ความสุขชั้นในสุดของคนเรานั้น ล้วนเต็มไปด้วยความซับซ้อนซ่อนไปซ่อนมาหลายชั้น

ไม่ต่างอะไรกับก้อนหัวหอมที่ต้องปอกเปลือกจนถึงชั้นในสุด ต้องค่อยๆ เลาะทีละชั้นจนเมื่อลอกกลีบเปลือกในสุดแล้ว สุดท้ายอาจจะเหลือแค่ความว่างเปล่าก็เป็นได้

แต่ถึงกระนั้นก็ดี ยังไม่วายมีคนอยากลอกเปลือกเพื่อชื่นชมลมหายใจของหอมหัวใหญ่ ถึงแม้ว่าจะต้องเจอกับกลิ่นฉุนทำให้เราเสียน้ำตา

เพราะไม่ว่าเป็นอย่างไรหากผ่านความทนทรมาน หลังจากปรุงสุกแล้ว เราได้ชื่นชมความหวานชื่น

นั่นคือรางวัลสำหรับผู้ที่รู้จักการรอคอย

มันอาจจะไม่ใช่แห่งหนที่สมบูรณ์ที่สุด รูปแบบของมันอาจลุ่มๆ ดอนๆ

แต่เชื่อเถอะครับ “สวรรค์” ก็คือ “สวรรค์” ไม่ว่ามันจะพะยี่ห้อว่าชั้นธุรกิจหรือชั้นประหยัด

ผมเคยเจอไบรอันครั้งสองครั้ง (Bryan Adams)

ตอนปี 2002 ผมเห็นเค้าโฉบๆ อยู่แถว Festival De Cannes ในงานภาพยนตร์ Spirit : Stallion of the Cimarron

ตอนนั้นเขามางาน Here I Am ว่าจะเรียกแล้วแต่ไม่ทัน ที่จำได้เพราะเขาสวมเฝือกอ่อนมาในงาน (ลื่นล้มในห้องน้ำ)

หนล่าสุดคือประมาณปี 1985 เขาแวบมาเซย์ไฮที่ห้องอัด Power Station ในงาน Heaven ที่ดอดมาลงเสียงเป็น Double Dubbed ของหนัง A Night in Heaven

ไบรอันก็ยังคงเป็นไบรอัน หนุ่มแคแนเดี้ยนนิสัยดี ยิ้มง่าย-จริงใจหัวเราะเสียงดังเสมอต้นเสมอปลาย และไม่มีอัตตาศิลปินใหญ่ให้นึกรำคาญใจ

“ผมเขียนเพลงนี้ร่วมกับจิม วัลเลนซ์ (Jim Vallance) ตั้งใจจะให้เป็นส่วนหนึ่งของหนัง” พ่อหนุ่มบ้านไร่นิสัยดีเฉลย

“เอาตรงๆ นะ หนังมันไม่มีอะไรให้น่าพูดถึงเลย (หัวเราะยาวๆ) สคริปต์แย่ ไอเดียห่วย โปรดักชั่นอยู่ในระดับต้องปรับปรุง มันน่าจะถูกเรียกว่าเกรดบีด้วยซ้ำถึงจะถูก”

เขาพูดไม่ผิดครับ ภาพยนตร์เต็มไปด้วยสัดส่วนพันทาง แถมไม่ไปไหนสักทางเหมือนลอดช่องน้ำกะทิผสมขนมจีนน้ำยาที่กินพร้อมกัน

มันมีเรื่องไซไฟ มีเรื่องราวของชีวิตวัยรุ่น มีดิสโก้ แถมมีฉากแอ๊กชั่นให้ดูเป็นระยะๆ

อย่างเดียวที่เรียกได้เต็มปากว่ายอดเยี่ยม สิ่งนั้นคือเพลงประกอบที่มีชื่อว่า Heaven

ในส่วนของเพลง ได้รับแรงบันดาลใจเต็มๆ มาจากอดัมส์ เมื่อครั้งที่เดินสายระหว่างทัวร์ West Vancouver โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาระหว่างโปรโมตอัลบั้ม Cut Like A Knife

“ผมคิดถึงช่วงเวลาแห่งชีวิต คิดถึงถนนที่เคยข้ามผ่าน คิดถึงคนรัก ลมหายใจอุ่นๆ ส่งผ่านความรู้สึกเข้ามาข้างใน ตอนนั้นผมนึกถึงคำว่า “ความศรัทธา” ต่อมาภายหลัง ผมคลี่คลายให้มันเรียบง่ายขึ้น ปรับใหม่จนเป็น Power Ballad และเรียกมันว่า “สรวงสวรรค์ (Heaven)”

แรกเริ่มเดิมที ด้วยความที่หนังมันห่วยเหลือใจบ๊อบ เคลียเมาน์เทน (Bob Clearmountain) โปรดิวเซอร์ ตั้งใจจะตัดเป็นซิงเกิลแล้ว “แขวนลอย” ไม่บรรจุเป็นอัลบั้ม

ทว่าในที่สุดทีมงานก็หว่านล้อมจนใจอ่อน Reckless ถึงได้ลืมตาอ้าปากและมีสภาพเป็นเพลงฮิต โดยมีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือในเวอร์ชั่น 1984 เพลงจะได้รับการมิกซ์ใหม่ที่แวนคูเวอร์

“เราเรียกมันว่า 1984 November Released ครับ รับรองว่า เสียงใสเหมือนระฆังบนแก้วเจียระไน” บ๊อบกล่าวอารมณ์ดี

มากกว่านั้น Heaven ยังมาพร้อมกับโครงสร้างพิมพ์นิยม ติดตั้ง Time Signature (ค่าความเร็วของเพลง) ไว้ที่ 4/4 บนเทมโป้ 70 บีต

ที่เจ๋งอีกอย่างคือ Heaven เคยถูกเล่นเป็นคอนเสิร์ตแทบจะเรียกได้ว่าลำดับต้นๆ เพราะทันทีที่เพลงนี้ถูกเปิดที่ Madison Square Garden, NY นาทีต่อมา ฝูงชนก็กู่ร้องกระหึ่ม

นึกถึงครั้ง ยังอ่อนเยาว์ ช่างเขลายิ่ง

พบความจริง ที่เฝ้าคอย กลับถอยหนี

เหมือนดั่งคน ด้อยปัญญา ค่าธุลี

คล้ายดั่งมี ใครบังตา ให้พร่ามัว

ใช้ชีวิต ตลอดอยู่ ดูบ้าคลั่ง

อยากบางครั้ง หรี่เสียงเบา เงาสลัว

มีเธอใกล้ ยิ่งหวั่นไหว ใจระรัว

ไม่นึกกลัว แค่แอบหวั่น ฝันทลาย

สองหัวใจ ทางสองแพร่ง แบ่งสองต่าง

สองหนทาง สองวจี ดีใช่ไหม

หนึ่งสวรรค์ พลันร่วมห้อง ท่องทางไป

เชื่อหรือไม่ ฉันสดับ เหมือนรับรอง

ดีแค่ไหน มีเธออยู่ ดูชีวิต

ไว้แอบคิด ยามโลกเหงา เราทั้งสอง

พี่กับน้อง ต่างร่วมด้วย ช่วยประคอง

ขอเกี่ยวดอง อยู่อย่างนั้น สักพันปี

“ถ้าเราจะบอกว่า มันคือคลาสสิกร็อกก็พูดได้ไม่น่าแปลกใจ” Silviya Y นักวิจารณ์ เพลงจาก Indigo Music กล่าว

“เพราะมันผ่านห้วงเวลามาแล้วอย่างช้านาน บทเพลงถูกผลิตซ้ำมากมาย โดยเฉพาะที่ต้องล้อมกรอบคืออัลบั้มอันปลั๊ก ยอดขายในชาร์ตคือประกาศนียบัตรที่ไม่ต้องพิสูจน์ ที่สำคัญ ฉันยกให้เพลงนี้มีลักษณะพิเศษที่เรียกว่า Emotional Depth นั่นคือมันสามารถอยู่ในทำนองที่เราต้องการได้หมดโดยไม่มีคำว่าจำกัด” เธอว่างั้น

โดยมีเหตุผลประกอบว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Heaven แจ้งเกิดมาแล้วในแทบจะทุกสื่อ ไม่ว่าจะเป็น MV โฆษณา งานแต่งงาน รายการทีวี

เรียกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ Pop Culture แถมยังฟังได้เรื่อยๆ ไม่รู้เบื่อ ส่งต่อผ่านผู้คนจากรุ่นสู่รุ่น

“ถึงจุดหนึ่งมันก็กลายเป็นเสาหลักของไบรอัน อดัมส์ ” เธอเพิ่มความเห็น

“คุณลองนับดูเล่นๆ เพลงนี้มันผ่านเวลามากี่ปีแล้ว และมันก็ไม่มีวี่แววจะเสื่อมความศรัทธาลงเลย”

“จะว่าไป ชีวิตนักดนตรีผมก็สนุกดีไม่เลวเหมือนกันว่ะ” ไบรอันเล่า

“เราเริ่มจากวงในแบบไปตายเอาดาบหน้า วันดีคืนดีดันมีคนเอาแผ่นเสียงมาให้เซ็น แล้วก็เดินสายออกทัวร์แบบบ้าคลั่ง” เขาหมายถึงอัลบั้ม Cut Like A Knife

“คุณคิดดู แล้ววันหนึ่งก็มีบริษัทหนังมายื่นข้อเสนอให้ทำเพลงประกอบ บอกตรงๆ เลย ผมไม่สนด้วยซ้ำว่าเรื่องมันเกี่ยวกับอะไร ผมแค่คว้าโอกาสของผมไว้ ไม่เชื่อคุณลองสังเกตดูครับ หนัง A Night in Heaven มันแทบไม่มีอะไรเชื่อมถึงกันเลย ผมแค่รักงานของผมและทำมันอย่างเต็มที่” ที่บอกว่าตัวหนังไม่มีอะไรที่โยงถึง Sound Track

ท่าจะจริงว่ะ (ฮา)

“คุณลองนึกดู เด็กบ้านนอก (แคนาดา) ได้รับข้อเสนอให้ทำเพลงในห้องอัดอย่าง Power Station ใครไม่เอาก็ต้องรีบไปเช็กสมอง เชื่อไหมตอนผมเจอ Hall & Oates ตัวเป็นๆ ครั้งแรก (Daryl Hall & John Oates) ผมถึงกับขาสั่นเป็นเจ้าเข้า”

Heaven ลงแผงครั้งแรก 9 เมษายน 1985 เขาตื่นเต้นเหมือนลูกเพิ่งเกิด เฝ้าถามถึงอันดับในชาร์ตถึงขนาดอยู่ไม่เป็นสุข

“นี่ฟังนะ ถ้าเพลงนายเข้าป้าย ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้ใบหนึ่ง ไปไหนก็ได้” จิม วัลเลนซ์ กล่าวแก้รำคาญ

“แล้วอะไรเกิดขึ้นทราบไหมครับ สองอาทิตย์ต่อมา ผมต้องซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดให้ไบรอัน โดยมีเป้าหมายปลายทางเป็นเมืองซินซินเนติ

ขอปิดหัวข้อด้วยข่าวสั้นบ้างไม่สั้นบ้าง เชื่อหรือไม่ครับ ป๋าไบรอันนอกจากจะร้องเพลงเพราะแล้ว เฮียแกยังเคยโด่งดังระดับชาติถึงขั้นเคยออกแสตมป์มาแล้ว เรื่องจริงครับไม่ได้โม้ (ฮา)

ข่าวแจ้งว่า เพื่อเป็นเกียรติบัตรแก่ศิลปินประจำชาติที่ทำงานอย่างยาวนาน (ไบรอันออกจากโรงเรียนตอนอายุ 15 และไม่ได้เข้าเรียนอีกเลย)

ป๋ามีซิงเกิลติดอันดับ 25 ตัว ถือเป็นหนึ่งในบรรดาศิลปินที่ทำงานต่อเนื่องตลอดกาล

เคยได้ Grammy เคยได้ Juno หนำซ้ำยังเคยติด Canadian Music Hall Of Fame

อีกทั้งยังทำกิจกรรมพิทักษ์สิทธิสัตว์

ว่าแล้วในปี 2009 กรมไปรษณีย์แคนาดาเลยมอบแสตมป์เพื่อเป็นเกียรติ

นอกจากนั้น ในปี 2002 เขายังเคยถ่ายรูปแสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์ Queen Elizabeth II ในงาน Golden Jubilee ณ พระราชวังบักกิงแฮม โดยเป็นพระราชินีหนึ่งในไม่กี่พระองค์ที่แย้มพระสรวลบนดวงตรา

อย่างที่สอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ไบรอันเคยเกือบได้ทำหนัง

งานชิ้นนั้นมีชื่อว่า Heaven “มันเป็นงานที่คิดต่อจาก Mamma Mia หรือ A Star Is Born โดยเขาวางให้เป็น Sound Track มี Heaven เป็นเพลงเอก จะว่าไป มันเป็นงานที่น่าสนใจประมาณหนึ่ง เหตุเพราะมีกลุ่มคนดูเรือนล้านผูกขาดเป็นลูกค้าขาประจำ” Oreate Blog เจ้าของข่าวระบุ

แต่จนแล้วจนรอด มันก็ไปไม่ถึงดวงดาวครับ เหตุเพราะว่าความไม่ลงตัวในภาพรวม บวกความไม่ลงรอยของทีมครีเอทีฟ

ไหนจะเรื่อง Frame Work ที่มองกันไปคนละทาง

หลังจากที่ลองคลำทางมาหลายปีเปลี่ยนทีมไปหลายชุด ในที่สุดไบรอันก็เป็นผู้ตัดสินใจโบกมือลา ยกธงขาวหมดเรื่องหมดราว

“ตอนแรกผมพร้อมลุยเต็มหน้าตัก แต่พอเวลาผ่านไป กลับมาคิดอีกที ผมว่าปล่อยให้มันเป็นเพลงไปเถอะ อย่างนี้ดีแล้ว” เขากล่าวเสียงอ่อย

ครับ ผมคนหนึ่งแหละ ที่โล่งใจยังไงบอกไม่ถูก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Songs in the Key of Life : สวรรค์ชั้นประหยัด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...