โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Better ก้าวสู่ปีที่ 4 เปิดเวที The Better Planet 2026 ชี้ทางเศรษฐกิจยั่งยืน ด้วยแนวคิด “พอแล้วดี”

The Better

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 23.00 น. • THE BETTER
The Better ก้าวสู่ปีที่ 4 จัดงาน The Better Planet 2026 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจยั่งยืน ผ่านแนวคิด “พอแล้วดี” การเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

The Better สำนักข่าวด้านเศรษฐกิจและสังคม ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 อย่างเป็นทางการ เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนการสร้างสื่อคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และสังคมที่ประชาชนเข้าถึงข้อเท็จจริงอย่างเท่าเทียม ผ่านการจัดงาน The Better Planet 2026 : Sustainable Economy เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ ความยั่งยืน และอนาคตของสังคมไทย ณ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายในงานมีการแสดงวิสัยทัศน์จากภาครัฐและภาคธุรกิจ พร้อมเวทีเสวนาที่สะท้อนการเติบโตอย่างพอดี ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ชี้ทิศทางเศรษฐกิจยั่งยืนในโลกใหม่

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Sustainable Economy สะท้อนบทบาทของตลาดทุนในการสนับสนุนธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวอย่างมีเสถียรภาพ

ขณะที่ ดร.ณัฐกร ไกรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เทคโนโลยีและธุรกิจการลดคาร์บอนไดออกไซด์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวในหัวข้อ Sustainability in a New Reality – The Better Normal ชี้ว่า ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “วิถีใหม่” ที่ทุกองค์กรต้องปรับตัว เพื่อรับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ถอดบทเรียนธุรกิจและเกษตรกรจากเวที The Better Planet 2026

ภายใต้งาน The Better Planet 2026 : Sustainable Economy เวทีเสวนา “พอแล้วดี ความพอดีที่ไม่หยุดการเติบโต” กลายเป็นหนึ่งในช่วงสนทนาที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านประสบการณ์จริงของผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำแนวคิดความพอดีมาปรับใช้กับธุรกิจในชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงในเชิงอุดมการณ์

ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของเพจ Torpenguin, คุณอลิสรา ศิวยาธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ และ คุณอำนาจ เรียนสร้อย เจ้าของแทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม จังหวัดนครปฐม ซึ่งสะท้อนมุมมองจากธุรกิจบริการ อาหาร และภาคเกษตร ที่เชื่อมโยงกันในอีโคซิสเต็มเดียวกัน

จากธุรกิจที่เร่ง “ความไม่รู้จักพอ” สู่การสร้างอีโคซิสเต็ม

ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี : โตอย่างมีจุดยืน ดีกว่าโตเร็ว

คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของการทำธุรกิจร้านอาหารเกิดจากการตั้งคำถามกับโมเดลเดิมที่กระตุ้นให้ผู้บริโภค “กินให้คุ้ม” และบริโภคเกินความจำเป็น ซึ่งสวนทางกับแนวคิดความพอดี

การเข้ามาเรียนรู้โครงการ “พอแล้วดี” ทำให้เขาเริ่มมองว่าธุรกิจไม่ควรเติบโตเพียงลำพัง แต่ต้องสร้างอีโคซิสเต็มที่ผู้ประกอบการสามารถพึ่งพาและเติบโตไปด้วยกันได้ จึงนำไปสู่การก่อตั้งบริษัท เพนกวินเอ็กซ์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร และการร่วมพัฒนาหลักสูตรบริหารธุรกิจร้านอาหารกับสถาบันการศึกษา

เขาชี้ว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 700,000 รายในประเทศไทยไม่เคยมีหลักสูตรเฉพาะทางรองรับ ทำให้ต้องเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก ซึ่งสร้างความเสี่ยงทั้งต่อธุรกิจและระบบอาหารโดยรวม

“การเติบโตแบบพอแล้วดี ไม่ได้หมายถึงการโตช้า แต่คือการโตอย่างมีสติ มีจุดยืน ต่อให้ตลาดเปลี่ยนไปแค่ไหน เราอาจเปลี่ยนจุดขายได้ แต่ไม่ควรเปลี่ยนจุดยืน” คุณธนพงศ์ กล่าว

พอประมาณตน เพื่อสร้างแบรนด์ที่ยืนระยะ

อลิสรา ศิวยาธร : ธุรกิจต้องรู้ว่าพอดีกับตัวเองแค่ไหน

คุณอลิสรา ศิวยาธร มองว่า “พอแล้วดี” คือการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับการสร้างแบรนด์และการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรมที่เผชิญการแข่งขันสูงและความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

เธออธิบายว่า คำว่า “พอ” ไม่ได้หมายถึงการหยุดพัฒนา แต่คือการรู้จักศักยภาพ ความถนัด และขอบเขตของตนเอง เพื่อไม่ขยายธุรกิจเกินกำลังจนสูญเสียตัวตน เมื่อธุรกิจรู้จุดยืนที่แท้จริง จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

ศิวาเทล กรุงเทพฯ จึงเลือกเติบโตไปพร้อมกับพนักงาน ชุมชน และเกษตรกรรายย่อย ผ่านการสนับสนุนวัตถุดิบปลอดภัย การลดขยะอาหาร และการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้ส่งต่อให้เกษตรกรและชุมชนกว่า 70 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

“ธุรกิจไม่ควรคิดแค่ว่าเราจะได้กำไรเท่าไร แต่ควรถามว่าทุกคนในอีโคซิสเต็มได้เติบโตไปด้วยกันหรือไม่” คุณอลิสรา กล่าว

สียงจากเกษตรกร : ความพอดีคือเงื่อนไขของการอยู่รอด

อำนาจ เรียนสร้อย : ถ้าไม่ยั่งยืน วันนี้อาจอยู่ได้ แต่อนาคตไม่เหลือใคร

ในมุมของเกษตรกรรายย่อย คุณอำนาจ เรียนสร้อย กล่าวว่า แนวคิด “พอแล้วดี” ทำให้เขามองเห็นจุดยืนและขอบเขตของตนเองอย่างชัดเจน ว่าฟาร์มไม่จำเป็นต้องผลิตเพื่อทุกคน แต่ต้องซื่อสัตย์ต่อวิถีการผลิตที่รับผิดชอบต่อทรัพยากร

แทนคุณออร์แกนิคฟาร์มเกิดขึ้นจากความพยายามแก้ปัญหาปศุสัตว์แบบเดิมที่สร้างผลกระทบต่อดิน น้ำ อากาศ และสุขภาพของผู้บริโภค จึงเลือกใช้ระบบปศุสัตว์อินทรีย์ ไม่ใช้อาหารสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาไหม้ และสร้างเครือข่ายเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เขามองว่า เกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้ลำพัง หากไม่มีเครือข่ายและความร่วมมือในซัพพลายเชน ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ผู้แปรรูป ไปจนถึงผู้บริโภค

“ถ้าเราไม่ดูแลดิน น้ำ และอากาศ เราอาจจะยังทำเกษตรได้วันนี้ แต่อนาคตจะไม่เหลือเกษตรกรให้ทำงานกับทรัพยากรเหล่านี้อีกต่อไป” คุณอำนาจ กล่าว พร้อมย้ำว่า ESG สำหรับเกษตรกรไม่ใช่ภาระ แต่คือสำนึกและความจำเป็นของการอยู่รอดในระยะยาว

พอแล้วดี : การเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

บทสนทนาในเวที “พอแล้วดี ความพอดีที่ไม่หยุดการเติบโต” สะท้อนว่า เศรษฐกิจยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของสูตรสำเร็จเดียวกันทุกธุรกิจ แต่คือการรู้จักตนเอง รู้ขอบเขต และเชื่อมโยงผู้คนในอีโคซิสเต็มให้เติบโตไปด้วยกัน

สำหรับ The Better เวทีนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิด แต่ยังตอกย้ำความเชื่อว่า การเข้าถึงข้อมูลที่ดี จะช่วยให้สังคมตัดสินใจบนฐานของความพอดี และนำไปสู่การเติบโตที่มีคุณภาพในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...