เคาะไป คุยไป : เคาะ CPN
#ทันหุ้น-CPN ทำผลงานสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ทั้งรายได้และกำไร โดยไตรมาส 4/2568 รายได้แตะ 15,144 ล้านบาท (+9% YoY) และกำไรสุทธิหลัก 4,786 ล้านบาท (+19% YoY) ขณะที่ทั้งปีมีรายได้รวม 53,009 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 18,841 ล้านบาท (+13% YoY) พร้อมเสนอจ่ายปันผล 2.40 บาทต่อหุ้น (Payout 57%, XD 9 มี.ค.) ธุรกิจหลักอย่างศูนย์การค้าเติบโตแข็งแกร่งจาก Traffic และโครงการใหม่ หนุน Occupancy เฉลี่ย 90% และทำสถิติ Gross margin สูงสุดใหม่ที่ 58% ส่วนโรงแรมได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของท่องเที่ยว แม้ RevPAR ยังอ่อนตัว ขณะที่ธุรกิจที่อยู่อาศัยฟื้นใน 4Q จากยอดโอนปลายปี แม้ทั้งปีถูกกดดันจากภาวะสินเชื่อเข้มงวด ด้านธุรกิจโรงแรม หนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 76% จาก 70% ในปีก่อน พร้อมการเปิด GO! Hotel สุวรรณภูมิที่ช่วยขยายพอร์ต ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 มีโรงแรมรวม 11 แห่ง จำนวนห้องพักรวม 1,860 ห้อง อย่างไรก็ตาม ยังเผชิญแรงกดดันจาก RevPAR ที่ปรับลดลง โดยไตรมาส 4/2568 ลดลง 3% YoY และทั้งปีลดลง 7% YoY แม้ Occupancy จะปรับตัวดีขึ้น
ด้านประสิทธิภาพการทำกำไรปรับดีขึ้น โดย GPM ทั้งปีอยู่ที่ 58% และ Net margin 35.6% สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคและ SG&A ต่อรายได้ที่ลดลงเหลือ 17% ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแรงมาก Net D/E เพียง 0.45 เท่า เพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนและจ่ายปันผล สำหรับปี 2569 บริษัทมี Pipeline เปิดโครงการใหม่ 4 แห่ง ได้แก่เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส กำหนดเปิด 20 พ.ค., เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ กำหนดเปิด ไตรมาส 3, เซ็นทรัล ภูเก็ต (ส่วนขยาย Luxury Zone) กำหนดเปิด ไตรมาส 4 และโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่อย่าง “The Central” กำหนดเปิด ไตรมาส 4 ส่วนธุรกิจอสังหาฯ มีแผนโอนต่อเนื่อง เช่น เอสเซ็นท์ บางนา, ภูเก็ต และ อุบลราชธานี 2 ด้านแนวโน้มธุรกิจโรงแรมคาดว่าจะฟื้นตัวตามภาพการท่องเที่ยวในประเทศ หนุนให้ RevPar เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรม Hilton Pattaya
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระดับราคาและแท่งเทียนแกว่งตัวขึ้นตามกันกับSMA5วันและSMA13วันที่ทำหน้าที่เส้นแนวรับขาขึ้น ปรับทดสอบไม่ต่ำกว่าลงมาแนวโน้มทดสอบแนวต้านDouble Top 65.75 ผ่านยืนและมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณซื้อต่อยอดขาขึ้น แนวต้านหลักจุดทดสอบ 67/69
คำแนะนำASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 65.75/67/69
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 63.75/62.75ไม่ควรต่ำกว่า