โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตาร์ทอัพรัสเซีย 'แฮ็ก' สมองนกพิราบ เปลี่ยนเป็นโดรนมีชีวิต

SpringNews

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 03.39 น.

ในอดีต นกพิราบเคยถูกใช้เป็นผู้ส่งสารของมนุษย์มาอย่างยาวนาน แต่บริษัทสตาร์ทอัพจากรัสเซียแห่งหนึ่งอ้างว่าได้ยกระดับสิ่งนี้ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการ 'แฮ็ก' สมองของนกพิราบ เพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นโดรนชีวภาพ

ในแถลงการณ์ล่าสุด บริษัท 'เนียรี' (Neiry) บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติรัสเซีย ได้ประกาศความสำเร็จในการทดสอบการบินของนกพิราบที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ปลูกถ่ายประสาทเทียม (Neural Implants) ที่พัฒนาโดยบริษัทและฝังไปในสมองของนกพิราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลของ 'เนียรี' ระบุว่า อินเทอร์เฟซดังกล่าวจะส่งการกระตุ้นระดับอ่อนไปยังส่วนต่าง ๆ ของสมองนกพิราบ ทำให้นกสามารถเลือกเส้นทางการบินบางเส้นทาง คล้ายกับโดรนทั่วไปที่ปฏิบัติตามภารกิจที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ในขณะที่นกพิราบยังคงมีพฤติกรรมเป็นธรรมชาติในด้านอื่น ๆ
นอกจากนี้ ในระหว่างการทดสอบการบิน นกพิราบจะบรรทุกอุปกรณ์ควบคุมขนาดเล็ก แผงโซลาร์เซลล์และกล้องสำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถประเมินประสิทธิภาพของ 'โดรนชีวภาพ' ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้

โดรนมีชีวิต

เพื่อเปลี่ยนนกพิราบให้กลายเป็นโดรนมีชีวิต ช่างเทคนิคของ 'เนียรี' จะฝังขั้วไฟฟ้าขนาดเล็กเข้าไปในกะโหลกศีรษะของนก จากนั้นเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระตุ้นที่ติดตั้งอยู่บนหัวของนกพิราบ โดยนกพิราบสามารถนำไปใช้งานได้เกือบจะทันทีหลังการผ่าตัด ซึ่งบริษัทสตาร์ทอัพรัสเซียแห่งนี้อ้างว่ามีความเสี่ยงต่ำต่อการอยู่รอดของนก

นกพิราบที่มีทักษะการบินตามธรรมชาติ อาจจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าโดรนเชิงกลในด้านการนำทางผ่านภูมิประเทศที่ซับซ้อน การเข้าถึงพื้นที่แคบและการทนต่อสภาพอากาศที่เลวร้าย ยิ่งไปกว่านั้น นกเหล่านี้สามารถบินได้เป็นระยะทางไกลถึง 300 ไมล์ (ราว 483 กิโลเมตร) ต่อวัน ได้โดยไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่

อเล็กซานเดอร์ พานอฟ ซีอีโอของเนียรี ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ระบุว่า คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ 'โดรนชีวภาพ' เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการเฝ้าระวัง การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานหรือสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย

นกพิราบไซบอร์กปลอดภัยหรือไม่?

เนียรีระบุในแถลงการณ์ว่า เมื่อไม่ได้ทำการทดสอบบิน นกพิราบเหล่านั้นจะยังคงทำกิจวัตรประจำวันตามปกติและได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท พร้อมอ้างว่า ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมชีวภำภายในองค์กรเกี่ยวกับการทดลองต่าง ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยการประเมินจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งคำถามถึงผลกระทบทางจริยธรรมของเทคโนโลยีดังกล่าว

นิตา ฟาราฮานี นักชีวจริยธรรมจากมหาวิทยาลัยดุ๊กเปิดเผยกับ Bloomberg ระบุว่า ทุกครั้งที่เราใช้การฝังอุปกรณ์ปลูกถ่ายระบบประสาทเพื่อควบคุมและบงการสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใดก็ตาม มันเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจและให้ความรู้สึกไม่สบายใจ พร้อมเสริมว่า มีข้อกังวลด้านจริยธรรมอย่างชัดเจน เมื่อจุดประสงค์คือการกดขี่สัตว์และใช้งานราวกับเป็นผลิตภัณฑ์มากกว่าที่จะเป็นสิ่งมีชีวิต

เนียรียังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า PJN-1 ถูกจำกัดให้ใช้งานเฉพาะในภาคพลเรือนเท่านั้น และในแถลงการณ์ที่ส่งถึงสำนักข่าว The Telegraph ทางโฆษกของสตาร์ทอัพแห่งนี้ระบุว่า บริษัทพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าโดรนชีวภาพของบริษัทจะถูกใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางพลเรือนเท่านั้น โดยไม่มีการใช้งานแอบแฝงหรือการใช้งานรองใด ๆ

สำหรับประเด็นเรื่องการมีส่วนร่วมของนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซีย โฆษกของเนียรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การสนับสนุนจากภาครัฐถือเป็นแนวปฏิบัติที่พบได้ทั่วไปและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก ในประเทศสำคัญ ๆ ทุกประเทศ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำล้วนได้รับการสนับสนุนจากรัฐ

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น?

ถึงกระนั้น บริษัทดูเหมือนตั้งใจจะดำเนินโครงการนี้ต่อไป โดยยืนยันในข่าวประชาสัมพันธ์ว่า เทคโนโลยีพร้อมสำหรับการใช้งานจริงในด้านสาธารณูปโภค โลจิสติกส์ การเกษตรและการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พานอฟคาดการณ์ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เทคโนโลยีดังกล่าวอาจถูกนำไปประยุกต์ใช้กับสัตว์หลากหลายสายพันธุ์เพื่อภารกิจเฉพาะด้าน อย่างไรก็ตาม หากบริษัทหันไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ ก็มีแนวโน้มว่าจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบและแรงกดดันอย่างจริงจังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และยังคงต้องรอดูตอ่ไปว่าบริษัทวางแผนจะจัดการกับข้อกังวลดังกล่าวอย่างไร หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...