หมอเจด เล่าเคสสาววัย 35 ปวดท้องร้อยคิดว่าซีสต์ สุดท้ายเป็นมะเร็งรังไข่
หมอเจด เล่าเคสสาววัย 35 ปวดท้องร้อยคิดว่าซีสต์ สุดท้ายเป็นมะเร็งรังไข่ ผู้หญิงที่มีอาการท้องอืด อิ่มเร็ว ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ถ้าไม่หายภายใน 2–3 สัปดาห์ ควรพบแพทย์
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก“หมอเจด” เล่าอาการป่วยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามว่า
เคสนี้อยากเล่าให้ผู้หญิงหลายคนฟังครับ เพราะมะเร็งรังไข่เป็นโรคที่ “หลอกเก่งที่สุด” ระยะแรกแทบไม่มีอาการชัด และหลายคนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ซีสต์ธรรมดา หรือปวดประจำเดือน คนไข้รายนี้อายุ 35 ปี มาหาด้วยอาการปวดท้องน้อย แน่นๆ อืดง่าย รู้สึกเหมือนมีอะไรค้างในท้อง คิดว่าเป็นซีสต์รังไข่ เพราะเคยตรวจเจอถุงน้ำมาก่อน แต่พออัลตราซาวด์ละเอียดและตรวจเพิ่ม สุดท้ายกลายเป็น “มะเร็งรังไข่ระยะเริ่มต้น” นี่คือสิ่งที่อยากให้ทุกคนจำไว้
1.มะเร็งรังไข่ระยะแรก “ไม่ค่อยปวดชัด”
หลายคนเข้าใจว่ามะเร็งต้องปวดมาก แต่ความจริงมะเร็งรังไข่ระยะแรกมักมาแบบแน่น ๆ หน่วง ๆ ไม่ชัดเจน บางวันเป็นบางวันหาย จนคนไข้คิดว่าแค่ลำไส้หรือปวดประจำเดือน แต่ความน่ากลัวคือมันค่อย ๆ โตแบบเงียบ ๆ ครับ
2.อาการที่พบบ่อยคือ “ท้องอืด อิ่มเร็ว” ไม่ใช่ก้อน
ผู้หญิงจำนวนมากมะเร็งรังไข่ไม่ได้มาด้วยก้อนคลำเจอ แต่มาด้วยอาการเหมือนระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืดบ่อย อิ่มเร็ว กินนิดเดียวแน่นท้อง คล้ายกรดไหลย้อนหรือ ลำไส้แปรปรวน (IBS) ทำให้หลายคนไปหาหมอกระเพาะอยู่นาน ก่อนจะเจอว่าต้นเหตุอยู่ที่รังไข่ครับ
3.ซีสต์ธรรมดา vs ก้อนที่น่ากลัว ดูที่ “ลักษณะในอัลตราซาวด์”
ซีสต์รังไข่ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่สิ่งที่แพทย์กลัวคือก้อนที่มีผนังหนา มีผนังกั้นหลายห้อง มีส่วนแข็งปน หรือมีน้ำในช่องท้องร่วมด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้สงสัยมะเร็งมากขึ้น ดังนั้นอย่าตัดสินเองจากคำว่า “ซีสต์” ต้องดูรายละเอียดครับ
4.แล้วถ้าเป็น “ซีสต์รังไข่” อันตรายไหม?
ซีสต์ส่วนใหญ่ “ไม่ใช่มะเร็ง” ครับ โดยเฉพาะซีสต์ธรรมดาที่เกิดตามรอบเดือน มักยุบเองได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ “ซีสต์ที่โตเร็ว โตเกิน 5–7 ซม. อยู่เรื้อรังหลายเดือน หรือมีลักษณะผนังหนา มีผนังกั้น มีเนื้อปน” แบบนี้ต้องตรวจละเอียด เพราะบางชนิดอาจเป็นซีสต์ที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้ อีกกลุ่มที่อันตรายคือซีสต์ที่ทำให้ปวดท้องเฉียบพลัน เพราะอาจเกิดภาวะบิดขั้วรังไข่หรือแตกได้ ดังนั้นถ้าหมอบอกว่าเป็นซีสต์ อย่าแค่ถามว่า “ใช่หรือไม่ใช่” แต่ต้องถามต่อว่า “ชนิดไหน เสี่ยงไหม และต้องติดตามเมื่อไหร่” ครับ
5.อายุยังน้อยก็เป็นมะเร็งได้ โดยเฉพาะถ้ามีประวัติครอบครัว
หลายคนคิดว่ามะเร็งรังไข่ต้องอายุ 50–60 แต่จริง ๆ อายุ 30–40 ก็พบได้ โดยเฉพาะคนที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านม หรือมีพันธุกรรม BRCA ซ่อนอยู่ แบบนี้ควรตรวจติดตามเร็วขึ้นครับ และคนที่ไม่เคยมีลูก หรือมีประจำเดือนมานานตั้งแต่อายุน้อย ก็อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้เช่นกันครับ ควรตรวจคัดกรอง "เป็นประจำทุกปี" แม้ไม่มีอาการครับ
6.สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามเกิน 2–3 สัปดาห์
ถ้ามีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง อย่าปล่อยทิ้งไว้
• ท้องอืดแน่นทุกวัน
• ปวดหน่วงท้องน้อยเรื้อรัง
• อิ่มเร็วผิดปกติ
• ปัสสาวะบ่อยเพราะก้อนกดกระเพาะปัสสาวะ
• น้ำหนักลดแบบไม่ตั้งใจ
อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะ แต่ถ้า “เป็นทุกวัน” ต้องตรวจครับ มะเร็งรังไข่ไม่ได้น่ากลัวที่สุดเพราะรักษาไม่ได้นะครับ แต่น่ากลัวที่สุดเพราะ “คนส่วนใหญ่เจอช้า” ครับ ผู้หญิงที่มีอาการท้องอืด อิ่มเร็ว ปวดท้องน้อยเรื้อรัง อย่าคิดว่าเป็นแค่ซีสต์หรือกระเพาะเสมอ ถ้าอาการไม่หายภายใน 2–3 สัปดาห์ ควรอัลตราซาวด์กับสูตินรีแพทย์ เพราะมะเร็งรังไข่ถ้าเจอเร็ว โอกาสรักษาหายมีจริงครับ
ทีมข่าวสดออนไลน์ / วันที่ 22 ก.พ.2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเจด เล่าเคสสาววัย 35 ปวดท้องร้อยคิดว่าซีสต์ สุดท้ายเป็นมะเร็งรังไข่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th