โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์ฯ เผย แรงงานไทยปี 68 ตกงานน้อยลง แต่ ถูกเลิกจ้าง พุ่ง 18% เตือนเร่งปรับตัวสู้ AI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 16.15 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 09.15 น.

สภาพัฒน์ฯ เผย ไตรมาส 4 ปี 68 การจ้างงานในไทยลดลง 0.9% พบผู้มีงานทำ 39.8 ล้านคน ว่างงาน 2.8 แสนคน กลุ่มว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนเพิ่มขึ้น 18.1% แนะต้องเร่งพัฒนาทักษะรับมือ AI หลังผลสำรวจพบแรงงานกว่า 24% กังวล AI เข้ามาแย่งงาน

23 ก.พ. 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยถึงสถานการณ์แรงงานไทยในไตรมาส 4 และทั้งปี 2568 ในการรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2568 ว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 การจ้างงานลดลงต่อเนื่อง โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.8 ล้านคน ลดลง 0.9% จากไตรมาส 4 ปี 2567 จากการหดตัวในภาคเกษตรกรรม 3.4% ขณะที่นอกภาคเกษตรกรรมขยายตัว 0.2% สำหรับอัตราการว่างงานรวมลดลง โดยอยู่ที่ 0.70% หรือมีผู้ว่างงาน 2.8 แสนคน ทั้งนี้ ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนและนายจ้างเลิก/หยุด/ปิดกิจการ เป็นกลุ่มเดียวที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 18.1%

สำหรับการว่างงานในระบบประกันสังคม พบว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 มีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 2.2 แสนคน ซึ่งคิดเป็นอัตราการว่างงานในระบบที่ 1.78% ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ที่อยู่ที่ 1.81% โดยกลุ่มที่ถูกเลิกจ้างคิดเป็น 18.9% ของผู้ว่างงานในระบบประกันสังคมทั้งหมด

ในส่วนของผู้เสมือนว่างงาน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.5%จากการเพิ่มขึ้นของผู้เสมือนว่างงานภาคเกษตร ส่วนอัตราการว่างงานในระบบอยู่ที่ 1.78% ลดลงจาก 1.81% ในปี 2567

ภาพรวมปี 2568 อัตราการมีงานทำ อยู่ที่ 99.1% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.6 ล้านคน ลดลง 0.5% จากปีก่อนหน้า ส่วนอัตราการว่างงาน ปี 2568 อยู่ที่ 0.81%

นายดนุชา เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์แรงงานไทยมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่

  • สนับสนุนการเชื่อมโยงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกับธุรกิจไทยและการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ โดยอาจพิจารณาขยายมาตรการการจ้างงานในท้องถิ่นและส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศไปสู่อุตสาหกรรมอื่นให้ครอบคลุม SMEs ควบคู่กับการจูงใจให้เกิดการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยี
  • การบรรเทาความกังวลต่อความมั่นคงในสถานะการจ้างงานของแรงงานจากบทบาทของเทคโนโลยรปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยผลการสำรวจ What Worries Thailand? H2 2025 ของ Ipsos พบว่าคนไทยกว่า 41.0% รู้สึกว่าความมั่นคงในงานของตนลดลง และ 26.0% กังวลว่าอาจตกงานภายใน 6 เดือนข้างหน้า

ขณะเดียวกันแรงงานบางส่วนยังเผชิญแรงกดดันจากบทบาทของ AI ที่เพิ่มขึ้น โดยรายงานผลสำรวจความหวังและความกังวลของกำลังแรงงานไทย ประจำปี 2568 ของ PwC พบว่า แม้แรงงานไทยมีการนำ AI มาใช้ในการทำงานสูงถึง 72% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 54% และส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกมากกว่าความกังวลเกือบ 3 เท่า แต่ยังมีแรงงาน 24% ที่รู้สึกกังวลในระดับมากถึงมากที่สุด และ 11% ที่รู้สึกว่าสามารถควบคุมผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการทำงานของตนเองได้น้อยหรือแทบไม่ได้เลย

“จากการสำรวจของภาคเอกชน พบว่า แรงงานไทยเริ่มมีความรู้สึกไม่มั่นคงเรื่องงานเพราะ AI เข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจต่างๆ มากขึ้น โดยมีถึง 24% ที่รู้สึกกังวลมากว่า AI จะเข้ามาทดแทนการทำงานของตัวเองดังนั้นไทยควรมีการกำหนดแนวทางการนำ AI มาใช้อย่างชัดเจนและเป็นธรรมต่อแรงงาน ควบคู่กับการลงทุนพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้แก่แรงงานทุกระดับเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ลดความกังวลต่อการทดแทนตำแหน่งงาน และ เสริมสร้างความมั่นคงในการจ้างงานระยะยาว”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...