สภาพัฒน์ฯ เผย แรงงานไทยปี 68 ตกงานน้อยลง แต่ ถูกเลิกจ้าง พุ่ง 18% เตือนเร่งปรับตัวสู้ AI
สภาพัฒน์ฯ เผย ไตรมาส 4 ปี 68 การจ้างงานในไทยลดลง 0.9% พบผู้มีงานทำ 39.8 ล้านคน ว่างงาน 2.8 แสนคน กลุ่มว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนเพิ่มขึ้น 18.1% แนะต้องเร่งพัฒนาทักษะรับมือ AI หลังผลสำรวจพบแรงงานกว่า 24% กังวล AI เข้ามาแย่งงาน
23 ก.พ. 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยถึงสถานการณ์แรงงานไทยในไตรมาส 4 และทั้งปี 2568 ในการรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2568 ว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 การจ้างงานลดลงต่อเนื่อง โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.8 ล้านคน ลดลง 0.9% จากไตรมาส 4 ปี 2567 จากการหดตัวในภาคเกษตรกรรม 3.4% ขณะที่นอกภาคเกษตรกรรมขยายตัว 0.2% สำหรับอัตราการว่างงานรวมลดลง โดยอยู่ที่ 0.70% หรือมีผู้ว่างงาน 2.8 แสนคน ทั้งนี้ ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนและนายจ้างเลิก/หยุด/ปิดกิจการ เป็นกลุ่มเดียวที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 18.1%
สำหรับการว่างงานในระบบประกันสังคม พบว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 มีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 2.2 แสนคน ซึ่งคิดเป็นอัตราการว่างงานในระบบที่ 1.78% ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ที่อยู่ที่ 1.81% โดยกลุ่มที่ถูกเลิกจ้างคิดเป็น 18.9% ของผู้ว่างงานในระบบประกันสังคมทั้งหมด
ในส่วนของผู้เสมือนว่างงาน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.5%จากการเพิ่มขึ้นของผู้เสมือนว่างงานภาคเกษตร ส่วนอัตราการว่างงานในระบบอยู่ที่ 1.78% ลดลงจาก 1.81% ในปี 2567
ภาพรวมปี 2568 อัตราการมีงานทำ อยู่ที่ 99.1% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยผู้มีงานทำมีจำนวน 39.6 ล้านคน ลดลง 0.5% จากปีก่อนหน้า ส่วนอัตราการว่างงาน ปี 2568 อยู่ที่ 0.81%
นายดนุชา เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์แรงงานไทยมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่
- สนับสนุนการเชื่อมโยงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกับธุรกิจไทยและการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ โดยอาจพิจารณาขยายมาตรการการจ้างงานในท้องถิ่นและส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศไปสู่อุตสาหกรรมอื่นให้ครอบคลุม SMEs ควบคู่กับการจูงใจให้เกิดการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยี
- การบรรเทาความกังวลต่อความมั่นคงในสถานะการจ้างงานของแรงงานจากบทบาทของเทคโนโลยรปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยผลการสำรวจ What Worries Thailand? H2 2025 ของ Ipsos พบว่าคนไทยกว่า 41.0% รู้สึกว่าความมั่นคงในงานของตนลดลง และ 26.0% กังวลว่าอาจตกงานภายใน 6 เดือนข้างหน้า
ขณะเดียวกันแรงงานบางส่วนยังเผชิญแรงกดดันจากบทบาทของ AI ที่เพิ่มขึ้น โดยรายงานผลสำรวจความหวังและความกังวลของกำลังแรงงานไทย ประจำปี 2568 ของ PwC พบว่า แม้แรงงานไทยมีการนำ AI มาใช้ในการทำงานสูงถึง 72% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 54% และส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกมากกว่าความกังวลเกือบ 3 เท่า แต่ยังมีแรงงาน 24% ที่รู้สึกกังวลในระดับมากถึงมากที่สุด และ 11% ที่รู้สึกว่าสามารถควบคุมผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการทำงานของตนเองได้น้อยหรือแทบไม่ได้เลย
“จากการสำรวจของภาคเอกชน พบว่า แรงงานไทยเริ่มมีความรู้สึกไม่มั่นคงเรื่องงานเพราะ AI เข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจต่างๆ มากขึ้น โดยมีถึง 24% ที่รู้สึกกังวลมากว่า AI จะเข้ามาทดแทนการทำงานของตัวเองดังนั้นไทยควรมีการกำหนดแนวทางการนำ AI มาใช้อย่างชัดเจนและเป็นธรรมต่อแรงงาน ควบคู่กับการลงทุนพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้แก่แรงงานทุกระดับเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ลดความกังวลต่อการทดแทนตำแหน่งงาน และ เสริมสร้างความมั่นคงในการจ้างงานระยะยาว”