โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จ่อรื้อภาษีสินค้านำเข้าบาทแรก ศุลกากรถกคลังชูเก็บเหมาอัตราเดียว

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 มีนาคม 2569 เวลา 19.54 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ศุลกากร’ เตรียมหารือคลังชงทบทวนปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรกขึ้นไป หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย รับเล็งยกเสนอยกเครื่องเก็บอัตราเดียวทุกสินค้า พร้อมกางยอดเก็บเดือน ม.ค. 69 โตแรง 470 ล้านบาท ฟุ้งสัญญาณดีมีลุ้นทั้งปีงบ 69 ยอดวิ่งแตะ 1.2 หมื่นล้านบาท

4 มี.ค.2569 - นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรอยู่ระหว่างเตรียมหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการทบทวนอัตราการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแนวทางดำเนินการเบื้องต้น จะแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้นจะพิจารณาแก้ประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อให้การทบทวนอัตราการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป ให้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น

ขณะที่ในระยะยาวจะมีการเสนอให้มีการแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก) เพื่อทบทวนโครงสร้างภาษีนำเข้าใหม่ โดยอาจมีปรับปรุงให้มีการจัดเก็บเป็นอัตราเดียวกันทั้งหมด เช่น 30% สำหรับสินค้าที่นำเข้ามาเป็นกล่อง ๆ ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการ จากปัจจุบันที่อัตราภาษีจะแบ่งตามพิกัดสินค้า เช่น รองเท้า เสื้อผ้า อยู่ที่ 30%, กระเป๋า 20% และบางสินค้า 0% เป็นต้น

โดยยืนยันว่าเป้าหมายหลักของกรมศุลกากร คือ การปกป้อง สร้างความเป็นธรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคเอสเอ็มอีของไทย การสนับสนุนให้มีการซื้อสินค้าและใช้สินค้าจากร้านของผู้ประกอบการไทยที่เข้าระบบอย่างถูกต้อง รวมถึงทำให้มีรายได้เข้ารัฐเพื่อความมั่นคงทางการคลังในระยะยาวด้วย

“ถามว่าวันนี้ยังไงก็ต้องซื้อสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน เพราะเขาเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของโลก ทุกประเทศในโลกนี้ขาดดุลจีนหมด และจากข้อมูลไทยมีการนำเข้าสินค้าจากจีน 3.3 ล้านล้านบาท ขณะที่เราส่งออกไป 1.3 ล้านล้านบาท ดังนั้นวันนี้กรมศุลกากรอาจจะต้องมาพิจารณาทบทวนดูแล้วว่าจะทำอย่างไรในการช่วยสร้างระบบ Ecosystem ที่เอื้อต่อผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ขณะเดียวกันก็ต้องมีรายได้เข้ารัฐ ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดต้องสมดุลกันด้วย” อธิบดีกรมศุลกากร ระบุ

ทั้งนี้ ภาพรวมการจัดเก็บอากรสินค้านำเข้าสำหรับสินค้าที่เป็นกล่อง ๆ ในเดือน ม.ค. 2569 อยู่ที่ 960-970 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการจัดเก็บภาษีนำเข้าของกรมศุลกากร อยู่ที่ 650 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป (มาตรการเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 69) อยู่ที่ 470 ล้านบาท สูงขึ้นเกือบเท่าตัวจากเป้าหมายเฉลี่ยเดือนละ 250 ล้านบาท ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการนำเข้า อยู่ที่ 300 กว่าล้านบาท ขยายตัว 20% ซึ่งสัญญาณสำคัญที่พบ นั่นคือ สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าเกิน 1,500 บาทขึ้นไป กลับมาขยายตัวสูงถึง 30% จากก่อนหน้านี้แทบไม่สามารถจัดเก็บอากรในส่วนนี้ได้มากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่มีการสำแดงราคาต่ำกว่า 1,500 บาทเกือบหมด

นายพันธ์ทอง กล่าวอีกว่า แนวโน้มการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าดังกล่าวในเดือน ก.พ. 2569 อาจจะชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากติดช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่จากแนวโน้มในเดือน ม.ค. 2569 ที่สามารถจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดได้สูงถึง 960-970 ล้านบาท และการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปซึ่งสูงถึง 470 ล้านบาทนั้น ทำให้เชื่อว่าภาพรวมการดำเนินงานในส่วนนี้ทั้งปีงบประมาณ 2569 จะมีโอกาสสูงถึง 12,000 ล้านบาทได้ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กรมฯ วางไว้ที่ 3,000 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และภาคธุรกิจหลายรายต่างเห็นด้วยกับแนวทางการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทแรกขึ้นไป และยังมีความเห็นสอดคล้องกันว่าในระยะต่อไปควรมีการปรับเพิ่มอัตราเพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ยังต้องหารือกับกระทรวงการคลังก่อน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...