โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ผวาราคาน้ำมันพุ่ง จี้รัฐคุม หวั่นกลุ่มขนส่งแบกไม่ไหวต้องปรับค่าตั๋ว

Amarin TV

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 04.08 น.
ผวาสงครามตะวันออก ทำราคาน้ำมันพุ่ง รถทัวร์จี้รัฐคุมด่วน หวั่นกลุ่มขนส่งแบกไม่ไหวต้องปรับค่าตั๋ว-ลดเที่ยววิ่ง กระทบประชาชน

ผวาสงครามตะวันออก ทำราคาน้ำมันพุ่ง รถทัวร์จี้รัฐคุมด่วน หวั่นกลุ่มขนส่งแบกไม่ไหวต้องปรับค่าตั๋ว-ลดเที่ยววิ่ง กระทบประชาชน

วันที่ 4 มี.ค. 69 ที่จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทนครชัยทัวร์ จำกัด กล่าวถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า เรื่องของพลังงานเชื้อเพลิงส่งผลกระทบอย่างมาก ถ้ามีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น เพราะน้ำมันขาดแคลน จะทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นตาม ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งโดยสารรถสาธารณะเอง ยิ่งได้รับผลกระทบอย่างมาก จนอาจถึงขึ้นต้องลดเที่ยววิ่ง หรือต้องปรับราคาคาโดยสารขึ้น ซึ่งกรมการขนส่งทางบกพยายามหามาตรการ เพื่อมาช่วยเหลือผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ และไม่เกิดผลกระทบกับประชาชน

แต่ในขณะเดียวกันเนี่ย ถ้าเป็นจุดที่ต้นทุนราคาน้ำมันสูงขึ้น คงจะต้องมีการปรึกษาหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารประจำทางได้นำเสนออยู่หลายครั้งแล้ว แต่ไม่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันขึ้นในครั้งนี้ โดยได้นำเสนอที่จะควบคุมค่าครองชีพของการเดินทาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าครองชีพของประชาชน

ทางภาครัฐต้องมีส่วนมาช่วย รถโดยสารประจำทางยังใช้ราคาน้ำมันเดียวกับภาคประชาชนทั่วไป ถูกกำหนดราคาค่าโดยสารโดยกรมการขนส่งทางบกที่พิจารณาจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งบางช่วงราคาไม่ได้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรง ต้นทุนค่าตัวรถ ต้นทุนต่างๆ รวมถึงต้นทุนค่าน้ำมันด้วย

เพราะฉะนั้นถ้าต้องการรักษามาตรฐานของของค่าครองชีพไม่ให้มันสูงเกินไป ไม่ให้เกิดอัตราเงินเฟ้อมากเกินไป สิ่งที่รัฐช่วยได้ ก็คือการควบคุมราคาเชื้อเพลิงหรือราคาพลังงานให้กับกลุ่มรถยนต์โดยสารโดยเฉพาะโดยอาจจะคุยกับกระทรวงพลังงานหรือคุยกับบริษัทผู้ค้าน้ำมัน เป็นเงื่อนไขพิเศษสำหรับรถป้ายเหลือง เพื่อให้สามารถรักษาระดับของราคาได้ ยังอยู่ได้ และสามารถพัฒนาต่อเนื่องได้ ถ้าทำอย่างนี้ก็จะไม่มีผลกระทบต่อประชาชน ในขณะเดียวกัน ต้นทุนอื่นๆ ก็สามารถจะมาช่วยหรือชดเชยในส่วนของต้นทุนค่าน้ำมันได้ด้วย อย่างเช่น ต้นทุนภาษีต่างๆ ในการสั่งอะไหล่นำเข้าหรือในการสั่งแชสซีรถใหม่ที่ที่มาจากต่างประเทศเหล่านี้ ถ้าเราสามารถลดต้นทุนเหล่านี้ได้ ก็เป็นส่วนที่ชดเชยช่วยในส่วนต่างที่ราคาค่าโดยสารไม่สอดคล้องกับต้นทุนในปัจจุบัน

ถ้าถามว่าจากวันนี้ไปในอนาคตเป็นอย่างไร ตรงนี้ก็คงต้องรอสถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันก่อน ซึ่งโดยภาพปกติ กระบวนการของทางราชการมีเงื่อนไขเรื่องของเวลาด้วย ก็คงต้องคุยกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ในกรณีของต้นทุนราคาน้ำมันสูงขึ้นด้วยความรวดเร็วแบบนี้ ทางกรมการขนส่งทางบกเอง ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลก็คงจะได้นำเงื่อนไขรายละเอียดไปพิจารณาเพิ่มเติม อาจจะมีการเรียกปรึกษาคุยกันเร็วๆ นี้ สิ่งที่เราอยากจะได้ก็คือการควบคุมราคาต้นทุนของพลังงานให้กับกลุ่มรถยนต์โดยสารโดยเฉพาะ เพราะว่าเป็นกลุ่มที่ให้บริการประชาชน แล้วก็เป็นกลุ่มที่ทำให้เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าครองชีพด้วยในกรณีที่ราคาค่าโดยสารเปลี่ยนแปลง

และที่ผ่านมาผู้ประกอบการในการประชุมหลายเรื่อง ผู้ประกอบการไม่ได้มีใครพูดถึงว่าการขึ้นราคาค่าโดยสารคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการคงราคาค่าโดยสารที่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ประชาชนรับได้ ค่าครองชีพไม่เกิดขึ้น แต่ส่วนต่างเหล่านั้นเราอยากได้รับการช่วยเหลือหรือได้รับการชดเชยจากทางภาครัฐ เมื่อได้รับเหล่านี้แล้วคุณภาพการบริการ ความอยู่รอดของผู้ประกอบการ การพัฒนา รวมถึงการสร้างระบบความปลอดภัยต่างๆ ให้กับผู้เดินทาง เราก็จะสามารถพัฒนาและทำต่อไปได้ ก็เกิดประโยชน์ด้วยกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งภาครัฐที่เป็นผู้กำกับ ผู้ประกอบการที่สามารถจะดำรงธุรกิจอยู่ได้ สามารถทำต่อไปได้และเกิดบริการที่ดีขึ้น พัฒนาขึ้น และก็ประชาชนคนเดินทางด้วยรถยนต์โดยสารประจำทางที่ไม่ต้องแบกรับกับราคาค่าโดยสารหรือภาระของค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...