“ทรัมป์” ถอยเก็บภาษียุโรป อ้างมีกรอบดีลกรีนแลนด์
หลังพบ มาร์ก รุตเทอ ที่ดาวอส ทรัมป์ ประกาศงดขึ้นภาษีที่มีกำหนด 1 ก.พ. พร้อมชูประเด็นความมั่นคงอาร์กติก–ระบบป้องกันขีปนาวุธ “Golden Dome” แต่เดนมาร์กย้ำอธิปไตยเหนือกรีนแลนด์ไม่ใช่สิ่งต่อรอง
วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 07.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐจะงดเว้นการเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าจากประเทศยุโรปที่คัดค้านความพยายามของเขาในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ โดยอ้างว่าได้บรรลุกรอบของข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับเกาะดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้การประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธถือเป็นการกลับลำจากท่าทีเดิมที่ทรัมป์เคยใช้มาตรการทางการค้าเพื่อกดดันยุโรปอย่างต่อเนื่อง และเกิดขึ้นหลังการพบหารือกับ มาร์ก รุตเทอ เลขาธิการ NATO ระหว่างการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ที่ดาวอส
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดของ “กรอบ” ที่อ้างถึง ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าครอบคลุมประเด็นใดบ้าง โดยเฉพาะเมื่อเดนมาร์กย้ำก่อนหน้านั้นในวันเดียวกันว่า จะไม่เจรจาเรื่องการยกกรีนแลนด์ให้กับสหรัฐ
ทรัมป์ระบุว่า “เราได้จัดทำกรอบของข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และแท้จริงแล้วรวมถึงทั้งภูมิภาคอาร์กติก” พร้อมย้ำว่าหากข้อตกลงเกิดขึ้นจริงจะเป็นผลดีต่อสหรัฐ และประเทศสมาชิก NATO และด้วยเหตุนี้เขาจะไม่บังคับใช้ภาษีที่มีกำหนดมีผลวันที่ 1 กุมภาพันธ์
ข่าวดังกล่าวหนุนตลาดการเงินทันที โดยหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 แตะระดับสูงสุดของวัน ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับขึ้นต่อเนื่อง และดัชนีดอลลาร์ของบลูมเบิร์กแข็งค่าขึ้นเช่นกัน
ด้าน ลาร์ส ล็อคเค ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กกล่าวกับสถานี DR ว่า“วันนี้จบลงดีกว่าตอนเริ่มต้น” แต่ย้ำว่ากรีนแลนด์ยังเป็น “เส้นแดง” ของราชอาณาจักรเดนมาร์ก และเป็นที่ชัดเจนว่าทรัมป์ยังไม่ละทิ้งความทะเยอทะยานที่จะเข้าควบคุมเกาะดังกล่าว
ทรัมป์บอกผู้สื่อข่าวว่า จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในไม่ช้า แต่เลี่ยงตอบว่าข้อตกลงจะทำให้สหรัฐได้ความเป็นเจ้าของกรีนแลนด์หรือไม่ โดยระบุเพียงว่าเป็นข้อตกลงระยะยาวที่สุด และจะมีผลเป็นระยะเวลาอนันต์
ขณะที่สื่อบางแห่งรายงานข้อมูลต่างมุม Axios ระบุว่ากรอบดังกล่าวมีหลักการเคารพอธิปไตยของเดนมาร์กเหนือกรีนแลนด์ ส่วน The New York Times รายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของ NATO ได้หารือแนวคิดที่สหรัฐฯ อาจได้ควบคุมพื้นที่บางส่วน ในกรีนแลนด์ แต่ยังไม่ชัดว่าถูกรวมอยู่ในกรอบดังกล่าวหรือไม่
ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่ายังไม่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่เดนมาร์กโดยตรงเกี่ยวกับแนวคิดของแผน แต่คาดว่ารุตเทอน่าจะแจ้งผู้นำเดนมาร์กแล้ว และยังกล่าวว่าสหรัฐจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิทธิแร่ธาตุของกรีนแลนด์โดยไม่ลงรายละเอียด
รุตเทอให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า การพูดคุยกับทรัมป์ไม่ได้เจาะจงประเด็นว่ากรีนแลนด์จะอยู่ภายใต้การควบคุมของเดนมาร์กหรือไม่ แต่เน้นไปที่การเสริมความมั่นคงของภูมิภาคอาร์กติกผ่านความร่วมมือของ NATO รวมถึงพลังงานและระบบป้องกันขีปนาวุธ
โดยทรัมป์ยังระบุว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมเรื่องระบบป้องกันขีปนาวุธ “Golden Dome” และมอบหมายให้รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ เป็นทีมเจรจา
ด้านโฆษก NATO ระบุว่า การเจรจาระหว่างเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหรัฐฯ จะเดินหน้าต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียและจีนมีฐานที่มั่นในกรีนแลนด์ ไม่ว่าจะทางเศรษฐกิจหรือทางทหาร และการหารือจะมุ่งไปที่การเสริมความมั่นคงอาร์กติกผ่านความร่วมมือของพันธมิตร โดยเฉพาะ 7 ชาติพันธมิตรอาร์กติก
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยใช้ท่าทีแข็งกร้าวและการเดินเกมกดดันเสี่ยงจนกลายเป็นวิกฤตการทูตกับยุโรปและสร้างความผันผวนในตลาด โดยมีรายงานว่ารัฐสภายุโรปได้ระงับกระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าระหว่าง EU กับสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามของทรัมป์
และทรัมป์เคยประกาศจะเก็บภาษี 10% กับสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรปตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ หากไม่บรรลุดีลซื้อกรีนแลนด์ พร้อมขู่เพิ่มเป็น 25% ตั้งแต่ 1 มิถุนายน หากยังตกลงกันไม่ได้ แม้วิกฤตอาจคลี่คลายชั่วคราว แต่ด้วยบุคลิกที่เปลี่ยนท่าทีได้รวดเร็วของทรัมป์ ความตึงเครียดอาจปะทุขึ้นอีกในอนาคต
โดยในสุนทรพจน์ที่ดาวอส เขาย้ำว่าไม่ใช้กำลังทหารยึดเกาะ แต่ยังส่งสัญญาณข่มขู่ว่า “คุณจะพูดว่าใช่…หรือคุณจะพูดว่าไม่ และเราจะจดจำไว้” พร้อมแสดงความไม่พอใจต่อคำยืนยันของเดนมาร์กที่ไม่ยอมเจรจาบนพื้นฐานการสละหลักการสำคัญ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าการผลักดันเรื่องกรีนแลนด์และการใช้มาตรการกดดันทางการค้าอาจสร้างความเสียหายระยะยาวต่อความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับพันธมิตรดั้งเดิม และยิ่งสะท้อนรอยร้าวในระเบียบโลกและความร่วมมือระหว่างประเทศที่ผู้นำหลายชาติวิจารณ์อย่างเปิดเผยในเวทีดาวอส
อ้างอิง : bloomberg.com