โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ตาลีบัน' ไฟเขียว 'ผัวทำร้ายเมียได้' หากไม่ถึงขั้นกระดูกหักหรือมีบาดแผลเปิด

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'ตาลีบัน' ไฟเขียว 'ผัวทำร้ายเมียได้' หากไม่ถึงขั้นกระดูกหักหรือมีบาดแผลเปิด ขณะที่ นักสิทธิชี้เป็นการรับรองความรุนแรงในครอบครัวอย่างเป็นทางการ พร้อมเพิ่มโทษผู้วิจารณ์ผู้นำถึงขั้นเฆี่ยนและจำคุก

วันที่ 3 มี.ค. 2569 เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า รัฐบาลตาลีบันซึ่งปกครองประเทศอัฟกานิสถาน ออกกฤษฎีกาฉบับใหม่ที่เปิดทางให้สามีสามารถทำร้ายร่างกายภรรยาได้ ตราบใดที่ไม่ก่อให้เกิดกระดูกหักหรือบาดแผลเปิด

เอกสารดังกล่าวถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดย “ราวาดารี” กลุ่มสิทธิชาวอัฟกัน หลังมีการรั่วไหลออกมา ก่อนจะได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Afghanistan Analysts Network แม้แนวปฏิบัติลักษณะนี้จะถูกบังคับใช้มาก่อนหน้านี้ในทางปฏิบัติ แต่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน นับตั้งแต่กลุ่มตาลีบัน กลับมาครองอำนาจหลังการถอนกำลังทหารของสหรัฐฯ และพันธมิตรในปี 2564

ตามรายละเอียดของกฤษฎีกา หากสามีทำร้ายภรรยาจนถึงขั้นกระดูกหัก มีบาดแผลเปิด หรือเกิดรอยฟกช้ำชัดเจน และภรรยายื่นร้องเรียนต่อศาล สามีจะมีโทษจำคุกสูงสุด 15 วัน

ด้าน Mahbouba Seraj นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ภายใต้กฎหมายดังกล่าว ผู้ชายมีอำนาจปกครองผู้หญิงอย่างเบ็ดเสร็จ และคำพูดของฝ่ายชายถือเป็นกฎหมาย พร้อมชี้ว่า กฤษฎีกายังระบุบทลงโทษผู้บังคับสัตว์ เช่น สุนัขหรือไก่ชน ให้ต่อสู้กัน ต้องโทษจำคุก 5 เดือน ซึ่งหนักกว่าการทำร้ายภรรยา

นอกจากนี้ บิดาสามารถลงโทษบุตรได้หากไม่ปฏิบัติตามหลักศาสนา เช่น การละหมาด ขณะที่ครูที่ทำร้ายนักเรียนจนกระดูกหักจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง

กฤษฎีกาฉบับดังกล่าวยังเพิ่มบทลงโทษผู้วิจารณ์ผู้นำตาลีบัน โดยผู้กระทำผิดอาจถูกเฆี่ยน 39 ครั้ง และจำคุก 1 ปี ส่วนผู้ที่ทำให้เจ้าหน้าที่อาวุโสเสื่อมเสียชื่อเสียง อาจถูกจำคุก 6 เดือน และเฆี่ยน 20 ครั้ง.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...