โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินเอเชีย–ยุโรปพุ่ง หลังปิดสนามบินฮับตะวันออกกลาง

PostToday

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราคาบัตรโดยสารเครื่องบินเส้นทางเอเชีย–ยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังสนามบินศูนย์กลางการบินสำคัญในตะวันออกกลางต้องปิดให้บริการจากผลกระทบสงครามระหว่าง United States และ Israel กับ Iran ส่งผลให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารลดลงอย่างมาก และตั๋วในหลายเส้นทางยอดนิยมถูกจองเต็มล่วงหน้าหลายวัน

ศูนย์กลางการบินในอ่าวอาหรับหลายแห่งยังคงปิดทำการเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน รวมถึงสนามบินนานาชาติในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลก และปกติรองรับเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวต่อวัน การปิดดังกล่าวกระทบเส้นทางยอดนิยมอย่างออสเตรเลีย–ยุโรป ซึ่งสายการบินตะวันออกกลาง เช่น Emirates และ Qatar Airways ครองส่วนแบ่งตลาดสูง

บริษัทท่องเที่ยวของออสเตรเลีย Flight Centre Travel Group เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วิกฤตเริ่มต้น บริษัทได้รับสายโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 75% ทั้งจากหน้าร้านและสายด่วนฉุกเฉิน โดยมีทีมงานทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

ผู้โดยสารจำนวนมากเริ่มปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินทางใหม่ โดยเลือกบินไปยุโรปผ่านจีน สิงคโปร์ และศูนย์กลางในเอเชียอื่น ๆ รวมถึงเส้นทางผ่านทวีปอเมริกาเหนือ เช่น ฮิวสตัน เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลางที่ปิดทำการ

สายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงเอเชีย–ยุโรปสามารถเลี่ยงน่านฟ้าที่ปิดได้ โดยปรับเส้นทางบินอ้อมขึ้นเหนือผ่านภูมิภาคคอเคซัสและอัฟกานิสถาน หรืออ้อมลงใต้ผ่านอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าวทำให้ระยะเวลาบินยาวนานขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น และเพิ่มต้นทุน ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกกำลังพุ่งสูง ซึ่งอาจผลักดันราคาตั๋วให้ปรับขึ้นในระยะยาว

สมาคมสายการบินเอเชียแปซิฟิกเตือนว่า หากต้นทุนการให้บริการเส้นทางยุโรปยังอยู่ในระดับสูง อาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของสายการบิน และท้ายที่สุดจะส่งผลต่อการเชื่อมต่อทางการบินระหว่างภูมิภาค

ด้าน Alton Aviation Consultancy ประเมินว่า สายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงหรือใช้ศูนย์กลางนอกพื้นที่ความขัดแย้ง เช่น Cathay Pacific Airways, Singapore Airlines และ Turkish Airlines อาจได้รับอานิสงส์ระยะสั้นจากการที่ผู้โดยสารเปลี่ยนมาใช้บริการแทนสายการบินตะวันออกกลาง

การตรวจสอบเว็บไซต์สายการบินหลายแห่งพบว่า ที่นั่งชั้นประหยัดในเส้นทางเอเชีย–ลอนดอน แทบไม่มีเหลือในช่วงใกล้วันเดินทาง และราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของ Cathay Pacific Airways แสดงว่าเส้นทางฮ่องกง–ลอนดอนไม่มีที่นั่งชั้นประหยัดจนถึงวันที่ 11 มีนาคม โดยตั๋วเที่ยวเดียวในวันดังกล่าวมีราคาสูงกว่า 21,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ก่อนจะลดลงสู่ระดับปกติในช่วงปลายเดือน

ขณะที่ Qantas Airways ไม่มีตั๋วชั้นประหยัดในเส้นทางซิดนีย์–ลอนดอนผ่านเพิร์ทหรือสิงคโปร์จนถึงวันที่ 17 มีนาคม โดยราคาตั๋วเที่ยวเดียวในวันดังกล่าวสูงกว่า 3,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ส่วนเที่ยวบินก่อนหน้านั้นมีเพียงตัวเลือกที่ต้องแวะพักในเมืองนอกเส้นทางปกติ เช่น ลอสแอนเจลิส หรือโจฮันเนสเบิร์ก

ในประเทศไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า Thai Airways มีเที่ยวบินไปยุโรปเต็มเกือบทั้งหมด เนื่องจากนักท่องเที่ยวยุโรปเลือกบินตรง แทนการต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลาง การตรวจสอบเส้นทางกรุงเทพฯ–ลอนดอนพบว่า ตั๋วถูกจองเต็มจนถึงช่วงปลายสัปดาห์หน้า และราคาชั้นประหยัดในบางวันสูงกว่า 70,000 บาท ก่อนจะทยอยปรับลดลงในวันถัดไป

ด้าน EVA Airways ระบุว่า ยอดจองเที่ยวบินไปยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากความต้องการเส้นทางทางเลือกของผู้โดยสารเอเชียและยุโรป ขณะที่สายการบินจีนแผ่นดินใหญ่ก็ปรับราคาตั๋วเส้นทางจีน–สหราชอาณาจักรสูงขึ้นกว่าปกติหลายเท่า โดยที่นั่งชั้นประหยัดในช่วงใกล้วันเดินทางแทบไม่เหลือ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผลกระทบโดยตรงของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมการบินโลก และอาจยืดเยื้อ หากสนามบินหลักในตะวันออกกลางยังไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...