โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค้นหาหุ้นไทยได้อานิสงส์ศาลสหรัฐฯ เตรียมตัดสินคดีภาษีทรัมป์

ทันหุ้น

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 10.01 น.

#ทันหุ้น – นายพบชัย ภัทราวิชญ์, CISA นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ InnovestX เครือเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุ หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกจับตา เชื่อว่าน่าจะมีเรื่องของคดีนโยบายเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่าชอบด้วยกฎหมายว่าชอบด้วยกฎหมาย “อำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉิน” (IEEPA) หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนดประกาศคำวินิจฉัยต่อหลายคดีใหญ่ ซึ่งอาจรวมถึงคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรดังกล่าว (อย่างไรก็ดี ศาลไม่ได้ประกาศล่วงหน้าว่าจะมีคำวินิจฉัยในคดีใดบ้าง) ซึ่งระหว่างที่ผู้เขียนเขียนคอลัมน์นี้ ยังไม่ทราบเช่นกันว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาหรือไม่ ในเบื้องต้น เราประเมินคำตัดสินเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้

1. ประธานาธิบดีทรัมป์ แพ้คดี : ศาลฯ ตัดสินว่าการใช้อํานาจภายใต้ IEEPA เพื่อเก็บภาษีศุลกากรของทรัมป์ เกินขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ทําให้ภาษีที่เก็บไปเป็นโมฆะ และให้ส่งคืนเงินภาษีมูลค่า 1.33 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.6 ล้านล้านบาท) มองจะส่งผลบวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้นต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่ว โลก โดยระยะสั้น Fund Flow มีแนวโน้มไหลออกจากสหรัฐไปสู่ตลาด ÉM รวมทั้งตลาดหุ้นไทยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มในช่วงก่อนหน้า จะถูกปลดล็อคเรื่องกําแพงภาษีที่กดดันศักยภาพทํากําไร โดยเฉพาะหุ้นที่มีการส่งออกสินค้าไปตลาดสหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าลง และ Bond Yield มีแนวโน้มลดลงจากความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลง แต่อย่างไรก็ดี ในระยะถัดไปยังมีความเสี่ยงว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ อาจเปลี่ยนไปใช้กฏหมายอื่นแทนเพื่อเก็บภาษีได้ อาทิ การใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐ รวมทั้งมาตรา 301, มาตรา 232 และมาตรา 338 ซึ่งจะยังกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกต่อไป

2. ประธานาธิบดีทรัมป์ ชนะคดีหรือตัดสินแบบจํากัดขอบเขต : ศาลฯ ตัดสินว่าทรัมป์ มีอํานาจเต็มตามกฎหมาย IEEPA ในการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเพื่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ หรือ สามารถเก็บภาษีได้ในบางกรณีแต่ไม่ได้ในวงกว้าง หรือให้มีผลเฉพาะในอนาคต แต่ไม่ต้องคืนภาษีที่เก็บไปแล้ว มองจะสร้างความผิดหวังและส่งผลลบเชิงจิตวิทยาระยะสั้นต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แต่จะมีแรงขายออกไม่มาก เนื่องจากมองตลาดดูดซับความเสี่ยง (Price in) ไว้แล้ว ในช่วงแรกที่ทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีเมื่อ เม.ย. 2568 โดยมองช่วงสั้น SET มี Downside ที่น่าสนใจให้เข้าสะสมสําหรับการลงทุนอยู่ที่ระดับ 1,230+/- และยังคงเป้าหมาย SET ปี 2569 ที่ 1,350-1450 จุด คิดเป็น PER 14-16 เท่า

กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นสําหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และคาดศาลสูงสุดสหรัฐจะตัดสินให้ทรัมป์แพ้คดีตามตลาดคาด แนะนํา “เก็งกําไรรอบสั้น” สําหรับหุ้นที่คาดจะได้ Sentiment บวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้นหรือปลดล็อกจากมาตรการเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐ ก่อนทรัมป์จะหาทางเก็บภาษีจากกฎหมายใหม่ อาทิ กลุ่มนิคม (AMATA WHA FTREIT) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (TU ITC) กลุ่มยาง (STA STGTNER) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)

ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนํา “ทยอยซื้อสะสมในช่วงที่ตลาดผันผวน” ใน 2 ธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) หุ้นปลอดภัย (Defensive) ที่ผันผวนต่ํา ผลการดําเนินงานต้านทานความเสี่ยงภายนอกได้หรือรายได้อิงในประเทศเป็นหลัก อีกทั้งยังมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ แนะนํา ADVANC BDMS CPALL TRUE และ 2) หุ้นปันผลคุณภาพดี (High Dividend) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น โดยคาดจะมีเงินปันผลจ่ายจากกําไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% แนะนํา AP BAM KBANK SAT TLI

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...