โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปอท.เปิดปฏิบัติการ จับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โยงขบวนการขนคนข้ามแดน

สวพ.FM91

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 22.20 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 13.18 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เปิดปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 ราย ทำหน้าที่รับ-ส่งคน และอุปกรณ์ข้ามชายแดน พร้อมหลอกลวงผู้เสียหายลงทุนผ่านแอปพลิเคชันปลอม “TikTokshop” มีผู้เสียหาย 88 ราย ความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท และยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) ชั้น 2 ของบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. นำแถลงผลปฏิบัติการ “The Transporter Operation ปิดเกมล่า นายหน้าคนเถื่อน” ทลายขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์เชื่อมโยงเครือข่ายขนคนข้ามแดน โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุด ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และตาก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 1 ราย และชาวไทย 3 ราย ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ยึดของกลางรวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก ศูนยต้านโกง หรือ ACSC ดำเนินการกวาดล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อเนื่อง และจากข้อมูลพบรูปแบบการหลอกลวงที่มีประชาชนล่าสุดคือหลอกให้ลงทุนหรือขายสินค้าออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันปลอมที่แอบอ้างชื่อแพลตฟอร์ม “TikTokshop”

พฤติการณ์ของกลุ่มคนร้าย คือ จะมีการติดต่อผู้เสียหาย โดยใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือ พูดคุยจนเกิดความสนิทสนมและความไว้วางใจ ก่อนจะชักชวนให้ผู้เสียหายประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม “TikTokshop” ซึ่งไม่ต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องจัดส่งเอง และสามารถสร้างรายได้ง่าย ต่อมาคนร้ายจะส่งลิงก์เว็บไซต์ให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชัน “Tkshop” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันปลอม ไม่ได้ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Play Store โดยแอปพลิเคชัน ดังกล่าวถูกออกแบบให้มีชื่อ หน้าตา และระบบการทำงานคล้ายกับแพลตฟอร์มของจริง เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อถือ ภายในแอปพลิเคชันปลอม คนร้ายได้สร้างภาพผลตอบแทนปลอม แสดงยอดขายและกำไรในระบบ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีรายได้จริง ก่อนจะหลอกให้โอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นเงินลงทุน ค่าสินค้า หรือค่าดำเนินการต่าง ๆ ให้โอนเข้าบัญชีธนาคารหลายบัญชี

ซึ่งเป็นบัญชีในเครือข่ายของกลุ่มคนร้าย เมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินหรือผลตอบแทน ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายจะอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดกฎ ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ จะต้องโอนเงินเพิ่มเติมเพื่อเป็นการปลดล็อคและแก้ไขในส่วนที่ผิดกฎ

จากการตรวจสอบข้อมูลจากระบบแจ้งความออนไลน์และฐานข้อมูลพบว่า มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ลงทุนในรูปแบบดังกล่าวข้างต้น จำนวน 88 เคส มูลค่าความเสียหาย กว่า 25 ล้านบาท อีกทั้ง ยังพบว่ากลุ่มบัญชีม้าที่ใช้ในกลุ่มนี้ ถูกแจ้งความไว้แล้ว จำนวน 67 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 15 ล้านบาท

จากการสืบสวนขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีบทบาทสำคัญในการรับ–ส่งและขนย้ายคนทั้งขาเข้าและขาออกนอกประเทศ ตลอดจนการขนย้ายอุปกรณ์ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถเช่าเป็นพาหนะในการเคลื่อนย้ายคนและอุปกรณ์จากพื้นที่ภายในประเทศไปยังบริเวณแนวชายแดน โดยมีการจัดหาที่พัก อาหาร และควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ให้บุคคลภายนอกหรือเจ้าหน้าที่สังเกตเห็น ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายอีกกลุ่มทำหน้าที่ลำเลียงข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เส้นทางธรรมชาติหรือช่องทางที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไปยังสถานที่ซึ่งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ

พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นผู้จัดหาและขนย้ายกำลังคนและอุปกรณ์เข้าสู่ระบบ ทำให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์สามารถดำเนินกิจกรรมหลอกลวงได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีลักษณะการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน และเชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายอื่นในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดทรัพย์สินนำส่ง ปปง. เป็นเงินสด ประมาณ 4 ล้านบาท, รถยนต์ 13 คัน มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท, รถแทรกเตอร์ (รถไถ) 31 คัน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท, รถขุด (แบคโฮ) 1 คัน มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท, บ้านหรู 1 หลัง มูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท, ทองคำแท่ง 40 บาท มูลค่าประมาณ 3.2 ล้านบาทสินค้าแบรนด์เนม/เครื่องประดับ หลายรายการ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท, โฉนดที่ดิน 28 แปลง ราคาประมาณ 22 ล้าน อายัดเงินในบัญชี ธนาคาร ประมาณ 1 ล้าน บาท รวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท

จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะได้สืบสวนขยายผล เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...