FBI เอาจริง! เร่งปราบเครือข่ายสแกมเมอร์อาเซียน หลังพบเหยื่ออเมริกันกว่า 8 หมื่นราย
FBI เอาจริง! เร่งปราบเครือข่ายสแกมเมอร์อาเซียน หลังพบเหยื่ออเมริกันกว่า 8 หมื่นราย เสียหายพุ่ง 2.9 พันล้านดอลลาร์
วันที่ 27 ก.พ. 2569 นายสก็อต เชลเบิล รองผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศของ Federal Bureau of Investigation (FBI) ให้สัมภาษณ์ระบุว่า เอฟบีไอจะสนับสนุน United States Department of Justice (DOJ) ในการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ที่มุ่งเป้าชาวอเมริกัน ซึ่งขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ความยาวกว่า 2,400 กิโลเมตร
เชลเบิลเปิดเผยว่า ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตของเอฟบีไอได้รับคำร้องกว่า 80,000 เรื่อง จากผู้เสียหายชาวอเมริกัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9 หมื่นล้านบาท หลายรายสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต และบางส่วนยังถูกหลอกไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์
เขาย้ำว่า เอฟบีไอจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร เพื่อจัดการเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง พร้อมประกาศกร้าวว่า “ไม่ว่าปฏิบัติการสแกมเมอร์จะอยู่ที่ใด เราจะไล่ล่า”
ทั้งนี้ เอฟบีไอได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนาม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกัมพูชา
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีรายงานว่ากลุ่มสแกมเมอร์ย้ายฐานหลังถูกปราบปรามในบางประเทศ เชลเบิลยอมรับว่าเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากเครือข่ายเหล่านี้มักย้ายสถานที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และผลกำไรจากการหลอกลวงมีมูลค่าสูง จึงเป็นแรงจูงใจให้ก่อเหตุซ้ำ
เขาระบุว่า ปัญหานี้เป็นความท้าทายในระดับภูมิภาคที่ไม่อาจแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
ก่อนหน้านี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ เพื่อรับมือการหลอกลวงผ่านสกุลเงินดิจิทัลในเมียนมา กัมพูชา และลาว โดยสามารถยึดทรัพย์จากเครือข่ายดังกล่าวได้กว่า 401 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ปฏิบัติการในเมียนมาด้วย