JUBILE ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10% วางงบ 70 ลบ. ปรับปรุง-ขยายสาขา รับกำลังซื้อกลุ่มมั่งคั่ง
JUBILE ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10% วางงบ 70 ลบ. ปรับปรุง-ขยายสาขา รับกำลังซื้อกลุ่มมั่งคั่ง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ก.พ. 69 10:32 น.
JUBILE วางเป้ารายได้ปี 69 เติบโต 10% รับอานิสงส์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว พร้อมทุ่มงบ 50 - 70 ลบ. ปรับโฉมร้านและเปิดสาขาใหม่ เจาะกลุ่ม Young Luxury ระบุผลงาน Q4/68 ฟื้นแรง กำไรพุ่ง 153% สะท้อนโมเดล Experience-Driven Luxury เริ่มเห็นผล
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JUBILE เปิดเผยในงาน Jubilee Diamond Thank Press 2026 โดยมีประเด็นภาพรวมผลการดำเนินงานปี 68 และทิศทางเป้าหมายปี 2569 ดังนี้
- ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 10% เพราะมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้เริ่มฟื้นตัว หลังจากเลือกตั้งและจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้โดยพื้นฐานบริษัทฯ ยังมีกำลังซื้อสำคัญจากกลุ่มลูกค้า Luxury และ Affluent (กลุ่มลูกค้ามั่งคั่งและหรูหรา)
- ด้านงบลงทุนปีนี้ใช้ 50 - 70 ล้านบาท โดยหลักๆ ใช้การปรับปรุงและขยายพื้นที่ร้าน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้สามารถใช้บริการพื้นที่ร้านค้าอย่างเต็มที่ นอกจากนี้จะใช้เงินลงทุนเปิด 2 - 3 สาขาใหม่
- ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าเดินหน้าการเติบโตต่อเนื่อง ผ่านการเปิดตัวแคมเปญสำคัญในช่วงเทศกาลและโอกาสพิเศษ ควบคู่การรุกตลาด Young Luxury Segment ด้วยดีไซน์ร่วมสมัย การสื่อสารเชิงอารมณ์ และการจัดอีเวนต์ในหัวเมืองหลักทั่วประเทศ
- โดยบริษัทยังคงยกระดับ Retail Experience และขยายความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้าง Luxury Experience Economy อย่างต่อเนื่อง และผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว
- ทั้งนี้รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 371 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้าถึง153% จากการเดินหน้ากลยุทธ์ Experience-Driven Marketing เชิงรุก ควบคู่การบริหารพอร์ตสินค้าอย่างมีวินัย ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาระดับกำไรขั้นต้น (Gross Profit) ได้แข็งแกร่ง
- ภาพรวมตลาดเครื่องประดับเพชรในช่วงไตรมาส 4/68 ซึ่งเป็นช่วง High Season ยังมีสัญญาณเชิงบวก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Luxury และ Affluent ที่ยังคงมีกำลังซื้อแข็งแรง แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังมีแรงกดดัน ขณะที่กลุ่ม Mainstream มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดได้
ไตรมาส 4/68 บริษัทฯ สามารถเร่งสร้างโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างชัดเจน จากการยกระดับ Retail Experience และ Strategic Collaboration ภายใต้แนวคิด Experience-Driven Luxury Model ควบคู่การบริหารสินค้าอย่างมีวินัย ทำให้ทั้งรายได้และความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ นางสาวอัญรัตน์ กล่าว
- ซึ่งผลงานในปี 68 เติบโตโดยได้รับแรงหนุนจากการจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ การเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ และแคมเปญกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาระดับกำไรขั้นต้นได้ตามเป้าหมาย จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการมุ่งเน้นจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงที่มีอัตรากำไรเหมาะสม
- ด้านช่องทางจำหน่าย รายได้หลักยังมาจากสาขาหน้าร้าน ขณะที่ช่องทางออนไลน์และ Marketplace เติบโตต่อเนื่องและมีบทบาทสำคัญในการขยายฐานลูกค้าใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ Omni-channel
- ปัจจัยสนับสนุนสำคัญในไตรมาส 4/68 มาจากการฉลองครบรอบ 96 ปี ผ่านอีเวนต์ใหญ่ A World Class Treasure ซึ่งช่วยสร้าง Brand Momentum และกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรม อาทิ โรงพยาบาลสมิติเวช ศิริราชมูลนิธิ และพันธมิตรบัตรเครดิต เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าศักยภาพสูง
- ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ CRM Sparkling Club ยังคงเป็นกลไกหลักในการขยายฐานสมาชิกใหม่และกระตุ้นการซื้อซ้ำของลูกค้าเดิม ควบคู่การปรับโฉมสาขาเพื่อยกระดับ Retail Experience และเพิ่มประสิทธิภาพการนำเสนอสินค้า
- บริษัทประเมินว่า ความผันผวนของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนหันมาพิจารณาเพชรแท้คุณภาพสูงในฐานะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในระยะยาว ขณะที่กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงยังคงมีความต้องการสินค้า Premium ต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจและดอกเบี้ยยังมีแรงกดดัน
เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ