รีวิว vivo V70 มือถือกล้องพอร์ตเทรตระดับโปร 50MP ZEISS Super Telephoto เสกช็อตลูกรักพระเจ้า
vivo V70 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยเป็นที่เรียบร้อย! โดยครั้งนี้ทาง vivo นำเข้ามาจำหน่ายด้วยกันเพียงรุ่นเดียว คือ vivo V70 แต่มีแบ่งรุ่นย่อยออกตามขนาดหน่วยความจำแทน และมีตัวเลือกสีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 3 สี โดยมีสีใหม่ 2 สี และสีพื้นฐาน 1 สีครับ
สำหรับจุดเด่นของ vivo V70 ในครั้งนี้ ที่เห็นได้ชัดสุดก็น่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่อง ที่มีการปรับงานออกแบบด้านหลังบริเวณโมดูลกล้องใหม่ ให้ฟิลลิ่งการถือจับคล้ายกับ vivo X300 อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว และยังคงมากับกล้องที่เก่งและสร้างความประทับใจเหมือนเดิม พร้อมกับไฟแฟลช Aura Lights ที่เป็น DNA ของ vivo V Series ด้วย ด้านสเปกตัวเครื่องก็มีการอัปเกรดบางส่วนเข้ามาเพิ่มเติม ทำให้ภาพรวม vivo V70 ยังคงเป็นสมาร์ตโฟน Mid-range ตัวตึง จนทำให้ใครหลายคนต้องหลงรักเหมือนเดิมแน่นอน เอาเป็นว่า… เราไปรู้จักน้อง V คนใหม่ของ vivo ประเทศไทยพร้อมกันด้านล่างได้เลย ตื่นเต้นแล้ว!
เลือกอ่านตามหัวข้อ
1. Specification / รายละเอียดสเปก
2. Camera / กล้องถ่ายรูป
3. Design / งานออกแบบ
4. Durability / ความทนทาน
5. Display / หน้าจอแสดงผล
6. Performance / ประสิทธิภาพ
7. Operating System / ระบบปฏิบัติการ8. Wrap-up / บทสรุป
9. Price & Availability / ราคาและการวางจำหน่าย
Specification
รายละเอียดสเปกของ vivo V70
- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 2750 × 1260 พิกเซล (1.5K)
— Refresh Rate 120Hz
— ความหนาแน่นของพิกเซล 459 PPI
— ค่าความสว่างสูงสุดเฉพาะส่วน 5000nits
— ค่าความสว่างทั่วหน้าจอ 1800nits
— ขอบเขตสี 100% P3 Wide Color Gamut
— วัสดุเปล่งแสง VM9
— สแกนนิ้วบนหน้าจอ 3D Ultrasonic Single-point - ชิปประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4
— Octa-core Processor (1 × 2.8 GHz + 4 × 2.4 GHz + 3 × 1.8 GHz)
— เทคโนโลยีการผลิตระดับ 4nm. - GPU Adreno 722
- RAM 8GB / 12GB (LPDDR5X)
- ROM 256GB / 512GB (UFS 4.1)
- ระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 (Android 16)
- กล้องถ่ายรูป Triple Camera พร้อมไฟแฟลช Aura Lights
กล้องหลัก ZEISS เซนเซอร์ Sony IMX766 ความละเอียด 50MP (F1.88)
— ขนาดของเซนเซอร์ : 1/1.56″
— ความละเอียดสูงสุดในการบันทึกวีดีโอ : 4K/60fps
— โหมดถ่ายภาพ Night, Portrait, Photo, Video, Micro Movie, High resolution, Pano, Ultra HD Document, Slo-mo, Time-lapse, Supermoon, Astro, Pro, Snapshot, Food, Underwater Photography, Dual View, Stage, Film Camera
กล้อง ZEISS Super Telephoto เซนเซอร์ Sony IMX882 ความละเอียด 50MP (F2.65)
— ขนาดของเซนเซอร์ 1/1.95″
กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide) เซนเซอร์ OV08F ความละเอียด 8MP (F2.2)
— ขนาดของเซนเซอร์ 1/4″ - กล้องหน้า เซนเซอร์ JN1 ความละเอียด 50MP (F2.0)
— ขนาดของเซนเซอร์ 1/2.76″
— โหมดถ่ายภาพ Night, Portrait, Photo, Video, Micro Movie, High resolution, Dual View, Film Camera - การเชื่อมต่อเครือข่าย
— 2G GSM : 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz
— 3G WCDMA : B1 / B2 / B4 / B5 / B6 / B8 / B19
— 4G FDD-LTE : B1 / B2 / B3 / B4 / B5 / B7 / B8 / B12 / B17 / B18 / B19 / B20 / B26 / B28 / B32 / B66
— 4G TD-LTE : B38 / B39 / B40 / B41 / B42
— 5G : n1 / n2 / n3 / n5 / n7 / n8 / n20 / n26 / n28 / n38 / n40 / n41 / n66 / n75 / n77 / n78 - รองรับซิมการ์ด (นาโนซิม) : 5G + 5G Dual SIM Dual Standby
- รองรับการเชื่อมต่อ
— Wi-Fi 6, WLAN 2.4 GHz / 5GHz
— Bluetooth 5.4
— Type-C (USB 2.0)
— NFC
— OTG - มาตรฐานทนน้ำและฝุ่น IP68 / IP69
- แบตเตอรี่ ความจุ 6500mAh BlueVolt
— รองรับชาร์จไว 90W FlashCharge
— พื้นฐาน Li-ion Battery - ตัวเลือกสี : สีทอง Golden Hour, สีเทา Alpine Gray, สีดำ Authentic Black
- มิติตัวเครื่อง
— ขนาด 157.52 × 74.33 × 7.40 มม. (Authentic Black)
— ขนาด 157.52 × 74.33 × 7.59 มม. (Golden Hour, Alpine Gray)
อุปกรณ์ภายในกล่อง
- ตัวเครื่อง vivo V70
- คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
- เคสซิลิโคนใส
- เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
- สายชาร์จ USB-C
- อะแดปเตอร์ชาร์จ 90W FlashCharge
- ฟิล์มกันรอยหน้าจอ (ติดตั้งมากับตัวเครื่อง)
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
Camera
กล้อง All ZEISS Camera เสกช็อตลูกรักพระเจ้า ทุกช็อตขึ้นกล้อง
vivo V70 ยังคงใช้ชุดกล้องตัวเดิมที่หลายคนชมจาก vivo V60 ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย กล้องหลัก ZEISS OIS เซนเซอร์ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56″ ความละเอียด 50MP (OIS, f/1.88, FOV 84° ± 3°, 6P Lens) กล้องเลนส์ ZEISS Super Telephoto เซนเซอร์ Sony lMX882 ขนาด 1/1.95″ ความละเอียด 50MP มี OIS ในตัว (f/2.65, FoV 33.1°, 4P Lens) รองรับซูม Optical 3x และ Hyper Zoom 100x และปิดท้ายด้วยกล้องเลนส์ ZEISS Ultra Wide-angle ความละเอียด 8MP (f/2.0, FoV 120° ± 3, 5P Lens)
ในขณะที่กล้องหน้ามากับ กล้อง 50MP ZEISS Group Selfie Camera ให้มุมมองภาพกว้าง 92 องศา มีระบบออโต้โฟกัส พร้อมซอฟต์แวร์ AI สำหรับการถ่ายพอร์ตเทรตชุดใหม่ของ vivo อย่าง AI ช่วยปรับรูปหน้า (AI Facial Contouring) และ AI ช่วยเกลี่ยผิวใบหน้า AI Professional Portrait (GTR 2.0)
สำหรับฟีเจอร์หรือโหมดถ่ายภาพยังคงยกความครบเครื่องจาก vivo V60 มาให้ครบเหมือนเดิม เช่น โหมดถ่ายภาพ Stage (เวที) ที่ช่วยให้สามารถถ่ายพอร์ตเทรตในมินิคอนเสิร์ตได้คมชัด ให้แสงสีและบรรยากาศได้เหมือนกับไปงานด้วยตนเอง, AI Four-Season Portrait ฟีเจอร์ AI ที่หลายคนชอบกับการใช้ AI ปรับบรรยากาศรอบตัวให้เปลี่ยนไปตามฤดู 4 ฤดูกาล เช่น เปลี่ยนให้กรุงเทพฯ มีหิมะตก
หน้าเมนูกล้องถ่ายภาพ
ZEISS Multifocal Portrait ฟีเจอร์ถ่ายพอร์ตเทรต 5 ระยะยอดฮิต ทั้ง 23mm, 35mm, 50mm, 85mm, 100mm พร้อมจับแมทช์กับโบเก้และโทนสีของ ZEISS ให้อัตโนมัติ และ Film Camera Mode โหมดกล้องฟิล์มและโทนสีฟิล์ม เอาใจคนรักการถ่ายภาพสไตล์วินเทจ และครั้งนี้ยังมีการเพิ่มลูกเล่นพรีเซ็ตการถ่ายใหม่ ๆ เข้ามา
/ ZEISS Multifocal Portrait
ฟีเจอร์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วยระยะเลนส์ต่าง ๆ พร้อมเอฟเฟกต์โบเก้และโทนสีฟิลเตอร์สไตล์ ZEISS ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรตโดยเฉพาะ การถ่ายภาพด้วยฟีเจอร์นี้ถ้าจะให้สวยและเกิดเอฟเฟกต์โบเก้แต่ละรูปแบบของ ZEISS ได้สมบูรณ์ ผมแนะนำใช้ฟีเจอร์นี้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่มีบรรยากาศหรือฉากหลังที่มีแสงจากธรรมชาติ เช่น แสงลอดจากต้นไม้ อาคาร หรือวัตถุต่าง ๆ หรือจะใช้แสงไฟในยามค่ำคืนก็ได้ครับ แต่อย่าให้แสงเหล่านั้นอยู่ใกล้บุคคลที่เราจะถ่ายมากนัก เพราะอาจไม่เกิดโบเก้ได้ ถ้าทำตามได้ครบเราก็จะได้ภาพพอร์ตเทรตที่สวย โดดเด่น และมีมิติมากขึ้น
สำหรับฟีเจอร์ ZEISS Multifocal Portrait นอกจากตัวฟีเจอร์จะมากับระยะซูมยอดนิยมถึง 5 ระยะ ที่ประกอบด้วย Landscape Portrait (23mm), Narrative Portrait (35mm), Classic Portrait (50mm) และ 2 ระยะที่เพิ่มเข้ามาใหม่ Portrait (85mm), Close-Up Portrait (100mm) แล้ว เมื่อเราเลือกใช้ฟีเจอร์นี้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตตัวซอฟต์แวร์จะการเลือกพรีเซ็ตในเรื่องของฟิลเตอร์โทนสีภาพและเอฟเฟกต์โบเก้ให้ตามความเหมาะสมแบบอัตโนมัติ ดังนั้นใครที่พึ่งเคยใช้ฟีเจอร์นี้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตก็ไม่ต้องตกใจนะครับ ถ้าได้ภาพที่โทนสีและเอฟเฟกต์โบเก้แต่ละระยะถ่ายไม่เหมือนกัน แต่ที่เหมือนกันแน่นอนคือ ความสวย!
ตัวอย่างภาพถ่าย ZEISS Multifocal Portrait
/ AI Magic Weather
เป็นฟีเจอร์เสริมการถ่ายภาพ ฟีเจอร์นี้จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการใช้งานด้วยนะครับ เพราะเราจะเรียกใช้ AI (On Cloud) ของ vivo เข้ามาช่วยประมวลภาพถ่ายโดยการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในภาพให้เป็นไปตามธีม Weather ที่เราเลือก ซึ่งเราสามารถเลือกเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในภาพถ่ายได้ด้วยการทั้งหมด 4 ธีม คือ
Period Themes : เปลี่ยนบรรยากาศภาพได้ทันที ตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น ถึงกลางคืน ช่วยให้ได้ภาพสวยในทุกสภาพแสง
Creative Styles :เพิ่มลูกเล่นสร้างสรรค์ เช่น สไตล์ Cyberpunk หรือ โลก Animation
Region Themes :เปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เป็นสภาพภูมิประเทศ ซึ่งรองรับภูมิประเทศ Island, Desert และ Snow Town
Seasons Themes :เปลี่ยนสภาพอากาศและฤดูกาลในภาพถ่าย
วิธีใช้งาน : กล้อง → โหมดภาพคน → ไอคอน AI ด้านบน → เลือกฤดูที่ต้องการถ่ายภาพ
ตัวอย่างภาพถ่าย AI Magic Weather
/ โหมดกล้องฟิล์ม
โหมดกล้องฟิล์ม เป็นโหมดถ่ายภาพที่ vivo ใส่เข้ามาเอาใจคนรักการถ่ายแนววินเทจ หรือชอบความคลาสสิกของกล้องฟิล์ม ซึ่งทั้งฟิลเตอร์ภาพ เสียงกดชัตเตอร์ รวมถึงการแสดงผลหลังถ่ายเสร็จ ต่างออกแบบมาให้เหมือนการใช้กล้องฟิล์มจริง ๆ และใน vivo V70 ยังคงมากับพรีเซ็ตการถ่ายภาพฟิล์ม 3 สไตล์ 3 อารมณ์ แตกต่าง เติมเต็มความรู้สึกให้ทุกภาพถ่าย กับ 3 ตัวเลือกโทนฟิล์ม Classic Negative, Positive Film และ Clear Blue
วิธีใช้งาน : กล้อง → ปัดลูกศรด้านล่างปุ่มชัตเตอร์ขึ้นมา เพื่อเข้าสู่โหมดกล้องฟิล์ม
ตัวอย่างภาพถ่าย Film Camera Mode
/Stage Mode
โหมดถ่ายภาพที่ทาง vivo ออกแบบมาเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบการถ่ายงานคอนเสิร์ตหรืองานที่เราต้องการภาพจากบนเวทีโดยเฉพาะ โหมดถ่ายภาพ Stage Mode ใหม่ จะถูกนำไปไว้ในโหมดถ่ายภาพเพิ่มเติมครับ ของเดิมจะใส่ไว้ในเมนูฟิลเตอร์ (เผื่อใครหาไม่เจอ)
หน้าเมนูโหมด Stage
โดยในโหมดถ่ายภาพ Stage จะเป็นการใช้ความเก่งของกล้อง 50 MP ZEISS Super Telephoto บนตัวเครื่อง ทํางานร่วมกับ Stage Mode ที่เป็นซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี Nice 2.0 ที่เป็นอัลกอรึทึมการถ่ายภาพใหม่ของ vivo ที่เคยนำมาใช้ตอน vivo X300 series จะเป็นการใช้การประมวลผลแบบออพติคส์และกระบวนการย้อนกลับ เพื่อลดความพร่ามัวจากลักษณะการรับภาพของเลนส์ แม้ในสภาวะแสงน้อย ทําให้เมื่อเราถ่ายภาพด้วยโหมดนี้ เราจะสามารถเก็บภาพตัวศิลปินที่อยู่บนเวที รวมถึงแสงสีบรรยากาศรอบข้างได้ชัดยิ่งขึ้น แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีแสงรบกวนและแสงน้อยก็ตาม
เสริมข้อมูลให้อีกนิดว่า การถ่ายระยะไกล vivo V70 จะสามารถซูมถ่ายจากตัวเซนเซอร์กล้องแบบ Optical Zoom ได้สุดที่ระยะ 10x เป็นระยะซูมไกลที่ภาพยังคม เหมือนดูหน้าเวที และขยับระยะซูมออกไปได้ไกลสุดที่ 100x ซึ่งที่ระยะไกลสุดนี้ตัวกล้องค่อนข้างนิ่งระดับนึงทำให้การเล็งถ่ายทำได้ง่ายกว่ากล้องทั่วไปครับ และที่ต้องชม vivo เลยก็คือ การใส่ซอฟต์แวร์ AI UHD เข้ามาช่วยอัปสเกลภาพถ่ายระยะไกล ซึ่งระยะ 100x เป็นการระยะ Digital Zoom ดังนั้นภาพถ่ายจะมีความเบลอค่อนข้างมาก แต่พอมีความสามารถของ AI เข้ามาช่วย ก็ทำให้เราได้ภาพที่คมชัดกลับมาได้
ตัวอย่างภาพถ่าย Stage Mode
นอกจากจะใช้สำหรับการถ่ายภาพนิ่งแล้ว Stage Mode ยังสามารถเปิดใช้ตอนเราบันทึกวิดีโอได้ด้วยนะครับ ซึ่งเมื่อใช้ Stage Mode ถ่ายวิดีโอในงานคอนเสิร์ต ตัวซอฟต์แวร์จะเน้นการใช้ประสิทธิภาพของไมโครโฟน 3 ตําแหน่งรอบตัวเครื่องในการเก็บเสียง ซูมเสียงบนเวทีเป็นพิเศษกว่าในโหมดถ่ายวิดีโอปกติ พร้อมกับการเร่งประสิทธิภาพของชิปเซ็ตและหน่วยความจําความเร็วสูง ทําให้ vivo V70 สามารถใช้งานโหมดเวที ถ่ายวิดีโอ 4K ได้เช่นเดียวกับในรุ่นเรือธง โดยสามารถถ่ายวิดีโอในโหมดนี้ด้วยความละเอียดสูงสุด 4K 30 FPS
ตัวอย่างภาพถ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม
/ กล้องหน้า 50MP ZEISS Group Selfie
สำหรับสายเซลฟี่ vivo V70 ยังคงมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียดสูง 50MP (F2.0) ใช้ระบบโฟกัสภาพแบบออโต้โฟกัสและให้มุมมองกว้าง 92 องศา เพียงพอที่จะถ่ายภาพกลุ่ม 2-5 คน ได้สบายครับ นอกจากนี้ยังมีโหมดถ่ายภาพ ZEISS Portrait, Beauty Mode หรือฟิลเตอร์สีพิเศษจากกล้องหลักก็ใส่มาให้เหมือนเดิม และรอบนี้มี AI ที่ช่วยปรับรูปหน้าอย่าง AI Facial Contouring และ AI Professional Portrait (GTR 2.0) ที่ช่วยเกลี่ยผิวใบหน้าในภาพถ่ายให้เรียบเนียนเป็นธรรมชาติเข้ามาด้วย
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
Design
ปรับดีไซน์กล้องใหม่ ให้ฟีลลิ่งเหมือนถือเรือธง
vivo V70 มีการปรับดีไซน์ตัวใหม่เครื่องใหม่โดยเฉพาะบริเวณโมดูลกล้องด้านหลัง ที่ปรับดีไซน์โมดูลกล้องใหม่เป็นทรงสี่เหลี่ยม Dynamic Floating ให้ความรู้สึกดูราวกับโมดูลกล้องลอยตัวบนฝาหลัง ส่วนเลนส์กล้องมีความนูนตํ่าเพียง 3.29 มิลลิเมตร
ในขณะที่กรอบโมดูลกล้องเลือกใช้วัสดุอะลูมิเนียม รวมถึงขอบตัวเครื่องก็เลือกใช้วัสดุอะลูมิเนียมด้วยเช่นกัน ให้ฟิลลิ่งการถือจับเหมือนกับ vivo X300 เลยทีเดียวครับ ดูพรีเมียม สวยหรู และทําให้จับถือเรียบเนียนสบายมือ ซึ่งการปรับดีไซน์ใหม่ของ vivo V70 เป็นการปรับดีไซน์ในรอบ 3 เจนเนอเรชั่นก็ว่าได้ เพราะครั้งสุดท้ายที่มีการปรับดีไซน์บน V Series น่าจะต้องย้อนไปตอน vivo V40 ที่ปรับดีไซน์จาก vivo V30 Series 5G
นอกจากมากับดีไซน์ใหม่แล้ว vivo V70 ยังมากับสีตัวเครื่องใหม่ 2 สี และสีพื้นฐาน 1 สี สีตัวเครื่องที่มาใหม่ในครั้งนี้ 2 สี คือ สี Golden Hour (โกลเด้น อาวร์) ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงยามเย็นบนท้องฟ้า โทนสีอบอุ่น นุ่มละมุน เปล่งประกายอย่างมีเสน่ห์ในทุกมุมมอง และสี Alpine Gray (อัลไพน์ เกรย์) สีเทาที่ได้แรงบันดาลใจจากหน้าผาภูเขา ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง ลึก และทันสมัย และยังเป็นสีตัวเครื่องที่พอผมได้จับแล้วรู้สึกชอบทันที มีความสวยพรีเมียมมาก ๆ ครับ ส่วนสีพื้นฐาน 1 สี คือ สี Authentic Black (ออเทนทิค แบล็ก) สีดําด้านสนิทพิเศษ ให้สัมผัสเรียบเท่ ถ่ายทอดความเรียบง่ายเหนือกาลเวลา และบุคลิกที่สุขุมลุ่มลึก
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
Durability
แข็งแรง ทนนํ้าทนฝุ่นมาตรฐานเรือธง IP68 & IP69
vivo V70 นอกจากมากับดีไซน์ที่สวยละมุนน่าถะนุถนอมแล้ว ในด้านความทนทานต่อการใช้งานกลับแข็งแกร่งและทนไม่แพ้มือถือเรือธงของแบรนด์เลยทีเดียว โดย vivo V70 มากับมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 และ IP69 เป็นมาตรฐานที่เหมาะสําหรับการใช้งานในชีวิตประจําวัน ป้องกันฝุ่นละออง และละอองนํ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังสามารถทนฝนต่อเนื่องยาวนานได้ถึง 48 ชั่วโมง และสามารถแช่นํ้าลึก สูงสุด 3 เมตร โดยยังคงประสิทธิภาพการทํางานได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งตัวเครื่องให้มั่นใจตลอดการใช้งานด้วย การผ่านการทดสอบตกจากความสูง 1.8 เมตร ที่ครอบคลุมการทดสอบการตกทุกด้านและมุมบนพื้นผิวหลากหลายรูปแบบ ในขณะที่ขอบเครื่องและโมดูลกล้องเลิกใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียม ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและทนทานต่อการบิดงอได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้านหน้าที่เป็นเป้าใหญ่อย่างจอแสดงผล ทาง vivo ก็เลือกใช้กระจกหน้าจอเป็น Diamond Shield Glass มีคุณสมบัติทนต่อการตกกระแทกและรอยขีดข่วนเป็นพิเศษด้วย
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
Display
หน้าจอ 1.5K Ultra Clear OLED Display, 3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0
จอแสดงผลของ vivo V70 ได้รับการอัปเกรดความละเอียดจาก vivo V60 ที่เป็นระดับ FHD+ มาเป็น 1.5K เรียบร้อย รับชมภาพและคอนเทนต์กันคมชัดตาแตกเลยทีเดียว และยังเป็นจอที่มากับคุณสมบัติน้อง ๆ สมาร์ตโฟนเรือธงเลยก็ว่าได้ครับ โดยครั้งนี้เลือกใช้หน้าจอเป็นจอความละเอียด 1.5K Ultra Clear OLED Display ขนาด 6.59 นิ้ว มีค่า Refresh rate 120Hz พร้อมมาตรฐานการแสดงผลระดับสูงครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Netflix HDR, P3 Cinematic wide color gamut และผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Certification การันตีการปล่อยแสงสีฟ้าตํ่า
รวมทั้งยังให้ความสว่างขึ้นจากรุ่นก่อน ในขณะเดียวก็ประหยัดพลังงานมากขึ้นด้วย ซึ่งมาจากการเลือกใช้วัสดุเปล่งแสงตัวใหม่ ที่ให้ความสว่างทั้วหน้าจอได้มากถึง 1800nits โดยใช้พลังงานน้อยกว่าวัสดุตัวเดิม นอกจากนี้หน้าจอยังรองรับการแสดงสีได้ลึกถึง 1.07 พันล้านสี ทำให้สามารถนำเสนอสีสันบนหน้าจอได้สมจริง ใกล้เคียงการมองเห็นของมนุษย์
และที่เป็นของใหม่ในครั้งนี้คือ การมากับระบบสแกนนิ้ว 3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0 ปลดล็อกเร็ว แม่นยํา และปลอดภัย และด้วยความแม่นยำสูงจึงสามารถปลดล็อกได้แม้มือเปียก เหงื่อ มือชื้น หรือหลังทาสกินแคร์ก็ใช้งานได้
คุณสมบัติหน้าจอ
✓ 1800nits Peak Brightness
✓ 2,750 × 1,260 Resolution
✓ 1.07 Billion Colors
✓ P3 Cinematic Wide Color Gamut
✓ 120Hz Refresh Rate
✓ Netflix HDR
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
Performance
ลื่นไหล เพียงพอทุกโจทย์ใช้งาน
vivo V70 ในด้านประสิทธิภาพยังคงเลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 เป็นหัวใจหลักในการประมวลผลบนตัวเครื่อง โดยเป็นชิปเซ็ต Octa-core Process ความเร็วสูงสุด 2.8GHz ผลิตบนเทคโนโลยีการผลิตระดับ 4nm. ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานและเล่นเกมในระดับกลางได้ดี ให้คะแนน Antutu Benchmark อยู่ที่ประมาณ 1.4M คะแนน ครับ มาถึงตรงนี้เชื่อว่า หลายคนพออ่านชื่อชิปเซ็ตแล้วคงมีบ่นกันไปบ้าง แต่! อย่าพึ่งตัดสินใจจากแค่ตัวชิปเซ็ตครับ
เพราะรอบนี้ vivo V70 ถึงแม้เขาจะมากับหัวหน้าคนเดิม แต่เพื่อนร่วมห้องเก่งขึ้นพอตัวเลยทีเดียว โดยครั้งนี้ตัวชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 จะทำงานร่วมกับ RAM LPDDR5x เป็น RAM มาตรฐานเรือธงตอนนี้และมีอัตราการตอบสนองที่ไวขึ้นจากรุ่นก่อนประมาณ 75% และ ROM UFS 4.1 หน่วยความจำที่มีอัตราการ Read/Write ที่ไวขึ้นจากรุ่นเดิมประมาณ 4 เท่าเลยทีเดียว
และยังคงมาพร้อมเทคโนโลยี Extended RAM สามารถขยาย RAM เพิ่มได้ 12GB + 12GB รองรับการเปิดใช้งาน Background Application พร้อมกันได้สูงสุดกว่า 40 แอปพลิเคชัน ตอบสนองการใช้งานต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้นถึงแม้จะใช้ชิปเซ็ตตัวเดิม แต่ด้วยการเลือกใช้หน่วยความจําและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง จึงทําผลลัพธ์การใช้งานตัวเครื่องสามารถตอบสนองต่อการใช้งานทั้งการทำงาน ใช้แอปฯ รวมถึงการเล่นเกมทำได้ลื่นไหล เร็ว และไวขึ้น
คะแนนทดสอบประสิทธิภาพด้วย Antutu Benchmark
ด้านระบบระบายความร้อน ทาง vivo เลือกใช้ Ultra Large VC Cooling System ที่มากับขนาดของแผ่นระบายความร้อน 4200 ตร.มม. ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่สุดใน V Series ช่วยระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุมอุณหภูมิได้ไวและต่อเนื่อง มอบการทํางานที่เสถียร แม้ใช้งานหนักต่อเนื่อง โดยจะทำงานร่วมกับ Ultra Game Mode ระบบผู้ช่วยจัดการเกมที่คอยช่วยปรับหรือควมคุมการใช้ทรัพยากรบนตัวเครื่องให้เหมาะสมในการเล่นเกม และ Multi-Turbo ฟีเจอร์ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถสนุกกับการเล่นเกมบนสมาร์ตโฟน vivo V70 ได้อย่างต่อเนื่องและลื่นไหล
ส่วนการเชื่อมต่อก็ใส่เทคโนโลยีการเชื่อมต่อแน่น ๆ เข้ามาให้ ไม่ว่าจะเป็น Dual-Bridge Signal Concurrency เสาอากาศดีไซน์ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณและเสถียรกว่าเดิม, AI Super Link ปรับสัญญาณพิเศษสําหรับพื้นที่คนหนาแน่น เช่น คอนเสิร์ต สนามกีฬา และสถานีขนส่ง ใช้งานได้ และยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายพื้นฐาน Bluetooth 5.4, Wi-Fi 6, มีพอร์ต IR Blaste ในตัว สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายในบ้าน เพื่อใช้แทนรีโมทในการสั่งเปิด-ปิด
/ แบตเตอรี่ BlueVolt ขนาด 6500mAh
ด้านพลังงานของ vivo V70 ยังคงติดตั้งแบตเตอรี่ BlueVolt Silicon Anode Gen 3 ความจุสูง 6500mAh มาให้เช่นเดิม ด้วยเทคโนโลยี BlueVolt ของ vivo นอกจากแบตเตอรี่จะไม่ใหญ่และไม่ทำให้ตัวเครื่องหนาและหนักขึ้นแล้ว ยังเพิ่มสุขภาพแบตฯ ให้ทนนานสามารถใช้งานได้ยาวนาน 4 ปี โดยที่ความจุของแบตเตอรี่จะไม่ลดต่ำกว่า 80%
และยังมากับเทคโนโลยีชาร์จไว 90W FlashCharge ชาร์จเต็ม 100% ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง หรือชาร์จเพียง 10 นาที ก็สามารถคุยต่อได้นานหลายชั่วโมง เรียกว่าสแตนด์บายพร้อมให้ใช้งานได้ตลอดวัน ส่วนการใช้งานจริงสามารถใช้งานได้ตลอดวันด้วยการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้าถึงค่ำได้สบาย ๆ
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
Operating System
ครั้งแรกของ vivo V Series กับ OriginOS 6
ด้านซอฟต์แวร์ ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก! ของ vivo V Series ที่จะได้ใช้ "OriginOS 6" (Base on Android 16) ตั้งแต่แกะกล่องแล้วล่ะครับ! สำหรับ OriginOS 6 เป็นซอฟต์แวร์ OS ที่โดดเด่นและเก่งในด้านบริหารจัดการทรัพยากรบนตัวเครื่องได้ดีเยี่ยมมาก จนได้รับคำชมจากผู้ใช้งานหลายประเทศที่ได้ลองสัมผัสว่า "ลื่นติดนิ้ว สมูธแบบเป็นธรรมชาติ" และเป็นมิตรกับอุปกรณ์แพลตฟอร์มยิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถถือ vivo V70 ทำงานหรือส่งไฟล์รูปและไฟล์ต่าง ๆ ข้ามแพลตฟอร์มไปยังอุปกรณ์แพลตฟอร์มอื่นทั้ง iOS หรือ Windows ด้วยการเชื่อมต่อที่สะดวกและไร้รอยต่อ
OriginOS 6 ที่เป็นซอฟต์แวร์ OS ที่เก่งและลื่นไหลจนได้รับคำชมมากมายนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการวางแผนการพัฒนา ที่ทาง vivo ได้กำหนดใช้ 3 เสาหลัก หรือ 3 Core Pillars เป็นแผนหลักในการพัฒนา ประกอบด้วย การประมวลผล (Computing), หน่วยความจำ (Storage) และจอแสดงผล (Display ) โดยที่หลักการหลักคือ การที่ทั้งสามเสานั้น ตัวระบบจะรู้ลำดับขั้นตอนการทำงานว่าขั้นตอนหรือการประมวลผลอะไรสำคัญมากกว่ากัน จึงลดการเกิดปัญหาคอขวดที่มักเกิดขึ้นกับระบบของ Android ที่เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Multi-task และทำให้ OriginOS 6 ของ vivo มีความเก่งในด้านบริหารจัดการทรัพยากรบนตัวเครื่องนั่นเองครับ และเราจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีในด้านต่าง ๆ ที่ใช้ vivo V70 แน่นอน
อินเทอร์เฟซ OriginOS 6 บน vivo V70
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
Wrap-up
vivo V70 กล้องสวยพึ่งได้ ประสิทธิภาพน้อง ๆ เรือธง ในร่างใหม่เข้ามือมากขึ้น!
vivo V70 เป็นสมาร์ตโฟนที่ลงตัวกับการเป็นมือถือ Daily use หรือใช้งานในชีวิตประจำวันมาก ๆ ครับ ไม่ต้องหวือหวา แต่เมื่อใช้งานแล้วรู้สึกเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและเข้ากันได้ในทุกกิจกรรมการถ่ายภาพในแต่ละวัน ตัวเครื่องมีการปรับดีไซน์ใหม่ ถึงแม้จะลดความเป็นเอกลักษณ์และตัวตนของ vivo V Series ลงสักไปหน่อย แต่ยังคงให้ประสบการณ์การถือจับที่ดีเหมือนเดิมครับ
ในด้านสเปกตัวเครื่องถึงแม้หลายคนจะเริ่มเบื่อชิปเซ็ตน้องมังกรแดงซีรีย์ 7 แล้ว แต่ด้วยปัจจัยตลาดและอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนในตอนนี้ ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมยังต้องใช้ต่อ ซึ่งทาง vivo เขาก็แก้เกมให้กับลูกค้าของเขาได้ดีไม่น้อย กับการเลือกนำหน่วยความจำทั้ง RAM และ ROM ที่เป็นมาตรฐานเรือธงมาใส่ให้ใน vivo V70 ครั้งนี้ จึงทำให้ภาพรวมของประสิทธิภาพการทำงานไม่ได้ด้อยไปกว่าคู่แข่งในเรทราคาเดียวกันเลยก็ว่าได้ และเมื่อผสานเข้ากับความเก่งของกล้องถ่ายรูปที่ยังคงเป็นจุดแข็งของ vivo V Series เรื่อยมา ให้ภาพถ่ายพอร์ตเทรตที่สวย โดดเด่น คมชัด และพึ่งพาได้ทุกโมเมนต์
มีฟีเจอร์ไฟแฟลชเทคโนโลยี Aura Light Portrait ที่เปรียบเสมือนเป็นดีเอ็นเอหลักของซีรีส์นี้ ก็มีการอัปเกรดมาตรฐานไฟระดับสตูดิโอเข้ามา ให้แสงออร่าสว่างและนุ่มนวลขึ้น ยิ่งทำให้ vivo V70 ที่อาจดูพอเพียงกลายเป็นสมาร์ตโฟนระดับกลางที่สามารถ "All-around" ไปกับคุณได้ทุกที่ และพร้อมตอบสนองทุกกิจกรรมได้อย่างลงตัว ซึ่งเมื่อคนส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน จึงเป็นที่มาของบทสรุปที่ว่า "มือถือระดับกลาง มาตรฐานเรือธง พร้อมกล้องเสกช็อตลูกรักพระเจ้า"
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
Price & Availability
ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน
vivo V70 สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ กล้อง ZEISS ระดับโปร พร้อม "เสกช็อตลูกรักพระเจ้า" แล้ววันนี้! โดยมีให้เลือก 3 ออปชันสีสวยโดนใจ สีทอง Golden Hour, สีเทา Alpine Gray และ สีดำ Authentic Black ใน 3 รุ่นความจุ
- vivo V70 รุ่น 8GB + 256GB ราคา 15,999 บาท
- vivo V70 รุ่น 12GB + 256GB ราคา 18,499 บาท
- vivo V70 รุ่น 12GB + 512GB ราคา 20,999 บาท
🎁 โปรโมชันพิเศษ! เมื่อสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2569 รับของสมนาคุณ
ต่อที่ 1 : vivo Care ประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี และประกันแบตเตอรี่ 4 ปี (มูลค่า 9,999 บาท)
ต่อที่ 2 : V70 Premium Gift (Case) มูลค่า 1,090 บาท
จับจองเป็นเจ้าของได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา, ช่องทางออนไลน์ Shopee : shopee.co.th/3LLgqkkxQE, Lazada : lazada.co.th/t/c.2lfyXK, Tiktok Shop : tiktok.com/ZS9eqXqBTBWta-hsBCQ และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
#vivoV70 #เสกช็อตลูกรักพระเจ้า
⇑ ย้อนกลับไปเลือกหัวข้อ
/ บทความรีวิวล่าสุด
รีวิว REDMI Pad 2 Pro 5G แท็บเล็ตตัว Pro ในราคาสุดคุ้ม! หน้าจอ 12 นิ้ว แบตจุใจ รองรับ eSIM
พรีวิว ASUS Zenbook S 16 (2026) จอ 16 นิ้ว บางเฉียบ น้ำหนักเบา ขุมพลัง AMD Ryzen AI 9
ASUS TUF GAMING F16 (FX608JHR) ตัวเลือกโน้ตบุ๊กเกมมิ่งที่ลงตัวทั้งเล่นเกมและทำงาน
รีวิว REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G สองสมาร์ตโฟนถึกทน สเปกแน่น กล้อง 200MP
รีวิว OPPO Reno15 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ ตัวจริงสายเทรนดี้ จบครบในเครื่องเดียว!
—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!