บางจากฯ ปิดดีลซื้อหุ้น Chevron Hong Kong 100% รุกคืบสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์โลก
บางจากฯ ขยายอาณาจักรข้ามพรมแดน ทุ่มงบลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ซื้อหุ้นบริษัท Chevron Hong Kong ขยายฐานค้าปลีก-น้ำมันเรือเดินสมุทรในเขตเศรษฐกิจ AA+ รับอุปทานโรงกลั่นไทย ผนึกแบรนด์ Caltex ต่อเนื่องภายใต้สัญญาบริหารใหม่ เสริมแกร่งระบบโลจิสติกส์พลังงานครบวงจรในเอเชียแปซิฟิก เดินโรดแมป "Accelerating Bangchak 100x" อัดฉีดงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ยกระดับศักยภาพการแข่งขันสู่สากล
15 กุมภาพันธ์ 2569 –บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สร้างแรงสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมพลังงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หลังประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Chevron Companies (Greater China) Limited (“CCGC”) เพื่อเข้าถือหุ้นกิจการในบริษัท Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) ในสัดส่วนร้อยละ 100 การเข้าทำธุรกรรมครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารจัดการกำลังการผลิต (Refining Capacity) ของโรงกลั่นในเครือบางจากฯ เพื่อส่งออกและขยายตลาดสู่ต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากฯ ระบุถึงเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ในการเลือกฮ่องกงเป็นหมุดหมายสำคัญว่า เป็นเขตเศรษฐกิจที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูง (AA+) และมีระบบการค้าปลีกที่เป็นตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ซึ่งเอื้อต่อการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง โดยเขากล่าวว่า:
"การเข้าซื้อกิจการ CHK ไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจของบางจากฯ สู่ต่างประเทศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการเดินหน้านำธุรกิจพลังงานไทยไปสร้างความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาค… ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการเดินเรือที่สำคัญของเอเชีย จึงเหมาะกับการเข้าทำธุรกรรม"
โครงสร้างสินทรัพย์และแผนการบริหารแบรนด์ Caltex
การเข้าครอบครองกิจการ CHK ในครั้งนี้ บางจากฯ จะได้รับสิทธิในสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีมูลค่าสูง ประกอบด้วยสถานีบริการน้ำมันจำนวน 31 แห่งที่กระจายตัวในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของฮ่องกง ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม และน้ำมันเรือเดินสมุทร (Bunker Oil) รวมถึงคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือระดับมาตรฐานสากล
ในด้านการบริหารแบรนด์ บางจากฯ จะยังคงรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์ "Caltex" ผ่านข้อตกลงการใช้เครื่องหมายการค้าร่วมกับเชฟรอน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนผ่านฐานลูกค้าและรักษาความแข็งแกร่งในตลาดค้าปลีกน้ำมันเดิมที่มีอยู่ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากระบวนการโอนย้ายหุ้นและสินทรัพย์ทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ภายในช่วงกลางปี 2569
ทิศทางพอร์ตการลงทุนและการจัดสรรงบประมาณ 2569-2571
ดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเติบโตแบบก้าวกระโดด "Accelerating Bangchak 100x" เพื่อยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้เล่นระดับสากล โดยปัจจุบันกลุ่มบางจากฯ ได้จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 5 กลุ่มหลัก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ตั้งแต่กลุ่มโรงกลั่นและพลังงานชีวภาพ ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและนวัตกรรมใหม่
สำหรับการรักษาวินัยทางการเงินและการขยายธุรกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2569 - 2571) บริษัทฯ ได้กำหนดกรอบงบลงทุนไว้ที่ 35,000 ล้านบาท โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแห่งอนาคตและการต่อยอดธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในต่างประเทศแบบครบวงจร
"เรามุ่งมั่นยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่อนาคตด้านพลังงานภายใต้ทิศทางที่ชัดเจน" — นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กล่าวเน้นย้ำ
การดำเนินการในฮ่องกงครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสร้างโครงข่ายระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงระหว่างโรงกลั่นในประเทศไทยและตลาดปลายทางที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียว