โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สปสช. แจงมติบอร์ด ต้องเคาะนำร่องฉีดวัคซีน PCV เหตุวงเงินจำกัด 225 ล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 16.22 น. • The Bangkok Insight

สปสช. ชี้แจงมติบอร์ด นำร่องฉีดวัคซีน PCV ในเด็ก เหตุวงเงินมีจำกัด จัดสรรงบย้ำปีนี้เด็กได้ฉีด พร้อมเดินหน้าต่อรองราคาและติดตามประเมินผลก่อนขยายทั่วประเทศ

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า มติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ให้เริ่มนำร่องฉีดวัคซีน PCV (วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง/โรคปอดอักเสบในเด็ก) เป็นการตัดสินใจภายใต้วงเงินงบประมาณที่มีอยู่จริงและย้ำว่าปีนี้ยังไงเด็กก็ได้ฉีด

ฉีดวัคซีน PCV

อย่างไรก็ตาม จากกระแสในสังคมที่ย้ำคำว่า คุ้มค่า-ไม่คุ้มค่า อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว ในการให้หรือไม่ให้สิทธิประโยชน์ โดยที่ผ่านมา มีบางบริการที่ไม่คุ้มค่า แต่ก็ยังบรรจุให้เป็นสิทธิประโยชน์ เพราะจำเป็นต่อชีวิต เช่น ยาต้านพิษ และก็มีบางบริการที่คุ้มค่า แต่ยังไม่ให้เป็นสิทธิประโยชน์ เพราะยังมีข้อจำกัดเรื่องระบบบริการ เช่น บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขในบริการนั้นไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ สปสช.ได้ตั้งงบประมาณสำหรับการป้องกันโรคไว้ล่วงหน้า 2 ปี และได้รับจัดสรรวงเงินจากสำนักงบประมาณแล้ว 225 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม วัคซีน PCV ต้องฉีด 3 เข็ม/คน (อายุ 2 เดือน, 4 เดือน และ 12 เดือน) จึงต้องพิจารณาราคาจัดซื้อและจำนวนเด็ก เพื่อให้บริการได้อย่างครอบคลุม โดยเมื่อคำนวณแบบคร่าว ๆ หากราคาประมาณหลักร้อยบาทต่อเข็ม เด็กหนึ่งคนจะมีต้นทุนพันกว่าบาทซึ่งรวมบริการการฉีดด้วย ทำให้วงเงินที่เตรียมไว้ไม่พอ ครอบคลุมเด็กได้เพียงแสนกว่าคน ขณะที่เด็กเกิดใหม่ทั้งประเทศมีประมาณ 4 แสนคน/ปี จึงไม่สามารถให้วัคซีนครอบคลุมเด็กทุกคนในคราวเดียวกันได้

ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีหลักการสำคัญคือไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ด้วยข้อเท็จจริงเรื่องวงเงิน จึงต้องเริ่มแบบนำร่อง เพื่อให้เดินหน้าได้จริง

นพ.จเด็จ ระบุอีกว่า ที่ประชุมบอร์ดให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยให้กำหนดหลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่นำร่อง ตามเกณฑ์วิชาการ ได้แก่ พื้นที่/เขตที่มีอุบัติการณ์สูงและมีความพร้อมด้านระบบบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาว่าเลือกตามเขตพื้นที่การเมืองหรือฐานเสียง

นอกจากนี้ ในระหว่างนำร่อง สปสช.จะดำเนินการต่อรองราคาให้ดีที่สุด โดยมีเป้าหมายต่อรองราคาให้ได้ใกล้เคียงกับกลไกระหว่างประเทศ เช่น UNICEF และ Gavi, the Vaccine Alliance ซึ่งมีข้อมูลอ้างอิงว่าบางประเทศจัดซื้อได้ราคาต่ำมาก เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการขยายผลในอนาคต

ขณะเดียวกัน การนำร่องจะช่วยเก็บข้อมูลผลลัพธ์จริง และติดตามประเมินผลร่วมกับหน่วยงานวิชาการของรัฐ เช่น สวรส., กรมควบคุมโรค และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การตัดสินใจขยายผล อยู่บนข้อมูลที่ชัดเจน รอบด้าน และอธิบายต่อสังคมได้

สปสช.ไม่ได้หวงงบ แต่จำเป็นต้องชี้แจงสังคมให้ชัดว่า งบ 225 ล้านบาท เป็นวงเงินที่ตั้งไว้แล้วและได้รับจริง ไม่ใช่การไปนำเอาเงินจากบริการของกลุ่มอื่นมาเพิ่ม และหากต้องการให้ครอบคลุมมากกว่านี้ ก็ต้องมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...