เกิดใหม่มาเป็นเด็กสาวในชนบท
นิยาย Dek-D
อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2566 เวลา 06.32 น. • เป้าหมายมีไว้กระดึบข้อมูลเบื้องต้น
เจียงซินหยานทำงานเป็นเภสัชกรในโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง แต่เมื่อเธอลาพักร้อน และออกเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เครื่องบินลำที่เธอนั่งดันตก ทำให้เจียงซินหยานตกเครื่องบินเสียชีวิตโดยไม่ได้ตั้งตัว และทะลุมิติมาเป็นเด็กสาวชนบท อายุ14ปี ชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ ซึ่งเป็นยุคอดีต ที่ประเทศยังไม่พัฒนา โดยครอบครัวของเธอทำอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก
โดยเจียงซินหยานเจ้าของร่างในอดีต ก็ดันเป็นเด็กสาวชนบทที่ไม่มีอะไรดีเลย นอกจากหน้าตาระดับนางฟ้า แถมยังกระโดดน้ำฆ่าตัวตายหลังจากที่โดนลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นตัวท็อปของโรงเรียนประจำตำบล บอกเลิกอีก
แผนผังตระกูลเจียง
แผนผังตระกูลหลี
แผนผังตระกูลกู้
นี่เธอเป็นเด็กสาวสิ้นคิด?
“ฮื่อๆ พี่ซินหยาน ท่านจะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ”
เจียงซินหยานถูกปลูกด้วยเสียงร่ำไห้ เสียงเด็กที่ไหนมาร้องไห้แถวนี้ ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว เจียงซินหยานขมวดคิ้ว แล้วค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วมองไปรอบๆห้องอย่างตกใจ ที่นี่ ที่ไหนกัน ทำไมเธอถึงได้มาอยู่ในบ้านไม้ที่มีแต่รอยปลวกกัดแทะ และปิดทับรูด้วยไม้เต็มไปหมด หลังคาก็แทบจะถล่มลงมาอยู่แล้ว จากนั้นก็หันไปมองตามเสียงร้องไห้ ก็เจอกับเด็กชายที่กำลังร้องไห้ฟุบกับเตียงนอนอยู่
“นี่ เธอเป็นใคร มาร้องไห้ทำไมแถวนี้”
เด็กชายค่อยๆยกหัวขึ้นมามองเจียงซินหยานอย่างมึนงง แล้วพุ่งมากอดเจียงซินหยาน และร้องไห้อย่างไม่ทันตั้งตัว
“ฮื่อๆ พี่ซินหยาน พี่ฟื้นแล้ว ผมนึกว่าพี่จะตายไปจริงๆแล้ว”
เจียงซินหยานที่โดนเด็กชายกอดอย่างไม่ทันตั้งแต่ตัว ค่อยๆจับตัวเด็กชาย แล้วดันออกเบาๆ
“นี่ เด็กน้อย เธอช่วยลุกไปก่อนได้ไหม ฉันจะตายจริงๆ เพราะเธอมาล้มทับนี่แหละ” แม้เธอจะตัวเล็ก ผอมแห้งมาก แต่ฉันในตอนนี้ก็แทบไม่มีแรงแล้วเหมือนกัน
เด็กชายค่อยๆ ลุกขึ้นจากตัวเจียงซินหยาน แล้วมองหน้าเจียงซินหยานด้วยน้ำตานองหน้า
“พี่ซินหยาน พี่เป็นอะไร ทำไมถึงพูดแปลกๆ เดี๋ยวผมเรียกแม่มาก่อน”
เด็กชายค่อยๆลุกออกจากเตียง แล้ววิ่งออกจากห้องไป
เจียงซินหยานค่อยๆยันตัวเองขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ แต่ด้วยร่างกายที่ปวดระบบไปหมด และไร้เรี่ยวแรง ทำให้เจียงซินหยานต้องล้มตัวนอนลงเตียงตามเดิม ก่อนครุ่นคิดว่า ที่นี่มันที่ไหนกัน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ก่อนมองไปที่แขน และลำตัวของตัวเอง แล้วทำไมฉันถึงได้ใส่เสื้อผ้าตัวบาง และเก่าซีดขนาดนี้ แขนเขาก็ผอมแห้ง ผิวก็ซีดเหลือง เหมือนไม่ใช่ตัวเธอเลย
เจียงซินหยานค่อยๆคิด แล้วนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบิน เพื่อไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น อย่างสบายใจ แต่เกิดพายุเข้ากะทันหัน ทำให้เครื่องบินลำที่เธอนั่งอยู่ตก และตกลงกลางทะเล เธอวูบแล้วก็จำอะไรจากนั้นไม่ได้อีก นี่เธอตายแล้วจริงๆเหรอเนี้ย เจียงซินหยานน้ำตาซึม นี่เธอเพิ่งเก็บเงินซื้อกระเป๋าChanel Classic รุ่นที่อยากได้เองนะ ที่ดิ้นรนร่ำเรียนมาอย่างหนัก ยังไม่ทันได้สบายก็ดันมาตายซะแล้ว
ครืด
ประตูถูกผลักออกด้วยหญิงวัยกลางคน ใส่เสื้อสีน้ำตาล ตัวบาง ที่ถูกซักจนสีซีดจนเป็นสีตุ่นๆ
“ซินหยาน นี่ลูกฟื้นแล้วเหรอ”
เจียงซินหยานถูกหญิงสาววัยกลางคนที่เพิ่งเข้าประตูมากอดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เธอตกใจแล้วค่อยๆดันผู้หญิงคนนั้นออกไป
“พวกคุณเป็นใคร แล้วที่นี่คือที่ไหน”
“ซินหยาน นี่ลูกเป็นไรอะไร จำแม่ไม่ได้เหรอ” หญิงสาววัยกลางคนจับแขนเจียงซินหยาน แล้วมองเจียงซินหยานด้วยน้ำตาซึม
“เป็นเพราะแม่ผิดเอง ที่ไม่มีเงินส่งลูกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม่ขอโทษนะ ฮื่อๆ”
เจียงซินหยานมองหญิงวัยกลางคนตัวผอมแห้ง ที่กำลังน้ำตาไหลพรากมองเธออย่างมึนงง ผู้หญิงคนนี้แทนตัวเองว่าแม่ แต่พ่อแม่ของเธอเสียไปตั้งแต่เธออายุได้15ปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน หรือว่าเธอจะทะลุมิติมาเหมือนอย่างนางเอกนิยายที่เธอเคยอ่านนะ
เด็กผู้ชายคนก่อนหน้านี้ เดินเข้าห้องมาพร้อมถือถ้วยกระเบื้องเคลือบลอกๆเก่าๆ เข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็นั่งลงข้างเตียงของเจียงซินหยาน
“แม่ร้องไห้ทำไม พี่ซินหยานฟื้นแล้ว แม่รีบพยุงพี่ซินหยานขึ้นเร็วเข้า พี่จะได้กินข้าว”
หญิงวัยกลางคนค่อยๆเช็ดน้ำตาที่อาบแก้ม แล้วพยุงเจียงซินหยานขึ้นอย่างเบามือ เจียงซินหยานมองสองแม่ลูกอย่างมึนงง แต่ก็ไม่ได้คัดค้านการพยุงของหญิงวัยกลางคน และพยายามฝืนตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนสามารถนั่งพิงกับผนังห้องได้
“พี่ซินหยาน พี่รีบกินข้าวต้มก่อนนะ นี่คุณย่าแอบให้ไข่ต้มมาด้วยฟองนึง” เด็กผู้ชายยิ้มขึ้นอย่างร่าเริง ก่อนค่อยๆสับไข่ต้มในถ้วยกระเบื้อง จากนั้นตักข้าวต้มใส่ช้อน เป่าข้าวต้มเบาๆ ก่อนเอื้อมมือมาป้อนให้เจียงซินหยาน
เจียงซินหยานมองดูข้าวต้มธัญพืชหยาบในช้อนอย่างมึนงง นี่คือข้าวต้มธัญพืชหยาบ สมัยนี้ยังมีคนกินข้าวต้มธัญพืชหยาบอีกเหรอ
“พี่ซินหยานทำไมไม่รีบกิน ถ้าป้าสะให้สามมา พี่คงไม่ได้กินไข่ต้มนี่แล้วนะ”
เจียงซินหยานมองข้าวต้มในช้อนอย่างลังเล แต่ก็อ้าปากเพื่อกินข้าว เอาเถอะอย่างน้อยก็กินไปก่อน จะได้มีแรง
หืม รสชาติข้าวต้มจืดสนิท เจียงซินหยานค่อยๆ ฝืนตัวเองกินข้าวต้มที่เด็กชายป้อนทีละคำ เอาเถอะรสชาติแย่แค่ไหน ก็ต้องกินไปก่อน ดูจากสภาพบ้านที่ผุพังขนาดนี้ ก็คงต้องกินประทังชีวิต
ประตูที่ถูกปิดไปครึ่งบาน ถูกผลักออกมาอย่างรุนแรง หญิงวัยกลางคนอีกคน เดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว แล้วจับแขนเด็กชายที่กำลังป้อนข้าวต้มให้เจียงซินหยานอย่างรุนแรง จนข้าวต้มในช้อนหกลงกับพื้น
“นี่เจียงเฉิง แกกล้าดียังไง ถึงได้เอาไข่ต้มของเสี่ยวเต๋อไปให้นังเจียงซินหยานกิน”
“โอ้ย ป้าสะใภ้สาม ผมเจ็บ ปล่อยผมนะ” เด็กผู้ชายพยายามสะบัดแขนออกจากการจับของหญิงวัยกลางคน แต่ก็ดิ้นไม่หลุด
หญิงวัยกลางคนที่เป็นแม่ของเด็กผู้ชาย รีบเข้ามาดึงแขนของเด็กผู้ชาย ออกจากการจับของหญิงวัยกลางคนที่เข้ามาใหม่
“พี่สะใภ้สาม ปล่อยเสี่ยวเฉิงเถอะ ไข่ต้มนี่คุณแม่เป็นคนให้มา”
“ปล่อยก็ได้ หึ แต่ฉันไม่เชื่อหรอก ว่าคุณแม่จะเอาไข่ต้มมาให้นังเด็กสิ้นคิดเจียงซินหยานกิน” หญิงวัยกลางคนที่เข้ามาใหม่ค่อยๆกอดอก แล้วมองเจียงซินหยานอย่างดูถูก ก่อนตะคอกใส่สองแม่ลูกตระกูลเจียง และเจียงซินหยานเสียงดัง
“บอกมา! พวกแกจะชดใช้ไข่ต้มให้เสี่ยวเต๋อยังไง”
เจียงซินหยานมองหญิงวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าป้าสะใภ้สามอย่างมึนงง แค่ไข่ต้มลูกเดียว ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ ถึงแม้ชาติก่อนครอบครัวเจียงซินหยานจะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ไข่ต้มลูกเดียวก็ไม่ใช่ปัญหาเลย
ประตูถูกผลักออกอย่างรุนแรงอีกครั้งโดยหญิงชรา
“หยุด พวกเธอทะเลาะอะไรกันอีก”
“คุณแม่ ก็เจียงเฉิงนะซิ มันขโมยไข่ต้มของเสี่ยวเต๋อไป” หญิงวัยกลางคนที่ถูกว่าป้าสะใภ้สาม พูดกับหญิงชราด้วยน้ำเสียงที่เบาลง
“เสี่ยวเฉิงไม่ได้ขโมยหรอก ฉันเป็นคนให้เสี่ยวเฉิง เอามาให้ซินหยานเอง” หญิงชรามองหน้าสะใภ้สามอีกครั้ง ก่อนหันไปมองเจียงซินหยาน
“ซินหยาน นี่หลานหายป่วยแล้วเหรอ”
“เอ่อ.. หายแล้วค่ะ” เจียงซินหยานมองหญิงชราท่าทางใจดี ตัวผอมแห้งแล้วค่อยๆวิเคราะห์ หญิงชราคนนี้คงเป็นคุณย่าของครอบครัวนี้
“คุณแม่ ทำแบบนี้ได้ยังไง นี่มันเป็นไข่ต้มส่วนของเสี่ยวเต๋อนะ” ป้าสะใภ้สามพูดขึ้นอีกครั้งอย่างโมโห
หญิงชรามองไปที่เจียงซินหยานอย่างสงสาร ก่อนหันไปมองสะใภ้สามที่กำลังโมโหอีกครั้ง
“ซินหยานป่วยอยู่นะสะใภ้สาม พวกเราไม่มีเงินพาเธอไปโรงพยาบาล ก็คงต้องบำรุงเท่าที่ทำได้ ไว้พรุ่งนี้แม่ไก่ในเล้าออกไข่ ฉันจะยกให้เสี่ยวเต๋อฟองนึง”
ป้าสะใภ้สาม มองหญิงชราอย่างเหลือเชื่อ
“คุณแม่ ไข่ไก่ส่วนนั้นพวกเราต้องนำไปขาย ทำไมคุณแม่ต้องเอาไข่ไก่ไปบำรุง ให้นังเด็กเจียงซินหยานนี่ด้วย คุณแม่ก็รู้ว่ามันไปทำอะไรมา ถึงได้ป่วยกระเสาะกระแสะมา 5 วันแล้ว”
หลังจากเจียงซินหยานได้ยินคำพูดของป้าสะใภ้สาม อยู่ๆความทรงจำของเจ้าของร่างก็ทะลักออกมา จนเธอรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก
ร่างนี้ชื่อเจียงซินหยาน ชื่อแซ่เดียวกันเธอ อายุ 14 ปี เป็นลูกสาวคนโตของเจียงเหลียง และหลีผิง โดยเจียงเหลียงเป็นลูกชายคนที่สี่ของครอบครัวตระกูลเจียง เธอมีน้องอยู่ 2 คน เป็นน้องสาวชื่อเจียงซินอี๋ อายุ 12 ปี และน้องชายชื่อเจียงเฉิง ซึ่งเป็นเด็กชายที่มาป้อนข้าวต้มให้เธอ อายุ 10 ปี
แล้วเธอก็ได้เข้าใจว่า ทำไมป้าสะใภ้สามถึงได้เรียกเธอว่า ‘เด็กสิ้นคิด’ เป็นเพราะว่าเจ้าของร่างเดิมกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย หลังจากโดนผู้ชายบอกเลิกนะซิ
ชอบนิยายเรื่องนี้ ช่วยกดให้กำลังใจ และกดติดตามด้วยนะคะ ^^
รีไรท์การเรียกชื่อนิดหน่อยนะคะ
ว่าด้วยเรื่องของไข่
ป้าสะใภ้สาม มองหญิงชราอย่างเหลือเชื่อ
“คุณแม่ ไข่ไก่ส่วนนั้นพวกเราต้องนำไปขาย ทำไมคุณแม่ต้องเอาไข่ไก่ไปบำรุง ให้นังเด็กเจียงซินหยานนี่ด้วย คุณแม่ก็รู้ว่ามันไปทำอะไรมา ถึงได้ป่วยกระเสาะกระแสะมา 5 วันแล้ว”
หญิงชราเงียบไปซักพัก ก่อนหันไปมองไปที่เจียงซินหยานแล้วถอนหายใจ
“สะใภ้สามจะให้ทำอย่างไร ถึงอย่างไร ซินหยานก็เป็นลูกหลานตระกูลเจียงนะ แม่ก็อยากดูแลเธอเท่าที่พอจะทำได้”
ป้าสะใภ้สามมองไปที่หญิงชราอย่างโมโห ก่อนชี้นิ้วไปทางเจียงซินหยานอย่างเหลืออด
“เจียงซินหยานเป็นลูกหลานตระกูลเจียงก็จริง แต่นังเด็กนี่ ไม่เคยนึกถึงตระกูลเจียงของพวกเราเลย ขนาดเธอเจอโสมป่าราคาแพง ยังเอาไปมอบให้ยายเฒ่า แม่ของผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่ได้ขาดเหลืออะไรเลย ทั้งที่บ้านพวกเราลำบากขนาดนี้ เธอยังไม่เคยนึกถึง คุณแม่จะไปสนใจนังเด็กนี่ทำไมกัน”
ใช่แล้ว นอกจากเจียงซินหยานเจ้าของร่างเดิม จะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย จนป่วยตาย ทำให้เธอต้องเข้ามาอยู่ในร่างนี้ยังมึนงง ก่อนหน้านี้เจียงซินหยานเจ้าของร่างเดิม เกิดโชคหล่นทับ เจอโสมป่า ขณะไปเก็บผักป่า โดยไม่ได้ตั้งใจถึง 3 หัว แต่ด้วยความที่ครอบครัวของผู้ใหญ่บ้าน เป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้าน ก็ไม่ชอบใจนัก ที่ลูกชายอนาคตไกลของตน มาคบกับเด็กสาวอย่างเจียงซินหยาน ที่นอกจากหน้าตาระดับนางฟ้าแล้ว ก็ไม่มีอะไรดีเลย
เจียงซินหยานเจ้าของร่างเดิม ด้วยความอยากเอาใจครอบครัวผู้ใหญ่บ้าน จึงนำโสมป่าทั้ง 3 หัวที่ตนเองพบในป่า ไปเป็นของขวัญวันเกิดให้กับคุณย่าของลูกชายผู้ใหญ่บ้าน คนรักของเธอ เพราะคิดว่า โสมนี่จะช่วยให้ครอบครัวผู้ใหญ่บ้านยอมรับ ให้เธอเป็นลูกสะใภ้ได้
หลังจากครอบครัวตระกูลเจียงรู้เข้า ก็รู้สึกโกรธมาก เพราะโสม 3 หัว นี่สามารถนำไปขายได้ถึง 300 - 400 หยวน สามารถนำไปซ่อมบ้านที่จะพังไม่พังแหล่ของครอบครัวได้ แต่เจียงซินหยานกลับนำไปมอบให้ครอบครัวผู้ใหญ่บ้าน โดยหลังจากยายเฒ่าครอบครัวผู้ใหญ่บ้านนั้นได้รับโสมไป ก็ไล่เจียงซินหยานกลับบ้าน โดยไม่เชิญกินแม้แต่น้ำเปล่า
ชาวบ้านในหมู่บ้าน ต่างเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก และล้อเลียนครอบครัวตระกูลเจียงกันยกใหญ่
‘พวกตระกูลเจียง คงอยากให้เจียงซินหยานได้เป็นลูกสะใภ้ผู้ใหญ่บ้านจนตัวสั่นละซิ ถึงได้นำโสมราคาแพงไปให้ แต่ถึงเอาไปให้ยังไง ก็โดนครอบครัวผู้ใหญ่บ้านรังเกียจ และไล่ออกจากงานเลี้ยงอยู่ดี ฮ่าๆ’
‘ตระกูลเจียงนี่ไม่เจียมตัวจริงๆ บ้านตัวเองจะพังไม่พังแหล่อยู่แล้ว ยังไม่เอาเงินไปซ่อมบ้าน แต่กลับเอาโสมไปให้ครอบครัวผู้ใหญ่บ้านถึง 3 หัว โง่เง่าจริงๆ’ วีรกรรมนี้ของเจียงซินหยาน ทำให้ครอบครัวตระกูลเจียงอับอายไปพักใหญ่
เจียงซินหยานคิดถึงวีรกรรมของเจ้าของร่างเดิมแล้ว ก็หมดคำพูดจริงๆ เจ้าของร่างเดิมคลั่งไคล้ และรักลูกชายผู้ใหญ่บ้านมากจริงๆ เรียกได้ว่า ไม่ลืมหูลืมตา
กลับมาที่ปัจจุบัน หลีผิงที่เป็นแม่ของเจียงซินหยานเจ้าของร่าง มองไปที่คุณย่าตระกูลเจียง และพี่สะใภ้สามอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนเดินไปจับแขนพี่สะใภ้สามเบาๆ ด้วยสายตาอย่างเว้าวอน
“พี่สะใภ้สามคะ เป็นความผิดของฉันเองค่ะ ที่ไม่ได้อบรมซินหยานให้ดี ต่อไปนี้ฉันจะทำงานให้หนักขึ้นเพื่อชดใช้ไข่ฟองนี้เองค่ะ”
ป้าสะใภ้สามสะบัดแขนออกจากการจับของหลีผิงอย่างรุนแรง จนหลีผิงเซไปชนกับผนังห้อง แล้วพูดอย่างเหลืออดว่า
“นี่สะใภ้สี่ เธอทำงานหนักขึ้นแล้วจะมีประโยชน์ยังไง ทำงานหนักแค่ไหน เธอเป็นผู้หญิงก็ได้แต้มค่าแรงเท่าเดิมอยู่ดี แล้วเธอรู้ไหม กว่าเสี่ยวเต๋อลูกชายฉัน จะได้รับไข่ต้มฟองนี้ เสี่ยวเต๋อต้องตั้งใจเรียน อ่านหนังสือตลอด 3 เดือน เพื่อให้สอบติดอันดับ 1 ใน 10 ของโรงเรียน แต่เจียงซินหยานลูกสาวของเธอ ถือดีอะไร นอกจากนอนป่วย ไม่ได้ไปทำงานที่ฟาร์มมา 5 วันแล้ว ยังได้รับไข่ต้มจากคุณแม่ไปกินอีก นี่มันไม่ยุติธรรมกับเสี่ยวเต๋อเลย ฉันยอมไม่ได้หรอก”
ในความทรงจำของเจียงซินหยานเจ้าของร่างคนเดิม คุณย่าตระกูลเจียงเป็นคนใจดี และให้ความสำคัญกับการศึกษาของลูกหลานในตระกูลมาก เพราะคุณย่าเคยฝันอย่างเลือนรางว่า ลูกหลานตระกูลเจียงจะได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ทำให้ครอบครัวตระกูลเจียงได้รับทะเบียนบ้านในตัวอำเภอ และได้ย้ายไปอยู่ในตัวอำเภอกันยกครอบครัว
ทำให้หญิงชราที่ครอบครัวยากจนคนนี้ กัดฟัน ยอมใช้ชีวิตอย่างขัดสน เก็บเงินส่งลูกหลานในตระกูลให้ได้รับการศึกษาสูงๆ จนไม่มีเงินมาซ่อมบ้าน ยอมถึงขั้นตั้งกฎว่า หากลูกหลานในตระกูลเจียงคนใด สามารถสอบติดอันดับ 1 ใน 10 ของโรงเรียนในการสอบปลายภาค จะได้รับไข่ต้ม 1 ฟอง และถ้าหากสามารถสอบได้อันดับ 1 ใน 3 ของโรงเรียน ก็จะได้รับไข่ต้มจำนวน 2 ฟอง ทำให้ลูกหลานตระกูลเจียงตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก เพราะไข่ต้มในครอบครัวนี้ ถือเป็นของล้ำค่า จะได้กินก็ต่อเมื่อเทศกาลปีใหม่เท่านั้น
เนื่องจากแม่ไก่ในเล้าของครอบครัวตระกูลเจียงมีเพียง 5 ตัวเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนไก่สูงสุดที่รัฐบาลกำหนดให้ ครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกเท่านี้สามารถเลี้ยงได้ ทำให้เมื่อแม่ไก่ฟักไข่ออกมา ก็ต้องนำไข่ไปขาย เพื่อแลกเป็นเงิน มาใช้สำหรับจุนเจือครอบครัว รวมถึงค่าเล่าเรียนของลูกหลานในตระกูลที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ทำให้ไข่ไก่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องขายทุกวัน จะนำมากินพร่ำเพื่อไม่ได้
เจียงเต๋อลูกชายของป้าสะใภ้สาม ก็เป็นหนึ่งในลูกหลานตระกูลเจียง ที่ตั้งใจเรียน และขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้รับไข่ต้มในทุกภาคการศึกษา แต่เจียงซินหยานที่นอนป่วยอยู่บนเตียง กลับได้รับไข่ต้ม 1 ฟอง มาโดยไม่ได้พยายามอะไร ทำให้ป้าสะใภ้สามรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
เจียงเฉิงที่ตัวลีบบาง ค่อยๆเดินออกมาอยู่ข้างแม่ของตนเอง และพูดกับป้าสะใภ้สามด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ
“เอ่อ… ป้าสะใภ้สามครับ เดี๋ยวภาคการศึกษาหน้า ผมจะตั้งใจเรียน สอบให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโรงเรียน แล้วจะนำไข่ต้มฟองนี้ มาคืนพี่เต๋อเองครับ”
ป้าสะใภ้สามหันหน้าไปมองเจียงเฉิงอย่างรวดเร็ว แล้วพูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า
“นี่เจียงเฉิง อย่างแกนะเหรอ จะสามารถสอบติดอันดับ 1 ใน 10 ของโรงเรียนได้ แกคิดว่ามันง่ายนักหรือไง ภาคการศึกษานี้ แกได้ที่เท่าไหร่ ถ้าจำไม่ผิด ก็ลำดับที่ 20 แกไปเอาความมั่นใจมากจากไหน ที่คิดว่าภาคภารศึกษาหน้าจะได้ ลำดับที่ 10”
เจียงซินหยานหันไปมองคุณย่าเจียงที ป้าสะใภ้สามที อย่างทำตัวไม่ถูก ไข่ต้มก็กินไปแล้วอยู่ในท้อง จะเอาออกมาคืนก็ไม่ได้ แต่จะชดใช้ไข่ต้มฟองนี้ ให้เจียงเต๋อยังไง เธอก็ยังจนปัญญา เพราะเจียงซินหยานเจ้าของร่าง ปกติทำงานในฟาร์มผัก และปศุสัตว์ของหมู่บ้าน จะได้รับค่าจ้างเป็นแต้มค่าแรงเท่านั้น และแต้มค่าแรงนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นอาหาร เนื้อ และผลผลิตในฟาร์ม ที่จะแจกจ่ายหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตตามฤดูกาล ซึ่งของพวกนี้จะถูกนำเข้ากองกลางของครอบครัวทั้งหมด ทำให้เจียงซินหยานเอง ไม่มีเงินติดตัวซักหยวน
เจียงซินหยานเองก็ไม่คิดว่าในชีวิตนี้ เธอจะต้องมาปวดหัวกับปัญหาที่จากการกินไข่ต้มไปเพียง 1 ฟอง เพราะถึงแม้ว่าเจียงซินหยานจะเป็นเด็กกำพร้า ที่พ่อแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่เธออายุ 15 ปี แต่เจียงซินหยานก็ได้รับเงินประกันชีวิตก้อนโต ที่ทำให้เธอสามารถเรียนจบคณะเภสัชศาสตร์ได้ โดยไม่ลำบากอะไร
แต่เรื่องนั้นก็เป็นอดีตไปแล้ว เพราะตอนนี้เธอคือเจียงซินหยาน เด็กสาวชนบทอายุ 14 ปี ที่ทำงานในฟาร์ม และปัญหาในชีวิตของเธอตอนนี้คือ ไข่ต้ม 1 ฟอง !
ชอบนิยายเรื่องนี้ ช่วยกดให้กำลังใจ และกดติดตามด้วยนะคะ ^^
รีไรท์การเรียกชื่อนิดหน่อยนะคะ
จะชดใช้ไข่ไก่ยังไง?
หลังจากเจียงซินหยานเริ่มปลงตก และยอมรับได้ว่าเธอในตอนนี้คือเจียงซินหยานเด็กสาวในชนบท และไม่ใช่เภสัชกรสาว อายุ 28 ปี ที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์อีกต่อไป
เธอก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นหลีผิง คุณแม่ของเจ้าของร่างเดิม กำลังจะคุกเข่าขอโทษป้าสะใภ้สาม เรื่องที่เจียงซินหยานกินไข่ต้มในส่วนของเจียงเต๋อไป ถึงแม้หลีผิงจะไม่ใช่แม่แท้ๆของเธอ แต่เธอก็ไม่อยากให้ใครต้องมาคุกเข่า เพื่อขอโทษในสิ่งที่เธอทำ ถึงแม้ว่าทำไปอย่างไม่รู้ตัวก็เถอะ
“นี่สะใภ้สี่ เธอไม่ต้องมาคุกเข่าให้ฉันหรอก ถึงเธอจะคุกเข่าไป ก็ชดใช้ไข่ฟองนั้นไม่ได้”
ป้าสะใภ้สามกอดอกพูดขึ้น ขณะมองหลีผิงที่หัวเข่าข้างหนึ่งกำลังแตะลงพื้นอย่างเย็นชา
“ใช่ คุณแม่ไม่ต้องคุกเข่าหรอกค่ะ ฉันจะเป็นคนชดใช้ไข่ฟองนั้นให้เสี่ยวเต๋อเองค่ะ”
เจียงซินหยานพูดสวนขึ้นมา ขณะที่มองหลีผิงกำลังจะคุกเข่าอย่างทนไม่ไหว
ส่วนหลีผิงที่กำลังจะคุกเข่า ตรงหน้าของพี่สะใภ้สาม รีบหันไปมองเจียงซินหยาน และพี่สะใภ้สามอย่างทำตัวไม่ถูก
“เหอะ เจียงซินหยาน งั้นไหนบอกฉันมา ว่าแกจะชดใช้ไข่ฟองนั้นให้เสี่ยวเต๋อยังไง”
เอาจริงๆ ฉันก็ยังไม่รู้เลย ว่าจะเอาอะไรมาชดใช้ไข่ฟองนั้น คงต้องรีบหายป่วยแล้วหาลู่ทางให้ชีวิตดีขึ้นแล้ว
“ป้าสะใภ้สาม ให้เวลาฉัน 1 เดือนนะคะ แล้วฉันจะนำไข่มาคืนเสี่ยวเต๋อแน่นอน”
หลังจากป้าสะใภ้สามที่ได้ยินคำตอบของเจียงซินหยาน ก็กลอกตาบนขึ้น แล้วมองเจียงซินหยานอย่างเบื่อหน่าย
“อะไรนะ ขอเวลา 1 เดือน นานไปไหม ถ้าเป็นไข่ก็คงฟักตัวออกมาเป็นลูกเจี๊ยบละ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะหาไข่มาชดใช้เสี่ยวเต๋อได้ แกคงไม่โชคดีเจอโสมป่าอีกรอบมั้ง”
“พอเถอะ สะใภ้สาม ฉันเป็นคนยกไข่ต้มฟองนั้นให้ซินหยานเอง ถ้าจะด่าก็มาด่าที่ฉัน เป็นความผิดของฉันเอง”
คุณย่าเจียงที่ทนมองอยู่นาน พูดออกมาอย่างทนดูไม่ไหว เธอรู้ว่าสิ่งที่ทำไปไม่ยุติธรรมกับหลานคนอื่น แต่เธอก็ละอายแก่ใจ ที่ไม่มีปัญญาส่งเจียงซินหยานไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังจากที่จมน้ำ ทำได้เพียงขอให้หมอสวี หมอเฒ่าในหมู่บ้านมาช่วยดูอาการให้ ซึ่งหมอสวีก็ได้แต่ส่ายหัว แล้วบอกว่าตนรักษาเท่าที่ทำได้แล้ว แต่เจียงซินหยานจะรอดหรือไม่ ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม
ทำให้คุณย่าเจียงที่ได้ยินว่าเจียงซินหยานฟื้นแล้ว เลยใจดีมอบไข่ให้ 1 ฟอง
“หึ ในเมื่อคุณแม่ไม่ยุติธรรม ก็รอให้พี่สะใภ้ใหญ่ กับพี่สะใภ้รองรู้เรื่องก่อนเถอะ แล้วมาดูกันว่าพวกพี่สะใภ้จะพูดยังไง”
ป้าสะใภ้สามหันไปพูดกับคุณย่าเจียง แล้วรีบจ้ำอ้าวออกจากห้องไป
ตึง
“โอ้ย นังเจียงซินอี๋ แกกล้าดียังไงมาชนฉัน” ป้าสะใภ้สามที่ถูกเจียงซินอี๋ที่กำลังวิ่งเข้ามาในห้อง ชนเข้า ยังไม่ทันระวัง จนป้าสะใภ้สามเซลงไปข้างหลัง
เจียงซินอี๋มองไปที่ป้าสะใภ้สามด้วยหน้าตาตื่นๆ ก่อนรีบเข้าไปพยุงป้าสะใภ้สาม
“ป้าสะใภ้สาม ฉันขอโทษ ฉันได้ยินว่าพี่ซินหยานฟื้นแล้ว เลยรีบวิ่งเข้าห้องมา ไม่ทันได้ดูทางก่อน”
“หึ ช้านคงทำเวรทำกรรมกับพวกบ้านสี่ไว้เยอะ นอกจากนังเจียงซินหยานจะแย่งไข่ต้มไปจากเสี่ยวเต๋อแล้ว ต้องมาโดนนังเจียงซินอี๋ชนอีก”
“เอ่อ พี่สะใภ้สาม ฉันขอโทษแทนซินอี๋ด้วยนะคะ เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาชนพี่หรอกค่ะ”
หลีผิงรีบเดินเข้ามาพยุงพี่สะใภ้สามอีกคน ก่อนกำลังจะพนมมือขอโทษ
“เลิกพูดขอโทษซักทีเถอะ สะใภ้สี่ คำขอโทษของเธอ ฉันฟังจนเบื่อแล้ว”
เจียงซินอี๋ที่มองไปป้าสะใภ้สาม และหลีผิงอย่างมึนงง
“แม่ ป้าสะใภ้สามพูดเรื่องอะไร พี่ซินหยานไปแย่งไข่อะไรจากเสี่ยวเต๋อ”
“ซินอี๋ พี่สาวเธอไม่ได้แย่งไข่จากเสี่ยวเต๋อหรอก ย่าเป็นคนมอบไข่ฟองนั้นให้เธอเอง” คุณย่าเจียงถอนหายใจ และอธิบายให้เจียงซินอี๋ด้วยตัวเอง หลังจากเห็นหลีผิงผู้เป็นแม่กำลังอ้ำอึ้งๆ ไม่กล้าอธิบาย
ป้าสะใภ้สามรีบหันกลับมามองคุณย่าเจียง และตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“แต่ไข่ฟองนั้นเป็นของเสี่ยวเต๋อ เมื่อวานคุณแม่เป็นคนบอกเอง ว่าวันนี้จะมอบไข่ต้มให้เสี่ยวเต๋อเป็นของรางวัล ที่สอบได้อันดับที่ 7 ของโรงเรียน แต่วันนี้กลับมอบไข่ต้ม ให้นังเจียงซินหยานกิน”
“สะใภ้สาม ฉันก็บอกแล้วไง ว่าเป็นความผิดของฉันเอง พรุ่งนี้จะมอบไข่ต้มให้เสี่ยวเต๋อ เป็นการชดเชย วันนี้ไข่ในบ้านถูกนำไปขายให้เหล่าถิงหมดแล้ว”
“ถึงคุณแม่จะพูดแบบนั้น ก็ไม่ยุติธรรมอยู่ดี วันนี้เสี่ยวเต๋อลูกชายของฉัน รอที่จะได้กินไข่ต้มทั้งวัน แต่คุณแม่กลับมาบอกว่ายกให้นังเจียงซินหยานไปแล้ว ทั้งที่มันไม่ได้ทำประโยชน์อะไร แถมพรุ่งนี้จำนวนไข่ไก่ที่บ้านเราจะขาย ก็ต้องลดลงอีก”
เจียงซินหยานที่อดทนฟังอยู่นาน ทนไม่ไหว ต้องตะโกนออกมาอย่างเหลืออด
“ป้าสะใภ้สาม จะให้ฉันทำยังไง ไข่ต้มฉันก็กินไปแล้วอยู่ในท้อง เอาออกมาคืนเสี่ยวเต๋อก็ไม่ได้ ฉันก็บอกแล้วไง ว่าจะหามาคืนภายใน 1 เดือน”
“นี่ นังเจียงซินหยาน แกกล้าตะคอกใส่ฉันเหรอ” ป้าสะใภ้สามหันกลับไปตะคอกใส่เจียงซินหยานอย่างโมโห
“เอ่อ ป้าสะใภ้สาม ถ้าจะทะเลาะกันเรื่องไข่ละก็ จริงๆวันนี้พ่อล่าไก่ฟ้ามาได้ 1 ตัว และเจอรังไก่ฟ้า ได้ไข่มาอีก 3 ฟอง สามารถใช้ไข่ไก่ฟ้านี้ ไปแทนไข่ไก่ในส่วนของเสี่ยวเต๋อได้ไหมคะ”
เจียงซินอี๋รีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่พอประติดประต่อเรื่องราวได้ ป้าสะใภ้สามเงียบไปซักพัก ก่อนพูดขึ้นว่า
“ปกติเวลาน้องสี่ล่าไก่ฟ้า หรือได้ไข่ไก่มา ก็ต้องเอาเข้าส่วนกลางอยู่ครอบครัวอยู่ดี ถึงวันนี้เจียงซินหยานไม่ได้กินไข่ต้มของเสี่ยวเต๋อไป เสี่ยวเต๋อก็ได้กินไข่ไก่ฟ้าในส่วนของเขาอยู่ดี แบบนี้ชดใช้กันไม่ได้หรอก”
เจียงซินหยานที่นั่งผิงผนัง อยู่บนเตียง มองไปที่ป้าสะใภ้สามอย่างเหลือเชื่อ นี่มันตระกะบ้าอะไรกัน พ่อของเจ้าของร่างได้รับไข่ไก่ฟ้า และจะมอบไข่ไก่ฟ้า เพื่อชดใช้แทนไข่ไก่ที่ลูกสาวกินไป แต่ป้าสะใภ้สามกลับบอกว่า มันเป็นส่วนที่เจียงเต๋อต้องได้รับอยู่แล้ว
“ป้าสะใภ้สาม นี่เป็นไข่ไก่ฟ้า ที่พ่อได้รับ จากการออกไปล่าไก่ฟ้าในป่า เพื่อหามาบำรุงร่างกายพี่ซินหยาน ทำไมจะใช้ชดใช้ไม่ได้”
เจียงซินอี๋ที่เงียบไปซักพัก เอ่ยขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ เจียงซินหยานหันไปมองเจียงซินอี๋อย่างชื่นชม น้องสาวเจ้าของร่างคนนี้ สู้คน และไม่ยอมใคร เหมือนกับหลีผิงแม่ของเจ้าของร่าง ดูแล้วทัศนคติน่าจะเข้ากันได้กับเธอ
“นี่ น้องสะใภ้สี่ เธอไม่เคยสอนลูกเหรอ ว่าอะไรที่ทุกคนในบ้านหามาได้ ต้องเอาเข้าส่วนกลางของครอบครัว สิ่งที่น้องสี่หามาได้ คือของส่วนกลางของครอบครัว จะเอามาชดใช้ไม่ได้หรอกนะ”
ป้าสะใภ้สามหันไปแกล้งตวาดใส่หลีผิงอีกครั้ง ก่อนคิดภายในใจว่า เกิดได้ไข่ไก่ฟ้าชดใช้มาแค่ฟองเดียวก็ไม่คุ้มนะซิ ไข่ไก่ฟ้าลูกนิดเดียว อย่างน้อยก็ควรได้ไข่ไก่ฟ้ามาทั้งหมด
เจียงซินหยานพยายามนึกย้อนไปในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เจียงเหลียง พ่อของเจ้าของร่างเป็นคนเก่ง ทำงานก็ได้รับค่าแรงมากที่สุดในบ้าน ล่าสัตว์ และหาของป่าเก่ง มักจะได้ไก่ฟ้า กระต่าย และของป่า กลับมาบ่อยครั้ง
ครั้งหนึ่งถึงกลับเคยล่าหมูป่าได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องนำเข้าส่วนกลางของครอบครัว ทำให้ครอบครัวสี่ไม่ได้มีชีวิตดีไปกว่าครอบครัวอื่นๆ และมันก็น่าแปลกตรงที่ สมาชิกในครอบครัวบ้านสี่ ดูผอมแห้งที่สุดในตระกูลเจียง ทั้งที่บอกว่าทุกคนในบ้าน ได้รับส่วนแบ่งอาหารเท่ากัน
“สะใภ้สาม ไข่ไก่ฟ้าที่ลูกสี่ได้รับมาทั้ง 3 ฟอง วันนี้แม่จะมอบให้เสี่ยวเต๋อกินคนเดียวทั้งหมด ไม่ต้องแบ่งปันกับใคร ถือเป็นการชดใช้ไข่ต้มที่ซินหยานกินไป”
คุณย่าเจียงพูดออกมาอย่างเหลืออด ก่อนจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างโมโห
“คุณแม่ ถ้ายกให้เสี่ยวเต๋อคนเดียว ถ้าพวกพี่สะใภ้โมโหละคะ”
ป้าสะใภ้สามรีบพูดสวนออกไป ก่อนที่คุณย่าเจียงจะเดินออกพ้นประตูไป
คุณย่าเจียงหยุดเดิน ก่อนพูดออกมาเสียงดังว่า “นี่เป็นการตัดสินใจของแม่ ถ้ามีใครไม่พอใจอีก ให้มาคุยกับแม่ ไม่ต้องไปว่าพวกบ้านสี่อีก”
“ถือว่ารอบนี้ แกรอดตัวไปนะ เจียงซินหยาน” ป้าสะใภ้สามพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ที่ลูกชายสุดที่รักจะได้กินไข่ไก่ฟ้าคนเดียวถึง 3 ฟอง
เจียงซินหยานหันมองไปที่หลีผิง เจียงซินอี๋ และเจียงเฉิง ทีละคนอย่างซาบซึ้ง น่าอิจฉาเจียงซินหยานเจ้าของร่างเดิม ที่มีคนที่รักเธอมากขนาดนี้
ชีวิตก่อนเจียงซินหยานไม่มีพี่น้อง มีแต่พ่อแม่ที่เสียไปตั้งแต่เธออายุได้ 15 ปี ความรู้สึกที่ถูกรักจากคนในครอบครัว ก็แทบจำไม่ได้แล้ว จากนี้ไปฉันจะใช้ชีวิตแทนเธอเองนะ เจียงซินหยาน จะใช้ชีวิตนี้ให้ดี ตอบแทนทุกคนที่ทำดี และไม่ดีกับเธอแน่นอน
“วันนี้ขอบคุณคุณแม่ ซินอี๋ และเสี่ยวเฉิงมาก ฉันขอสัญญาว่า ต่อไปฉันจะกลับตัวกลับใจ ตั้งใจทำงาน ไม่ทำอะไรที่มันสิ้นคิดอีก ต่อไปจะทำให้คนในบ้านสี่เรา สบายขึ้นอย่างแน่นอนบ้าน”
ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่า หนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคอะไรรออยู่บ้าง แต่ในเมื่อมีโอกาสได้มีชีวิตใหม่ ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะ
ชอบนิยายเรื่องนี้ ช่วยกดให้กำลังใจ และกดติดตามด้วยนะคะ ^^
รีไรท์การเรียกชื่อนิดหน่อยนะคะ