โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ล่าแรงงานเถื่อน ระทึก จับได้ 1 ลำใบพัดเสีย อึ้ง สืบไปเจออีก 48 ชีวิตซุกป่ารอไปมาเลย์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 เม.ย. 2567 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2567 เวลา 10.02 น.

ล่าแรงงานเถื่อน ระทึก จับได้ 1 ลำใบพัดเสีย อึ้ง สืบไปเจออีก 48 ชีวิตซุกป่ารอไปมาเลย์

เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กาญจนบุรี พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พล.ต.วุทธยา จันทมาศ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 พ.ต.อ.บรรจง อัมฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.กฤตชัย ทองอยู่ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนานรอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สธนทัต ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นอภ.ทองผาภูมิ พ.ต.อ.มนตรี แตงโต ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พ.อ.พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผบ.ร.29/ผบ.หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.อ.สุรเดช เมฆานุวงศ์ รอง ผบ.ร.29/รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.ต.อ.สุกิจ ก้องจตุศักดิ์ ผกก.ตชด.13 (ค่ายพระพุทธยอดฟ้า) ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาด้วยการใช้เรือยนต์ล่องมาจากชายแดนด้าน อ.สังขละบุรี มุ่งหน้าขึ้นฝั่งบริเวณริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ที่บ้านท่าแพ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ เป็นจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเดินทางไปซุ่มโป่งบริเวณริมถนนทางลงท่าแพ

จนกระทั่งเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่พบเรือหางยาวจำนวนหลายลำแล่นมาตามน่านน้ำ เจ้าหน้าที่ประจำเรือตรวจการณ์จึงเปิดไฟส่องสว่างส่งสัญญาณให้คนขับเรือหยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่ปรากฏว่าเมื่อคนขับเรือเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญน่านน้ำขับเรือหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรือตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่ได้พยายามเร่งติดตามไปอย่างกระชั้นชิดแต่ไล่ไม่ทัน โดยพบเรือเพียง 1 ลำลอยอยู่เหนือน้ำเนื่องจากใบพัดเรือเสียจึงไม่สามารถไปต่อได้

เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัวคนขับเรือพร้อมกับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเอาไว้ จากนั้นจึงนำมาขึ้นที่ท่าลงแพ ทราบชื่อคนขับเรือคือ นายแขก ไม่มีนามสกุล ชาวเมียนมา อายุ 25 ปี โดยมี นายแอน ไม่มีนามสกุล ชาวเมียนมา อายุ 24 ปี ทำหน้าที่เป็นหัวเรือบอกช่องทางร่องลำน้ำ โดยมีแรงงานชาวเมียนมาที่โดยสารมากับเรือลำดังกล่าว จำนวน 13 ราย เป็นชาย 11 คน หญิง 2 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเรือเอาไว้เป็นของกลางพร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ทองผาภูมิ

โดยนายแขก คนขับเรือ และนายแอน ทำหน้าที่บอกทาง ให้การว่า ทั้งสองได้รับการว่าจ้างจากชายชาวเมียนมาด้วยกันให้ขับเรือไปรับแรงงานจำนวนดังกล่าวมาจากท่าน้ำในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และนำมาส่งที่ริมน้ำบ้านท่าแพ อ.ทองผาภูมิ โดยจะได้ค่าหัวคนละ 300 บาท ซึ่งพวกตนนำเรือขนแรงงานมาด้วยกันหลายลำ แต่ทั้งหมดสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้ ส่วนเรือของตนเกิดใบพัดเสียไปต่อไม่ได้จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่สุด

หลังจากผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา “ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”

จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานที่โดยสารมากับเรือ จำนวน 13 ราย ไม่มีเอกสารใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และให้การว่า หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้ช่องทางธรรมชาติ ทั้งหมดต้องการไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชั้นใน โดยจะจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางคนละ 15,000 บาท หลังจากรับสารภาพเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดข้างต้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีได้ไม่นานก็ได้รับแจ้งจากสายข่าวอีกครั้งหนึ่งว่า พบกลุ่มบุคคลเป็นจำนวนมากหลบซ่อนตัวอยู่ชายป่าริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ บริเวณบ้านท่าแพ ต.ท่าขนุน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ

จนกระทั่งเวลา 06.00 น. จึงพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบซ่อนตัวอยู่ชายป่าริมน้ำ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากนั้นจึงนำรถยนต์มาลำเลียงแรงงานทั้งหมดไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ทองผาภูมิ นับรวมกันได้จำนวน 48 คน เป็นชาย 35 คน หญิง 13 คน โดย 4 ใน 48 คน เป็นเด็กหญิงและชาย อายุระหว่าง 1-8 ขวบ ซึ่งเด็กทั้ง 4 คน เป็นลูกของแรงงานที่นำพาหลบหนีมาด้วย

จากการสอบสวนผ่านล่ามทราบว่า ทั้งหมดหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้ช่องทางธรรมชาติทางด้านด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จากนั้นเดินลัดเลาะไปตามชายป่าเพื่อหลบด่าน โดยมีคนขับรถยนต์มารับไปลงเรือที่ท่าน้ำในพื้นที่ อ.สังขละบุรี แล้วนำมาส่งที่ชายป่าจุดที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ซึ่งทั้งหมดรอรถยนต์มารับเพื่อมุ่งหน้าไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ทุกคนต้องจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้ามากถึงคนละ 35,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง โดยจะจ่ายก็ต่อเมื่อไปถึงที่ทำงานในประเทศมาเลเซีย

หลังจากผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา “เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ยกเว้นเด็กจำนวน 4 คน ที่เป็นลูกของแรงงาน แต่เนื่องจากแรงงานกลุ่มดังกล่าวไม่มีผู้นำพา เจ้าหน้าที่จะส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม.เพื่อรอผลักดันกลับสู่ประเทศต้นทางต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ล่าแรงงานเถื่อน ระทึก จับได้ 1 ลำใบพัดเสีย อึ้ง สืบไปเจออีก 48 ชีวิตซุกป่ารอไปมาเลย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...