โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฉลยแล้ว! ปัญหาหน้าร้อน เปิดแอร์ยาว ๆ กับ เปิด ๆ ปิด ๆ แบบไหนกินไฟกว่ากัน

Khaosod

อัพเดต 07 เม.ย. 2567 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2567 เวลา 09.13 น.

เฉลยแล้ว! ปัญหาหน้าร้อน เดือนเมษายน เปิดแอร์ยาว ๆ กับ เปิด ๆ ปิด ๆ แบบไหนกินไฟมากกว่ากัน เปิดแอร์แบบไหนเสี่ยงแอร์พัง แชร์วิธีประหยัดค่าไฟฟ้า

เมื่อดำเนินมาถึงเดือนเมษายน ก็เข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่ชาวไทยต้องปาดเหงื่อกันยกใหญ่ ทั้งปาดเหงื่อจากอากาศร้อนอบอ้าว และปาดเหงื่อจากค่าไฟฟ้าที่พุ่งทะยานขึ้นสูง เนื่องจากหลายบ้านต้องใช้ตัวช่วยอย่าง เครื่องปรับอากาศ กันมากขึ้น

อากาศร้อนเช่นนี้ ใคร ๆ ก็อยากจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำนอนพักผ่อนในช่วงหยุดยาว ซึ่งก็มักจะมีคำถามที่เกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อนว่าการเปิดแอร์ยาว ๆ กับ เปิด ๆ ปิด ๆ แบบไหนกินไฟมากกว่ากัน วันนี้ข่าวสดออนไลน์ มีเฉลย พร้อมแนะนำ เปิดแอร์แบบไหนเสี่ยงแอร์พัง และแชร์วิธีประหยัดค่าไฟฟ้า

ภาพประกอบ

  • การเปิดแอร์ยาว ๆ กับ เปิด ๆ ปิด ๆ แบบไหนกินไฟมากกว่ากัน

หลายคนมีความเชื่อว่า การเปิดแอร์ทั้งวันอาจทำให้กินไฟ จึงเกิดแนวทางใหม่ คือ เปิดไว้สักพัก แล้วปิด เพราะเชื่อว่าเป็นการประหยัดไฟ แต่ความจริงแล้ว การเปิด ๆ ปิด ๆ แอร์นั้น ไม่มีผลกับค่าไฟที่จะสูงขึ้น หากเทียบกับการเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวัน

  • เปิดแอร์แบบไหนเสี่ยงแอร์พัง

ยิ่งไปกว่านั้นการเปิด ๆ ปิด ๆ แอร์บ่อย ๆ อาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียได้ เนื่องจากการเปิด-ปิดบ่อย จะส่งผลเสียกับมอเตอร์แอร์ เพราะการเริ่มเปิด 1 ครั้ง เท่ากับการสตาร์ทมอเตอร์ใหม่ ทำให้เกิดแรงส่งที่สูงในทุกครั้งที่เริ่มเปิด และการที่มอเตอร์ส่งแรงสูงขึ้นบ่อย ๆ จะทำให้แอร์มีอายุการใช้งานที่สั้นลงนั้นเอง

ภาพประกอบ

  • วิธีประหยัดค่าไฟฟ้าในหน้าร้อน

ทาง กฟผ. เคยออกมาแนะนำ เทคนิคใช้แอร์แบบไหนช่วยประหยัดไฟที่สุด

1.เลือกแอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดไฟ

โดยสังเกตจากฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประหยัดไฟยิ่งกว่าเดิมเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีฉลากเบอร์ 5 ยิ่งดาวมากยิ่งประหยัดไฟมาก พร้อมทั้งดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ

2. เลือกแอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง

โดยพิจารณาจากค่า BTU/hr (British Thermal Unit per hour) ซึ่งเป็นหน่วยสากลที่ใช้วัดขนาดความเย็นของแอร์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประหยัดพลังงาน คนส่วนใหญ่มักเลือกซื้อแอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้ห้องเย็นเร็วขึ้นซึ่งเป็นการตัดสินใจไม่ถูกต้อง เพราะการใช้แอร์ที่มี BTU สูงเกินความจำเป็นกับขนาดห้องจะทำให้คอมเพรสเซอร์ตัดบ่อย ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ลดน้อยลง และทำให้ภายในห้องมีความชื้นสูงส่งผลให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่สบายตัว รวมถึงมีราคาแพงเกินความจำเป็น แต่หากเลือกแอร์ที่มี BTU ต่ำเกินไป การทำความเย็นจะช้า ไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ รวมถึงคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักจนเกินไป ทำให้แอร์เสียเร็ว สิ้นเปลืองพลังงาน และค่าไฟแพงขึ้น

3.เลือกตำแหน่งติดตั้งแอร์และคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะสม

โดยหลีกเลี่ยงการติดตั้งแอร์ในทิศตะวันตก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะโดนแสงแดดส่องในช่วงบ่ายทำให้ความร้อนสูง แอร์ต้องทำงานหนักมากขึ้น เช่นเดียวกับการติดตั้งคอมเพรสเซอร์ให้หลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นพื้นปูน ดาดฟ้า มุมอับที่อากาศไม่ค่อยถ่ายเท หรือได้รับแสงแดดโดยตรง เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์เป็นอุปกรณ์ระบายความร้อนจึงควรอยู่ในที่ร่ม และยกสูงเหนือพื้น เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้นและประหยัดพลังงาน

4.เปิดแอร์ 26-27 องศา พร้อมพัดลม

การเปิดพัดลมช่วยไล่ความร้อนภายในห้องก่อนเปิดแอร์ โดยเพิ่มอุณหภูมิแอร์ไปที่ 26-27 องศาเซลเซียส จะช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2 องศา แต่ประหยัดไฟมากกว่าการเปิดแอร์ที่ 23-24 องศาเซลเซียส ช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 10%

5.ล้างแอร์ทุก 6 เดือน

เมื่อแอร์ผ่านการใช้งานไปนาน ๆ แม้เปิดในอุณหภูมิที่ต่ำแล้ว แต่ผู้ใช้งานยังไม่รู้สึกเย็น เพราะภายในแอร์มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกสะสมอยู่ ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักและกินไฟมากขึ้น การล้างแอร์ทุก 6 เดือน จึงทำให้แอร์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปล่อยลมเย็นได้เหมือนเดิม ประหยัดค่าไฟได้มากถึง 10%

ภาพประกอบ

ที่มา : กฟผ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เฉลยแล้ว! ปัญหาหน้าร้อน เปิดแอร์ยาว ๆ กับ เปิด ๆ ปิด ๆ แบบไหนกินไฟกว่ากัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...