โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาด 26/10/69 จับตาความตึงเครียดตะวันออกกลาง ดัน WTI ทะลุ 103 ดอลลาร์

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มเปิดสัปดาห์วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ด้วยแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน หลังราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และเบรนท์ปรับตัวขึ้นแรงในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม โดย WTI ปิดเหนือ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนท์ทะยานขึ้นเหนือ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และโอกาสที่การส่งออกพลังงานจากตะวันออกกลางจะหยุดชะงักมากขึ้น

แรงซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานการโจมตีของกลุ่มฮูตีในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมัน ประกอบกับรายงานเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ทำให้ผู้ลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำมันที่สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างใกล้ชิด

ข้อมูลการซื้อขายวันที่ 23 ตุลาคม ระบุว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 3.80 ดอลลาร์ หรือ 3.82% ปิดที่ 103.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 3.55 ดอลลาร์ หรือ 3.14% ปิดที่ 116.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาปิดของเบรนท์อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา

ตลอดทั้งสัปดาห์ เบรนท์ปรับตัวขึ้น 6% ส่วน WTI เพิ่มขึ้น 2.3% แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อสะสมในตลาดน้ำมันยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในฝั่งเบรนท์ซึ่งอ่อนไหวต่อความเสี่ยงด้านการขนส่งและอุปทานจากตลาดระหว่างประเทศ
แนวโน้มราคาน้ำมันก่อนเปิดตลาด 26 ตุลาคม
ปัจจัยหลักยังให้น้ำหนักไปทางขาขึ้น แต่มีโอกาสผันผวนสูงและเกิดแรงขายทำกำไร หลังราคาปรับตัวขึ้นแรงในวันศุกร์ โดยต้องติดตามว่าความขัดแย้งจะลุกลามไปกระทบแหล่งผลิต โรงกลั่น ท่อส่งน้ำมัน หรือเส้นทางขนส่งทางทะเลจริงมากน้อยเพียงใด

รายงานข่าววันที่ 24 ตุลาคมระบุว่า กลุ่มฮูตีประกาศอ้างว่าโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นอิสระว่าทุกเป้าหมายได้รับความเสียหาย ข้อมูลนี้เพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาดก่อนเริ่มสัปดาห์ใหม่

3 ปัจจัยชี้ทิศทางตลาดน้ำมัน

1. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์หนุนราคาน้ำมัน

หากมีรายงานยืนยันความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หรือการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญติดขัด นักลงทุนอาจเพิ่มการถือครองสัญญาน้ำมันเพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้ราคามีโอกาสปรับขึ้นต่อ โดยเฉพาะเบรนท์ที่ตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านอุปทานระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

2. ราคาสูงอาจกระตุ้นแรงขายทำกำไร

การที่ WTI ปิดเหนือ 103 ดอลลาร์ และเบรนท์อยู่เหนือ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ตลาดต้องระวังแรงขายหลังราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่มีข่าวความเสียหายใหม่ หรือสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจย่อตัวลงจากการขายทำกำไรได้ อย่างไรก็ตาม การปรับลงอาจมีข้อจำกัดหากความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงอยู่

3. อุปสงค์และปริมาณน้ำมันสำรองเป็นตัวแปรสำคัญ

แม้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะสนับสนุนราคา แต่ราคาน้ำมันระดับสูงอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพ จนกระทบการบริโภคพลังงาน รายงานเดือนตุลาคมของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศประเมินว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในไตรมาส 4 ปี 2569 จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ตลาดยังเผชิญความเสี่ยงจากอุปทานที่ไม่แน่นอน

บทสรุปก่อนเปิดตลาด 26 ต.ค. 2569

ตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้มเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยแรงหนุนจากความกังวลเรื่องอุปทาน โดย WTI มีโอกาสเคลื่อนไหวเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อไป ขณะที่เบรนท์ยังมีแรงส่งจากการปรับขึ้นสะสม 6% ในสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นต่อจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางทหารและผลกระทบต่อการผลิตและขนส่งน้ำมันที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ การยืนยันความเสียหายต่อแหล่งผลิตและท่อส่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย ความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง มาตรการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศผู้บริโภค และสัญญาณอุปสงค์จากเศรษฐกิจโลก

มุมมองการลงทุน: ราคามีโอกาสเอนเอียงไปทางขาขึ้นในระยะสั้น แต่ไม่ควรไล่ซื้อเพียงเพราะราคาพุ่งแรง ควรรอประเมินข่าวอุปทานและการเคลื่อนไหวช่วงเปิดตลาด พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนให้เหมาะสม เพราะข่าวภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้ราคาแกว่งตัวอย่างรวดเร็วทั้งสองทิศทาง

การวิเคราะห์นี้อ้างอิงข้อมูลราคาปิดวันที่ 23 ตุลาคม 2569 และข่าวที่เผยแพร่ถึงวันที่ 24 ตุลาคม ไม่ใช่ราคาซื้อขายเรียลไทม์ของวันที่ 26 ตุลาคม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...