โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วธ.เมินคืน‘โบราณวัตถุ’ ‘ทบ.’จับตาหนังเขมรปั่น

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 ตุลาคม 2569 เวลา 4.09 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ซาบีดา” ลั่นไม่คืนโบราณวัตถุที่พบในปราสาทคนาให้กัมพูชา ยันเป็นของไทย ขึ้นทะเบียนโบราณสถานตามกฎหมายมีหลักฐานชัดเจน ทบ.จับตาหนังเขมรเจตนาแอบแฝงใส่ร้ายไทย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค.2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ทำหนังสือลงวันที่ 22 ต.ค.2569 อ้างและเรียกร้องเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย โดยยึดข้อเท็จจริง หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก

น.ส.ซาบีดากล่าวต่อว่า ปราสาทตาควายและปราสาทคนาได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมายไทยแล้ว การดำเนินงานของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องจึงเป็นไปเพื่อปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุภายใต้กรอบกฎหมายไทย โดยคำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม โดยปราสาทคนา กรมศิลปากรเคยสำรวจพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนเมื่อปี 2544 ขณะนั้นไม่พบเจ้าหน้าที่ทหารหรือพลเรือนชาวกัมพูชาในบริเวณพื้นที่ที่สำรวจ และไม่ปรากฏการคัดค้านหรือขัดขวางการดำเนินงานจากฝ่ายกัมพูชา และภายหลังเหตุการณ์การสู้รบและการหยุดยิง หน่วยงานไทยได้ดูแลรักษาพื้นที่และมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง โดยกรมศิลปากรได้สำรวจและจัดทำบัญชีรายการโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา พร้อมนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย การถูกทำลาย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับข้อเรียกร้องของฝ่ายกัมพูชาให้ส่งคืนโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา น.ส.ซาบีดากล่าวว่า โบราณวัตถุดังกล่าวเป็นของไทย ซึ่งกรมศิลปากรได้สำรวจ จัดทำบัญชีรายการ และนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัยแล้ว ประเทศไทยไม่อาจยอมรับข้อเรียกร้องให้ส่งคืนโบราณวัตถุโดยอาศัยเพียงการกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชา โดยปราศจากหลักฐานและฐานสิทธิทางกฎหมายที่ชัดเจนรองรับ ทั้งนี้ไทยยืนหยัดในการปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณวัตถุของไทย โดยยึดข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

“ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการใช้โบราณสถานเพื่อประโยชน์ทางทหารหรือจงใจทำให้โบราณสถานเสียหายนั้น ฝ่ายไทยไม่ยอมรับข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าการดำเนินงานของหน่วยงานไทยมีเป้าหมายเพื่อดูแลรักษาและคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่ใช้ประโยชน์จากโบราณสถานในทางทหารหรือการจงใจสร้างความเสียหายให้แก่โบราณสถาน” น.ส.ซาบีดากล่าว และว่า วธ.จะจัดทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ฯ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ประวัติการสำรวจพื้นที่ การดำเนินการดูแลรักษาโบราณวัตถุ ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานที่ได้รับความเสียหาย พร้อมยืนยันจุดยืนไทยในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของไทยภายใต้กฎหมาย ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จะปกป้องและรักษามรดกทางวัฒนธรรมของไทยอย่างเต็มที่

วันเดียวกัน ยังมีกรณีสื่อบันเทิงฝั่งกัมพูชาเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Ghost Mountain: Second Killing Field ที่มีกำหนดฉายในวันที่ 6 พ.ย.2569 โดยมีการปล่อยภาพโปสเตอร์และเนื้อหาบางส่วนออกมา ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากมีการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และพาดพิงถึงการปฏิบัติการของทหารไทยอย่างรุนแรง

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเพียงงานเชิงละครและสื่อภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากความทรงจำส่วนบุคคล ไม่ใช่บันทึกทางประวัติศาสตร์หรือข้อเท็จจริงที่ได้รับการรับรอง โดยเฉพาะภาพการปฏิบัติการของทหารไทยที่ปรากฏในเรื่อง เป็นการแต่งเติมขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสและความบันเทิงของภาพยนตร์เท่านั้น โดยกองทัพบกย้ำว่า กำลังติดตามรายละเอียดและเจตนาที่แท้จริงของผู้สร้างอย่างใกล้ชิด ว่าทำขึ้นเพื่อความบันเทิงบริสุทธิ์ หรือมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นแอบแฝงเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาโลกหรือไม่

“ท่ามกลางบรรยากาศที่ทั้งสองประเทศกำลังแก้ไขปัญหาผ่านกลไกการเจรจา การพยายามนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนหรือปราศจากข้อเท็จจริงจากหลายช่องทางของฝั่งกัมพูชา อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” พล.ต.วินธัยระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...