‘บัวขาว’ ออกโรงประกาศช่วยสาวโดนแก้วตบหน้า ลั่นไม่มีใครเหนือกฎหมาย
กรณี น้องโอ๋ หรือ หญิงสาววัย 27 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ต.น้ำเขียว อ.รัตนบุรี ถูก นายวิริทธิพล (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.รัตนบุรี ใช้แก้วเหล้าตีบริเวณใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากปฏิเสธการขอชนแก้วและการพยายามลวนลามหลายครั้ง เหตุเกิดวันที่ 13 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 00.40 น. ที่ร้านอาหารหลังโรงเรียน ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ต่อมาผู้เสียหายออกมาเปิดใจหลังใบหน้าเสียโฉม เสียค่ารักษาพยาบาลหลักแสนและยังต้องทำศัลยกรรม ใช้ชีวิตไม่เหมือนปกติกระทบจิตใจ เกิดอาการเครียด ป่วยซึมเศร้า ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
เปิดใจ สาวสุรินทร์ เหยื่อหนุ่มเมาหื่นแก้วตบหน้าเสียโฉม เผยเครียด-ป่วยซึมเศร้า
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ "บัวขาว บัญชาเมฆ" นักชกระดับตำนานของไทย เปิดเผยว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นน้องคนหนึ่งในกลุ่มที่รู้จักและเคยไปรับประทานอาหารด้วยกัน โดยเจ้าตัวกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุคู่กรณีเคยพูดคุยว่าจะดูแลค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องกลับเงียบ กระทั่งคนเจ็บนำใบเสร็จหรือรายละเอียดค่ารักษาพยาบาลไปทวงถาม กลับถูกปฏิเสธและได้รับคำตอบว่า ถ้าอยากได้ให้ไปเอาที่ศาล
"เบื้องต้นผู้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลึกเกือบถึงกะโหลก เส้นประสาทขาดและตาบวม ปัจจุบันควบคุมใบหน้าและปากแทบไม่ได้ มีน้ำลายไหลเวลารับประทานอาหาร ต้องคอยปิดบังใบหน้าเมื่อออกไปข้างนอก จากคนที่เคยร่าเริงและช่วยเหลือผู้อื่นได้ กลับรู้สึกว่าทำสิ่งต่างๆ ไม่ได้เหมือนเดิม และได้รับผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างมาก" ร.อ.สมบัติ กล่าว
ร.อ.สมบัติ กล่าวต่อว่า ทราบมาว่าคู่กรณีมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีเงินและมีอำนาจในพื้นที่อยู่บ้าง จึงไม่กล้าออกมาพูดหรือดำเนินการต่างๆ แต่ตนเห็นว่าเรื่องนี้ต้องยึดความถูกต้องเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีอิทธิพล จึงเข้ามาช่วยดูแลสิทธิของผู้เสียหาย เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนๆ หนึ่ง และเรื่องนี้อาจยอมความกันไม่ได้ในทางกฎหมาย
"เมื่อรับปากว่าจะช่วยแล้ว ผมจะเดินหน้าติดตามคดี รวมถึงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับพยานหลักฐาน และรายละเอียดบริเวณจุดเกิดเหตุภายในร้านที่น้องไปนั่งรับประทานอาหาร เพื่อให้ทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร พร้อมให้สื่อสังคมออนไลน์ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้พบคู่กรณีและได้พูดคุยกับน้องเพียงฝ่ายเดียว ล่าสุดทราบว่าได้ไปไกล่เกลี่ยและเรียกร้องให้อีกฝ่ายรับผิดชอบต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้"
ร.อ.สมบัติ กล่าวอีกว่า ตอนแรกเจ้าตัวไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรมากมาย เพียงอยากพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าหรือศัลยกรรมเพื่อรักษาใบหน้า อยากกลับมามีชีวิตที่เบิกบานและไปไหนมาไหนได้อย่างร่าเริงเหมือนเดิม แต่เมื่อสิ่งที่ร้องขอถูกปฏิเสธ จึงแนะนำว่าต้องเรียกร้องให้ถึงที่สุด พร้อมฝากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบหรือแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการแสดงท่าทีว่าเป็นคนใหญ่คนโต มีเงินหรือมีอำนาจ ไม่ได้ช่วยอะไร และเรื่องนี้ต้องดำเนินไปภายใต้กฎหมายเท่านั้น