ฝนถล่มสระบุรี ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถพ่วง 2 คัน ขวางถนน 3 หมู่บ้านไฟดับ–น้ำไม่ไหล
ฝนตกต่อเนื่องทั้งคืนทำต้นไม้ล้มระเนระนาดบนถนนพระฉาย–ห้วยแห้ง กระทบชาวบ้านหมู่ 1, 7 และ 8 ไฟฟ้าดับ น้ำไม่ไหล บ้านผู้ป่วยติดเตียงถูกน้ำท่วม
วันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ล้มเป็นจำนวนมากตลอดแนวถนนสายพระฉาย–ห้วยแห้ง ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี หลังมีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้ต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง และล้มทับรถพ่วง 10 ล้อ จำนวน 2 คันได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังทำให้สายไฟฟ้าขาด ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง และประชาชนในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 7 และหมู่ 8 ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าบริเวณถนนสายพระฉาย–ห้วยแห้ง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนนเป็นระยะทางยาวเกือบ 1 กิโลเมตร โดยจุดหนึ่งพบต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถพ่วง 10 ล้อ จำนวน 2 คัน ซึ่งจอดรออยู่บนเส้นทาง ขณะที่ชาวบ้านและผู้นำชุมชนกว่า 20 คน ได้ช่วยกันนำเลื่อยยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ มาตัดกิ่งไม้และเลื่อยลำต้น เพื่อเปิดช่องทางให้รถจักรยานยนต์สามารถสัญจรออกไปซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าออกพื้นที่ได้
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 7 และหมู่ 8 โดยเฉพาะหมู่ 7 และหมู่ 8 ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากไฟฟ้าดับตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันบางพื้นที่ยังมีน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน รวมถึงมีผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ชาวบ้านต้องช่วยเหลือกันเองภายในชุมชน
นายศรัณยู เสนกระจาย อายุ 54 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลหนองปลาไหล เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.40 น. ของวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ต้นไม้เริ่มล้มลงบริเวณหน้าบ้าน ขณะเดียวกันลูกสาวเพิ่งเดินทางกลับจากโรงเรียนและเข้าบ้านพอดี ก่อนที่ต้นไม้จะล้มลงมาอีกหลายต้น โดยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้ช่วยกันเข้ามาเคลียร์พื้นที่ แต่หลังจากตัดต้นหนึ่งออกแล้ว ก็มีต้นอื่นล้มลงมาเพิ่มเติมอีก ทำให้เกิดต้นไม้ล้มต่อเนื่องหลายจุด
นอกจากนี้ ต้นไม้ยังล้มทับสายไฟฟ้าจนได้รับความเสียหาย ทำให้ไฟฟ้าดับ ชาวบ้านหมู่ 1 หมู่ 7 และหมู่ 8 ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะหมู่ 8 ซึ่งมีผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 2–3 ราย และขณะนี้ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านอีกด้วย
นายศรัณยู กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้นไม้ล้มต่อเนื่องคาดว่าเกิดจากฝนที่ตกสะสมเป็นเวลานาน ทำให้ดินอุ้มน้ำจนเกิดการทรุดตัว ประกอบกับต้นไม้บางต้นมีความสูงมากกว่า 20 เมตร และมีลมพัด ทำให้รากไม่สามารถยึดเกาะพื้นดินได้ จึงเกิดการโค่นล้มเป็นระยะ โดยต้นไม้บริเวณดังกล่าวมีจำนวนมากตลอดแนวเส้นทาง ตั้งแต่ทางเข้าพระฉายไปจนถึงบริเวณสี่แยกป่าไม้พระฉาย
ทั้งนี้ ถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางลัดที่ประชาชนใช้เดินทางระหว่างอำเภอเมืองสระบุรีและอำเภอแก่งคอย รวมถึงใช้เชื่อมต่อออกไปยังถนนมิตรภาพ จึงอยากฝากเตือนประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว หากมีฝนตกและมีลมแรง ขอให้ลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการสังเกตต้นไม้ขนาดใหญ่ริมทาง เพราะอาจเกิดการโค่นล้มลงมาได้ตลอดเวลา
ด้านคนขับรถพ่วง 10 ล้อ ซึ่งประสบเหตุต้นไม้ล้มทับรถ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพบว่ามีต้นไม้ล้มขวางอยู่ด้านหน้า จึงจอดรถรอเพื่อให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเคลียร์เส้นทาง ขณะที่กำลังรอการเปิดทาง ปรากฏว่าต้นไม้บริเวณด้านหลังกลับล้มลงมาทับบริเวณท้ายรถ ทำให้ตัวรถได้รับความเสียหาย โดยขณะนั้นตนกำลังจะเดินทางไปอำเภอแก่งคอยเพื่อนำสิ่งของไปส่ง แต่ต้องหยุดรถรอเนื่องจากเส้นทางถูกต้นไม้ขวาง
ด้านนายบุญหลาย งานเนตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลหนองปลาไหล เปิดเผยว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ได้เกิดต้นไม้ล้มขวางถนนสายหมู่บ้านป่าไม้–พระพุทธฉายตลอดแนว โดยตนพร้อมทีมงานผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้เข้าช่วยกันตัดต้นไม้เพื่อเปิดเส้นทาง แต่เนื่องจากมีต้นไม้ล้มลงมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. ต้องหยุดภารกิจชั่วคราว เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับผู้ปฏิบัติงาน
ขณะนี้สามารถเปิดช่องทางให้รถจักรยานยนต์และรถขนาดเล็กผ่านได้บางส่วน แต่รถขนาดใหญ่ยังไม่สามารถผ่านจุดที่ต้นไม้ล้มทับรถพ่วงได้ จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหรือรถเครนเข้ามาช่วยยกและเคลื่อนย้ายต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก กำลังคนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย
นายบุญหลาย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ชาวบ้านหมู่ 7 และหมู่ 8 รวมถึงผู้นำชุมชนได้ระดมกำลังกันเข้ามาช่วยเหลือกันเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามาประสานงาน และกำนันนิรุธ อ้อนยง ได้ร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านได้จัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำดื่มเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน เนื่องจากขณะนี้ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ
สำหรับสาเหตุที่ต้นไม้ล้มจำนวนมาก คาดว่าเกิดจากฝนที่ตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ดินชุ่มน้ำและเกิดการทรุดตัวหรือสไลด์ ส่งผลให้ต้นไม้ที่มีสภาพเอียงหรือมีรากยึดเกาะไม่แข็งแรงสามารถโค่นลงมาได้ง่าย จึงได้แจ้งเตือนประชาชนผ่านกลุ่มไลน์ของหมู่บ้านและผู้ใช้เส้นทางให้เพิ่มความระมัดระวังในช่วงที่มีฝนตก
อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่บ้านระบุว่า ต้นไม้จำนวนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานน้ำตกสามหลั่น ทำให้การตัดแต่งกิ่งหรือตัดต้นไม้ที่ยังไม่ล้มไม่สามารถดำเนินการได้โดยพลการ ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อน จึงอยากให้หน่วยงานด้านป่าไม้หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ามาสำรวจต้นไม้ตลอดแนวเส้นทาง หากพบต้นไม้ที่มีสภาพเอียงหรือเสี่ยงต่อการล้ม ควรพิจารณาดำเนินการป้องกันตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทาง
เบื้องต้น ชาวบ้านยังคงช่วยกันเร่งตัดกิ่งและเปิดทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสัญจรเข้าออกได้ ขณะที่ประชาชนในหมู่ 7 และหมู่ 8 ยังคงรอการสนับสนุนเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเคลียร์ต้นไม้ขนาดใหญ่ รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับ น้ำไม่ไหล และน้ำท่วมบ้านเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด