Tesla เปิดตัว Roadster รุ่นใหม่ล่าช้าเกือบ 10 ปี ผนึกเทคโนโลยี SpaceX จุดกระแสควบรวมกิจการ
เทสลาเปิดตัวรถสปอร์ตไฟฟ้า Roadster รุ่นใหม่ที่พัฒนาโดยผสานเทคโนโลยีจาก SpaceX ชูสมรรถนะเร่งความเร็ว 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายในไม่ถึง 1 วินาที พร้อมเผยแผนเริ่มผลิตปี 2571 หลังเลื่อนกำหนดส่งมอบมาหลายครั้ง ขณะที่ความร่วมมือระหว่างสองบริษัทของอีลอน มัสก์ จุดกระแสคาดการณ์ควบรวมกิจการ ท่ามกลางมูลค่าตลาด SpaceX ราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ และ Tesla ราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์
17 ตุลาคม 2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่าเทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดตัวรถสปอร์ตไฟฟ้า Roadster รุ่นใหม่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 หลังจากเปิดเผยแนวคิดรถรุ่นดังกล่าวครั้งแรกเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน โดยนำเทคโนโลยีจากสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) บริษัทด้านอวกาศและการบินที่ก่อตั้งโดย อีลอน มัสก์ มาใช้พัฒนาสมรรถนะของรถยนต์ รวมถึงระบบขับดันด้วยจรวดที่อาจทำให้รถสามารถลอยตัวได้
การเปิดตัวจัดขึ้นที่สถานที่ทดสอบของ SpaceX ในเมืองแมคเกรเกอร์ รัฐเท็กซัส โดยมีมัสก์ พร้อมด้วย ฟรานซ์ ฟอน โฮลซ์เฮาเซน หัวหน้าฝ่ายออกแบบ และลาร์ส โมราวี รองประธานฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ของ Tesla เข้าร่วมงาน
มัสก์กล่าวในงานว่า ผู้ชมจะได้เห็นความสามารถที่น่าตื่นตาตื่นใจจากการร่วมมือระหว่างบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลกกับบริษัทผู้ผลิตจรวดชั้นนำ โดยการสาธิตแสดงให้เห็นรถสปอร์ตสีขาวขับขึ้นทางลาดโค้ง ก่อนเคลื่อนตัวกลับหัว กระโดดพลิกกลางอากาศ และค่อย ๆ ลอยตัวลงจอดบนพื้นด้วยระบบขับดัน
Tesla ระบุว่า Roadster รุ่นใหม่สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที โดยโมราวีสาธิตสมรรถนะดังกล่าวให้ผู้ชมภายในงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยราคาจำหน่าย ข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมด หรือรายละเอียดของรุ่นย่อยที่มีสมรรถนะแตกต่างกัน
มัสก์ระบุว่า Roadster รุ่นใหม่น่าจะเข้าสู่กระบวนการผลิตในปี 2571 แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ารถรุ่นดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้ใช้งานบนถนนสาธารณะได้หรือไม่ โดยมัสก์กล่าวบนเวทีว่า รถคันนี้ไม่ได้ถูกออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
Roadster รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมระบบบังคับเลี้ยวด้วยสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ (Steer-by-Wire) และพวงมาลัยรูปแบบ Yoke รวมถึงเทคโนโลยีจาก SpaceX หลายรายการ เช่น เครื่องขับดันจรวด ถังแรงดันที่ใช้วัสดุคาร์บอนเสริมความแข็งแรง และระบบกระจายแรงขับ ตลอดจนพัดลมกำลังสูงที่ช่วยให้รถเคลื่อนไหวในลักษณะพิเศษได้
แนวคิดการนำเทคโนโลยีจรวดมาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าได้รับการพูดถึงตั้งแต่ปี 2560 เมื่อมัสก์เปิดเผยแนวคิด Roadster รุ่นใหม่ และระบุว่าแพ็กเกจเสริม SpaceX จะติดตั้งเครื่องขับดันจรวดขนาดเล็กประมาณ 10 ชุดรอบตัวรถ เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการเบรก รวมถึงอาจทำให้รถสามารถลอยตัวได้
ทั้งนี้ รถรุ่นใหม่จะไม่มีระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ FSD ของ Tesla โดยมัสก์ระบุว่า Roadster จะเป็นรถรุ่นสุดท้ายที่บริษัทผลิตขึ้นโดยตั้งใจให้มนุษย์เป็นผู้ขับขี่
Roadster รุ่นแรกของ Tesla ซึ่งพัฒนาโดยทีมที่นำโดย มาร์ติน เอเบอร์ฮาร์ด อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ใช้โครงสร้างแชสซีของ Lotus Elise และเริ่มส่งมอบในปี 2551 ด้วยราคาประมาณ 100,000 ดอลลาร์ ก่อนยุติการจำหน่ายในปี 2555 หลังผลิตและจำหน่ายในจำนวนจำกัด
สำหรับ Roadster รุ่นใหม่นี้ Tesla เปิดรับเงินจองล่วงหน้า 50,000 ดอลลาร์ต่อคันมาตั้งแต่ปี 2560 และกลับมาเปิดรับการจองอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเปิดให้ผู้สนใจในสหรัฐฯ แคนาดา และจีนวางเงินมัดจำ อย่างไรก็ตาม บริษัทเลื่อนกำหนดส่งมอบที่เคยประกาศไว้มาแล้วหลายครั้ง
ความล่าช้าดังกล่าวเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์จาก แซม อัลต์แมน ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ซึ่งเคยเปิดเผยภาพหน้าจอการจองและการขอคืนเงิน พร้อมระบุว่า แม้จะเข้าใจว่าการพัฒนารถยนต์อาจล่าช้า แต่การรอคอยนานถึง 7 ปีครึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน โดยอัลต์แมนได้รับเงินคืนในเวลาต่อมา
ในทางกลับกันลอว์เรนซ์ โอคอนเนอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Other World Computing ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ยังคงถือสิทธิ์การจอง Roadster รุ่น Founder’s Edition ที่จองไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 โดยระบุว่าได้วางเงินไว้ 250,000 ดอลลาร์ ซึ่งเปรียบเสมือนการให้บริษัทกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย ก่อนเข้าร่วมงานเปิดตัวและกล่าวว่าผลงานที่ได้เห็นน่าประทับใจอย่างยิ่ง
ทั้งนี้การเปิดตัว Roadster รุ่นใหม่ยังเพิ่มกระแสคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการระหว่าง Tesla และ SpaceX หลังทั้งสองบริษัททำงานร่วมกันและมีการชำระเงินระหว่างกันมาเป็นเวลาหลายปี รวมถึงมีบุคลากรบางส่วนร่วมงานข้ามองค์กร โดยความร่วมมือดังกล่าวยิ่งเข้มข้นขึ้นในปี 2569
กระแสการควบรวมกิจการเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นหลัง SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดย กวินน์ ชอตเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ SpaceX เคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ก่อนการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO) ว่า การควบรวมกิจการอาจช่วยให้การบริหารงานของมัสก์ง่ายขึ้น
ด้าน แดน เลวี นักวิเคราะห์จาก Barclays คาดการณ์ในบทวิเคราะห์ที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ว่า ธุรกรรมดังกล่าวอาจเกิดขึ้นก่อนสิ้นปี 2569
ปัจจุบัน SpaceX มีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Tesla มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ทั้งสองบริษัทเป็นหนึ่งในบริษัทสหรัฐฯ เพียง 12 แห่งที่มีมูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม Roadster ถูกคาดหมายว่าจะเป็นรถยนต์ระดับพรีเมียมที่ผลิตในจำนวนจำกัด และไม่น่าจะส่งผลต่อฐานะการเงินของ Tesla อย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น แม้จะช่วยสร้างกระแสความสนใจต่อแบรนด์และแสดงให้เห็นถึงการต่อยอดเทคโนโลยีจากบริษัทในเครือของมัสก์ก็ตาม
นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Tesla ซึ่งบริษัทมีกำหนดรายงานหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันพุธ โดยจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนทิศทางธุรกิจของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้ ท่ามกลางความสนใจต่อ Roadster รุ่นใหม่และความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้ากับอุตสาหกรรมอวกาศ
อ้างอิง : cnbc.com