โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮูตีโจมตี “ทำเนียบประธานาธิบดีเยเมน” ในเมืองเอเดน เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย

เดลินิวส์

อัพเดต 16 ตุลาคม 2569 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กองกำลังฮูตีในเยเมน ยิงขีปนาวุธใส่ทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองเอเดน ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยรายละเอียดการโจมตีหลายสิบครั้งของกลุ่มฮูตี ต่อโครงสร้างพื้นฐานของซาอุดีอาระเบียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่า การโจมตีทำเนียบอัล-มาอาชิก ในเมืองเอเดน ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย และการยอมรับจากนานาชาติ ถือเป็นครั้งแรกในความขัดแย้งปัจจุบัน ระหว่างกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กับซาอุดีอาระเบีย

นายโมอัมมาร์ อัล-เออร์ยานี รมว.สารสนเทศเยเมน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเยเมนและสมาชิกคณะรัฐมนตรีปลอดภัยหลังการโจมตี ขณะที่พยานกล่าวว่า พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดใกล้กับทำเนียบอัล-มาอาชิก ส่วนคณะรัฐมนตรีเยเมนระบุเสริมว่า การโจมตีเกี่ยวข้องกับขีปนาวุธและโดรน

ด้านนายกาซิม บูไฮเบห์ รมว.สาธารณสุขเยเมน กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 16 คน จากเหตุการณ์ที่เขาอธิบายว่าเป็นการโจมตีของกลุ่มฮูตี ต่อสำนักงานใหญ่อย่างเป็นทางการของรัฐบาลเยเมนที่ทำเนียบประธานาธิบดี โดยผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บมีทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานพลเรือนทั่วไป

อนึ่ง นายยาห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า นักรบของฮูตีทิ้งระเบิดใส่สิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็น “กองบัญชาการปฏิบัติการทางทหารของซาอุดีอาระเบีย” ในเมืองเอเดน ตามส่วนหนึ่งของนโยบายที่กลุ่มประกาศไว้ว่าจะโจมตีกำลังเสริมของซาอุดีอาระเบีย “ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ที่ไหนก็ตาม”

เนื่องจากซาอุดีอาระเบียให้การสนับสนุนกองกำลังของรัฐบาลเยเมน กลุ่มฮูตีจึงยิงขีปนาวุธใช้โดรนโจมตีสนามบิน ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า กลุ่มฮูตีพยายามโจมตีสถานที่เหล่านี้หลายสิบแห่ง เน้นย้ำถึงความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของซาอุดีอาระเบีย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...