“ปิยบุตร” โต้แรง “หนุ่มเมืองจันท์” ปมวาทกรรม “บันเทิงธิปไตย” ยันไม่ได้เชือดเฉือนพวกเดียวกัน
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
" ผมกำลังเขียนอธิบายความคิดเรื่อง Hyperpolitics ของ Anton Jäger ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึงในแวดวงนักวิชาการ นักการเมือง นักกิจกรรมฝ่ายซ้ายในหลายประเทศ
ตั้งใจว่าจะเผยแพร่เย็นนี้ ก็บังเอิญว่า มีผู้ส่งความเห็นของคุณสรกล อดุลยานนท์ หรือ “หนุ่มเมืองจันท์” มาให้ผมอ่าน เมื่ออ่านแล้ว ผมจำเป็นต้องขอชี้แจง
ผมพูดเรื่อง “บันเทิงธิปไตย” นี้มาตั้งแต่หลังเลือกตั้งปี 66 แล้วครับ ตอนนั้นไม่ได้ระบุคำนี้ลงไป แต่บรรยายความ เพื่อเตือน ส.ส.หน้าใหม่ว่าอย่าติดกับการเป็นอินฟลูในโลกออนไลน์มากจนเกินไป จนกระทบต่อเนื้อหาสาระทางการเมือง ตอนนั้นเป็นการสัมภาษณ์ของสำนักข่าว The Room 44
หลังจากนั้น เมื่อมีโอกาสพบปะสื่อมวลชน หรือไปออกรายการใด ก็จะแทรกเรื่องนี้ไปตลอด ในข้อเขียนลงเพจของผม ก็เคยยกคำนี้มาใช้หลายครั้ง
ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้ ผมไปออกรายการที่คุยกันยาวๆ 3 รายการ ก็พูดเรื่องบันเทิงธิปไตย ได้แก่ รายการตอบโจทย์ รายการของคุณใบตองแห้ง รายการ Matitalk
เวลาพรรคเชิญผมไปบรรยายให้กับเครือข่ายและคณะทำงานจังหวัด หรือในที่ประชุม ส.ส. ผมก็พูดเรื่องนี้เสมอ ใครที่้เคยได้ฟัง คงเป็นประจักษ์พยานได้
เมื่อไรที่มีโอกาสเจอคณะนำ ผู้บริหารพรรค ผมก็ทัดทานเรื่องนี้ไปเสมอ และชักชวนให้หาจุดสมดุล ใช้บันเทิงเป็นเครื่องมือในการรณรงค์ได้ แต่อย่าให้มันครอบงำจนคุมไม่ได้ และเสียเป้าหมายใหญ่ของพรรค
เมื่อไรที่มีโอกาสได้พูดคุยกับพนักงานที่ทำหน้าที่ในกองสื่อสาร หรืออดีตพนักงานที่ลาออกไปแล้ว ผมก็เสนอเรื่องนี้ไป ซึ่งก็ตรงกับที่พวกเขาหลายๆคนคิด
ผมเรียบเรียงความคิดเหล่านี้เป็นข้อเขียน และทยอยเผยแพร่ เพื่อให้ออกไปในวงกว้าง เพราะ เล็งเห็นว่าแนวโน้มเช่นนี้ ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก หากไม่ควบคุมให้ดี ก็อาจเป็นอันตราย ซึ่งการเขียนแบบนี้เป็นเรื่องที่ผมทำเป็นประจำ
หากการที่ผมเคยร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ แล้วต้องทำให้ผมไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในฐานะนักวิชาการหรือพลเมืองได้เลย หรือต้องมากังวลกับเรื่องพรรคเสมอ ผมคิดว่า ก็ไม่เป็นธรรมสำหรับผมเหมือนกัน
ผมถูกฝึกฝนมาทางวิชาการ ณ เวลานี้ ก็ต้องการใช้ความรู้ที่ศึกษามา มาเผยแพร่ และทำงานทางความคิด ให้คนได้ฉุกคิด คนจะเปลี่ยนหรือเชื่อที่ผมเสนอหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร ผมทำหน้าที่เสนอต่อไป ด้วยหวังว่าวันหนึ่งคนจะเข้าใจ
ช่วงปี 65 66 ผมเคยบอกในที่สาธารณะไปแล้วว่า ต้องแยกแยะตัวผมออกจากพรรคเสียที ผมไม่สามารถอยู่ในแวดวงการเมืองได้เพราะผลทางกฎหมาย นั่นก็ทำให้ผมทำงานการเมืองแบบเดิมไม่ได้แล้ว แต่ถ้าจะมาทำให้ผมไม่สามารถใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นได้อีก หรือต้องใช้อย่างระแวดระวัง ผมว่าคงลงโทษผมเกินไปกระมัง
ผมเคยสัมภาษณ์ในรายการ ป๋าเต็ดทอล์ค ว่า ชีวิตผม มันเหมือน “กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง“ กลับไปงานวิชาการ คนก็หาว่าไม่เป็นกลาง ไปการเมืองต่อ ก็ถูกตัดสิทธิอยู่ ในขณะที่สิ่งที่คิดไว้เรื่องพรรคการเมือง ก็ทำไปได้แค่ 2 ปี ก็ยังไม่ออกดอกออกผมเหมือนดังที่คิด แต่ก็ไม่สามารถทำได้แล้ว แต่ให้นั่งๆนอนๆเฉยๆ ก็เสียดายสิ่งที่ศึกษามา
ผมก็มาทำงานความคิด เผยแพร่ลงเพจบ้าง ไปออกรายการตามที่เขาเชิญบ้าง ไม่้เคยไปยุ่งกับใคร ไม่ไประรานใคร ไม่บังคับใคร ใครจะเชื่อ ไม่เชื่อ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ชอบ ไม่ชอบ วิจารณ์กลับ ด่ากลับ ก็ไม่เป็นไร ทำได้เต็มที่ผมก็แสดงความเห็นในพื้นที่ที่ผมมีเท่านั้น และผมก็ยึดมั่นเป็นคติมาทั้งชีวิตว่า ผมจะไม่ฟ้องหมิ่นประมาทแก่ใครเลย เพื่อประกันเสรีภาพในการแสดงออก
ผมเห็นว่าการคิดคำขึ้นมาใช้แทนหรืออธิบายปรากฏการณ์ เป็นพันธกิจของนักวิชาการ
ผมคิดคำว่า ”นิติสงคราม“
ผมคิดคำว่า ”ประชาธิปไตย 2 ใบอนุญาต“
และอีกหลายๆคำ
ก็ไม่เห็นมีปัญหา และใช้กันทั่วไป
หรือคำว่า ”ระบอบสีน้ำเงิน“ ที่มีคนคิดขึ้น และผมเสนอให้ช่วงชิงความหมาย อย่าให้เป็นแค่สีพรรคการเมือง
คำว่า ”บันเทิงธิปไตย“ ก็ทำนองเดียวกัน ผมคิดมานานแล้ว ใช้มานานแล้ว เคยพูดในหลายรายการแล้ว
กรณีคุณสรกลบอกว่า ผมมา “ประดิษฐ์วาทกรรมเพื่อเชือดเฉือนพวกเดียวกัน” หรือจะบอกว่า “ไม่ต้องใช้คำนี้ก็ได้ แค่ไม่เท่เท่านั้นเอง” ผมไม่เห็นด้วย ผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง ผมเห็นว่าเป็นการกล่าวหาผมเกินจริง และผมยืนยันปฏิเสธ ผมพูดเรื่องนี้มานานแล้ว ใช้คำนี้มานานแล้ว พูดในสื่อหลายรายการแล้ว และเห็นว่า นี่คือข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมกับผม ผมจึงจำเป็นต้องชี้แจงครับ"
#ปิยบุตร #หนุ่มเมืองจันท์ #บันเทิงธิปไตย #คณะก้าวหน้า #ปิยบุตรแสงกนกกุล #สรกลอดุลยานนท์ #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย #วิเคราะห์การเมือง #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #พรรคประชาชน #พรรคก้าวไกล #นิติสงคราม #อินฟลูการเมือง #เสรีภาพในการแสดงออก #ข่าวบันเทิงธิปไตย #ประดิษฐ์วาทกรรม #ดราม่าการเมือง #ข่าวสังคม