โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สนค.” ประเมินผลกระทบน้ำท่วมปี 69 ราคาไม่ขยับวงกว้าง จับตารายได้–กำลังซื้อครัวเรือน ก.พาณิชย์ติดตามปริมาณ–ราคาใกล้ชิด

สยามรัฐ

อัพเดต 09 ต.ค. เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. เวลา 09.33 น.

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมปี 2569พบว่า ขณะนี้แรงกดดันด้านราคายังอยู่ในวงจำกัดและยังไม่เห็นการปรับขึ้นของราคาสินค้าในวงกว้าง ขณะที่ผักสดบางรายการซึ่งเคยปรับสูงขึ้นเริ่มมีราคาลดลง ภายหลังการดำเนินมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ในการเร่งกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบต่อรายได้ สภาพคล่อง เงินออม และกำลังซื้อของครัวเรือน เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอาจเผชิญทั้งรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการใช้จ่ายในระยะต่อไป ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยังคงติดตามปริมาณและราคาอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า มหาอุทกภัยปี 2554เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนผลกระทบของน้ำท่วมต่อเศรษฐกิจหลายด้าน โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 16.2ล้านคน หรือมากกว่า 5.2ล้านครัวเรือน จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายจากพื้นที่เกษตรเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลต่อการผลิต การขนส่ง และการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่

ในด้านเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2554อยู่ที่ร้อยละ 4.03–4.19ในช่วงเดือนกันยายน–พฤศจิกายน ก่อนชะลอลงในเดือนธันวาคม โดยเงินเฟ้อในช่วงดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ขณะที่ราคาสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด ไข่ และเนื้อสัตว์ ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาสั้นและพึ่งพาการขนส่งมีความอ่อนไหวต่อปัญหาการผลิตและการกระจายสินค้าในช่วงน้ำท่วม

Banner น้ำท่วม 01

“บทเรียนปี 2554สะท้อนว่า น้ำท่วมส่งผลต่อราคาสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะอาหารสดที่ได้รับผลกระทบจากการผลิตและการขนส่ง แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากปัจจัยน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การรักษาระบบผลิตและกระจายสินค้าให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีส่วนสำคัญในการดูแลเสถียรภาพราคา” นายนันทพงษ์ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ปี 2569ข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 7ตุลาคม 2569พบว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569เป็นต้นมา มีพื้นที่ประสบอุทกภัยสะสมรวม 50จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1.48ล้านครัวเรือน หรือมากกว่า 4.20ล้านคน ขณะที่การติดตามราคาสินค้าในห้างโมเดิร์นเทรดช่วงปลายเดือนกันยายน 2569พบว่า กว่าร้อยละ 70ของรายการสินค้าที่ติดตามมีราคาทรงตัว ร้อยละ 12.4ปรับเพิ่มขึ้น และร้อยละ 16.9ปรับลดลง สะท้อนว่าการปรับขึ้นของราคายังไม่กระจายเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ผักสดบางรายการเผชิญแรงกดดันด้านราคา เช่น ผักบุ้งจีน กะเพรา และโหระพา ซึ่งมีอายุการเก็บรักษาสั้น และอ่อนไหวต่อทั้งน้ำท่วม พื้นที่เพาะปลูก และข้อจำกัดด้านการขนส่ง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงเร่งประสานนำผักจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดกลางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราคาขายส่งผักหลายรายการเริ่มปรับลดลง สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่ทยอยเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ไข่ไก่เป็นอีกสินค้าที่ต้องติดตาม เนื่องจากฟาร์มผู้ผลิตบางแห่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์จึงขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ชะลอและเลื่อนแผนการส่งออกในช่วงนี้ เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าในประเทศ พร้อมขอความร่วมมือผู้เลี้ยงตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม เพื่อรักษาปริมาณสินค้าและเสถียรภาพราคา

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า นอกจากราคาสินค้าแล้ว อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือรายได้ สภาพคล่อง และกำลังซื้อของครัวเรือน เนื่องจากน้ำท่วมอาจทำให้การประกอบอาชีพและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินได้ตามปกติ ส่งผลให้รายได้บางส่วนลดลง ขณะที่ครัวเรือนมีรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้น ทั้งค่าอาหาร การเดินทาง การเคลื่อนย้ายและดูแลทรัพย์สิน ตลอดจนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและอุปกรณ์ประกอบอาชีพหลังน้ำลด ภาวะที่รายได้ลดลงพร้อมกับรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้นย่อมกดดันสภาพคล่อง ทำให้ครัวเรือนอาจต้องนำเงินออมออกมาใช้ หารายได้เพิ่มเติม หรือลดการใช้จ่ายในหมวดอื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและกิจกรรมการค้าในพื้นที่ในระยะต่อไป

ข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติจากกรณีน้ำท่วมปี 2554โดยครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบร้อยละ 53.4นำเงินออมออกมาใช้ ร้อยละ 41.0หารายได้เสริม และร้อยละ 29.7ปรับลดค่าใช้จ่าย สะท้อนว่า น้ำท่วมสามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจได้พร้อมกัน 2ด้าน คือ ภาวะอุปทานชะงักงัน (Supply Shock) จากผลผลิตและการขนส่งที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าบางประเภท และภาวะรายได้ครัวเรือนลดลง (Household Income Shock) จากรายได้ที่ลดลงควบคู่กับรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ทำให้ครัวเรือนต้องนำเงินออมมาใช้หรือลดการใช้จ่ายในหมวดอื่น ส่งผลให้สภาพคล่องและกำลังซื้อลดลง และอาจส่งต่อไปยังการบริโภคและยอดขายของผู้ประกอบการในพื้นที่

สำหรับระยะต่อไป ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คือ ขอบเขตพื้นที่ผลิตและพื้นที่เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะความต่อเนื่องของการผลิตและการกระจายสินค้า รวมถึงการฟื้นตัวของรายได้และกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังน้ำลด ซึ่งจะมีส่วนกำหนดระดับผลกระทบต่อราคาสินค้าและกำลังซื้อของประชาชน

สนค. เห็นว่า การรับมือน้ำท่วมในมิติด้านการค้าควรให้ความสำคัญกับการรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการกระจายสินค้า การติดตามปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น รวมถึงการดูแลค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่หลังน้ำลดควรสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้ากลับมาดำเนินได้โดยเร็ว เพื่อช่วยฟื้นฟูรายได้ของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ” ตั้งแต่วันที่ 12ตุลาคม 2569เป็นต้นไป โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดไปจำหน่าย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟู ตั้งเป้าจัดกิจกรรมกว่า 1,000แห่ง ครอบคลุม 77จังหวัดทั่วประเทศ

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ผลกระทบจากน้ำท่วมต่อราคาสินค้ายังอยู่ในวงจำกัด และ สนค. ประเมินว่ายังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราเงินเฟ้อในภาพรวม โดยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569ที่ร้อยละ 1.8–2.2โดยมีค่ากลางที่ร้อยละ 2.0อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านราคาสินค้า รายได้ และกำลังซื้อของครัวเรือน เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและเสนอแนวทางบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...