อย่าเพิ่งฝากพ่อแม่เข้าศูนย์ดูแล ถ้ายังไม่ได้เช็ก 6 ข้อนี้
เกิดอะไรขึ้นที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง
ตำรวจสอบสวนกลาง เข้าตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง หลังหญิงวัย 63 ปีร้องเรียนผ่านรายการโทรทัศน์ โดยอ้างว่าถูกบุตรชายนำตัวมาไว้ที่ศูนย์โดยไม่สมัครใจนานกว่า 2 ปีครึ่ง และกล่าวหาว่าถูกควบคุมตัว ทำร้าย และบังคับให้กินยา ข้อกล่าวหาทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบลูกกรงเหล็กหลายจุด ลวดหนามหีบเพลงรอบอาคาร ห้องพักบางห้องล็อกจากด้านนอก และเตียงบางเตียงมีโครงเหล็กครอบ
เบื้องต้นศูนย์แจ้งว่ามีผู้พักอาศัย 92 คน (ชาย 75 หญิง 17) เป็นผู้ป่วยจิตเวช 81 คน ผู้สูงอายุ 8 คน ผู้ป่วยฟื้นฟู 3 คน และมีเจ้าหน้าที่ 19 คน
[caption id="attachment_16822" align="aligncenter" width="1704"]
ภาพจากตำรวจสอบสวนกลาง[/caption]
คำชี้แจงจากผู้บริหารศูนย์
ผู้บริหารระบุว่าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ ได้รับอนุญาตจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 และต่ออายุล่าสุดเมื่อ 3 ส.ค. 69 ส่วนโครงสร้างเหล็กที่เห็น ใช้สำหรับป้องกันผู้ป่วยจิตเวชอาการรุนแรงหลบหนีหรือทำร้ายผู้อื่น ส่วนกรงครอบเตียงใช้ป้องกันการตกเตียง และยืนยันไม่มีเจตนาทำร้ายผู้ป่วย
[caption id="attachment_16824" align="aligncenter" width="1704"]
ภาพจากตำรวจสอบสวนกลาง[/caption]
กฎหมายควบคุมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในไทย
ตั้งแต่ปี 2564 กิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มาตรา 3(3) และพนักงานดูแลต้องขึ้นทะเบียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีตำรวจร่วมกับ สบส. ตรวจพบศูนย์ไม่มีใบอนุญาตในกรุงเทพฯ ที่มีผู้สูงอายุบางคนถูกล่ามโซ่
6 ข้อเช็กก่อนเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
1. ตรวจใบอนุญาตกับกรม สบส. (1426) และดูว่าประเภทตรงกับผู้ป่วยที่รับ
2. ขอนโยบายการผูกยึด/จำกัดพฤติกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร
3. ถามจำนวนเจ้าหน้าที่ต่อกะและการขึ้นทะเบียนพนักงาน
4. เยี่ยมแบบไม่นัดหมาย เดินดูทุกพื้นที่
5. กำหนดสิทธิ์การติดต่อ-เยี่ยมในสัญญา
6. สังเกตสัญญาณผิดปกติทางร่างกายและอารมณ์
[caption id="attachment_16826" align="aligncenter" width="1704"]
ภาพจากตำรวจสอบสวนกลาง[/caption]
ถ้าสงสัยว่ามีการทารุณกรรม ควรแจ้งที่ไหน
เก็บหลักฐาน แล้วแจ้ง กรม สบส. 1426, ศูนย์ช่วยเหลือสังคม พม. 1300, ตำรวจ 191 และปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 132